ผบช.ภ.3 สรุปไฟช็อตเผา ร.ร.รวมมิตรฯโคราช - รายงาน เสรีพิศุทธ์ พรุ่งนี้

เป็นไปตามคาด ผบช.ภ.3 สรุปเอาดื้อ ๆ


คดีเพลิงไหม้โรงเรียนรวมมิตรพัฒนา นครราชสีมา สาเหตุเกิดจากไฟฟ้าลัดวงจร คาด หนูกัดสายไฟ ยันมีเหตุผลรองรับเพียงพอทุกอย่างอธิบายได้ ย้ำไม่ใช่ลอบวางเพลิง-ไม่มีคลื่นใต้น้ำป่วน เตรียมรายงานพร้อมผลสรุปความคืบหน้าคดีเพลิงไหม้โรงเรียนในพื้นที่ความรับผิดชอบ 8 จังหวัดอีสานใต้ ทั้ง 23 คดี ต่อ เสรีพิศุทธ์ พรุ่งนี้ เผยสรุปผลการสอบสวนได้แล้ว 19 แห่ง เหลือ 4 แห่งอยู่ระหว่างการสอบสวนหาผู้กระทำความผิด


ที่กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 3 อ.เมือง จ.นครราชสี มา


พล.ต.ท.สถาพร หลาวทอง ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 3 (ผบช.ภ.3) เปิดเผยถึงความคืบหน้าการสอบสวนคดีเหตุเพลิงไหม้อาคารเรียนโรงเรียนรวมมิตรพัฒนา บ้านหนองช้างตาย ต.โนนเพ็ด อ.ประทาย จ.นครราชสีมา ซึ่งเป็นอาคารไม้ขนาด 5 ห้อง เสียหายทั้งหลัง เมื่อคืนวันที่ 11 ก.พ.ว่า มีความคืบหน้าไปมาก ขณะนี้สอบปากคำพยานแวดล้อมไปแล้ว 35 ปาก

และในวันนี้ ได้เรียกประชุมพนักงานสอบสวน และพนักงานสืบสวนเหตุเพลิงไหม้ของจังหวัดนครราชสีมา ทั้ง 2 โรงเรียน คือ ที่โรงเรียนรวมมิตรพัฒนา อ.ประทาย และโรงเรียนสกัดนาควิทยา อ.เสิงสาง จ.นครราชสีมา เพื่อทราบความคืบหน้า

ในวันพรุ่งนี้ (16 ก.พ.)


ตนจะนำผลสรุปคดีเพลิงไหม้ทั้งหมดที่เกิดขึ้นในพื้นที่ความรับผิดชอบของตำรวจภูธรภาค 3 จำนวนทั้ง 23 คดี รายงานต่อ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียาเวส รักษาราชการผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ที่กรุงเทพฯ โดยเฉพาะคดีเพลิงไหม้ครั้งล่าสุดที่ อ.ประทาย ซึ่งเกิดขึ้นภายหลังจากที่ รักษาการ ผบ.ตร.เดินทางมามอบนโยบายพร้อมกำชับให้คดีมีความคืบหน้า หรือจับคนร้ายมาดำเนินคดีให้ได้ภายใน 10 วันนั้นก็จะนำเสนอผลสรุปเช่นกัน


พล.ต.ท.สถาพร กล่าวอีกว่า


กรณีเหตุเพลิงไหม้โรงเรียนรวมมิตรพัฒนา อ.ประทาย จ.นครราชสีมา นั้น วันนี้พนักงานสืบสวนสอบสวนได้สรุปคดีทั้งหมดส่งให้ตนแล้ว โดยผลการสอบสวนคดีดังกล่าว ในเบื้องต้นให้น้ำหนักไปที่การเกิดอุบัติเหตุของระบบไฟฟ้าหรือไฟฟ้าลัดวงจร เนื่องจากภายในอาคารดังกล่าวมีปัญหาเรื่องการเดินระบบสายไฟฟ้าระบบการใช้คัตเอาท์ และคาดว่า มีสัตว์ประเภทหนูไปกัดแทะสายไฟเสียหาย ซึ่งการตรวจสอบนั้นได้นำเจ้าหน้าที่การไฟฟ้า และเจ้าหน้าที่ตรวจพิสูจน์จากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี (มทส.) เข้าไปทำการตรวจสอบร่วมด้วย


พล.ต.ท.สถาพร กล่าว


โดยทำการทดสอบเป็นกรณีศึกษาเปรียบเทียบกันอย่างชัดเจน วันนี้พนักงานสอบสวนสืบสวนจึงเดินทางมาประชุมความคืบหน้า และสรุปสำนวนคดีการสอบสวนให้รับทราบด้วย

ส่วนประเด็นที่ตั้งไว้อีกประเด็นหนึ่งตั้งแต่ต้น คือ

การลอบวางเพลิงนั้น ถูกตัดออกไป เพราะมีเหตุผลรองรับ และสามารถอธิบายได้อย่างชัดเจน และขอยืนยันว่าในพื้นที่ดังกล่าวไม่มีการเคลื่อนไหวทางการเมืองหรือคลื่นใต้น้ำเกิดขึ้นแต่อย่างใด

พล.ต.ท.สถาพร กล่าวอีกว่า


กรณีเหตุเพลิงไหม้โรงเรียนสกัดนาควิทยา อ.เสิงสาง จ.นครราชสีมา เบื้องต้นสรุปได้ว่า เป็นการกระทำของบุคคลอย่างแน่นอน แต่ยังไม่สามารถรวบรวมหลักฐานเอาผิดผู้กระทำผิดได้ จนถึงขณะนี้สอบปากคำพยานแวดล้อม และชาวบ้านที่เห็นเหตุการณ์ไปแล้วจำนวน 85 ปาก ถือว่ามีความคืบหน้าไปมาก

จากการติดตามหาข่าวในพื้นที่


แม้ว่าจะมีการแข่งขันทางการเมืองค่อนข้างรุนแรง แต่ไม่มีความเชื่อมโยงกับคดีเหตุเพลิงไหม้ เช่นเดียวกับการสร้างสถานการณ์ความไม่สงบเพื่อต่อต้านรัฐบาล หรือคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ (คมช.) ไม่มีเช่นกัน โดยประเด็นการสืบสวนมุ่งเป็นที่เรื่องผลประโยชน์จากเหตุเพลิงไหม้ ซึ่งยังอยู่ในระหว่างการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ

อย่างไรก็ตาม


ข้อมูลที่จะนำรายงานต่อ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียาเวส รักษาการ ผบ.ตร.ในวันพรุ่งนี้ (16 ก.พ.) เป็นการสรุปคดีเหตุเพลิงไหม้โรงเรียนทั้งหมด 23 แห่ง โดยสามารถสรุปสำนวนสอบสวนได้แล้วทั้งสิ้น 19 คดี แบ่งเป็นเกิดจากการกระทำของบุคคล 10 แห่ง และสามารถจับผู้ต้องหาได้รวม 12 ราย และเกิดจากไฟฟ้าลัดวงจร 9 แห่ง (รวมโรงเรียนรวมมิตรพัฒนา อ.ประทาย จ.นครราชสีมา)

ส่วนที่เหลืออีก 4 คดีอยู่ระหว่างการสอบสวนหาผุ้กระทำความผิด คือ


โรงเรียนบ้านโสกผักหวาน อ.ทรายมูล จ.ยโสธร,

โรงเรียนบ้านวังปลัด อ.สังขะ จ.สุรินทร์,

โรงเรียนสกัดนาควิทยา อ.เสิงสาง จ.นครราชสีมา และ

โรงเรียนชุมชนนาโพธิ์ อ.นาโพธิ์ จ.บุรีรัมย์

แต่ทุกคดีมีความคืบหน้าเป็นที่น่าพอใจ


ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: ผู้จัดการออนไลน์

เครดิต :
 

ข่าวดารา ข่าวในกระแส บน Facebook อัพเดตไว เร็วทันใจ คลิกที่นี่!!
กระทู้เด็ดน่าแชร์