เทือก”เชื่อปม258ล้านไร้เหตุผลยุบปชป.

คมชัดลึก :สุเทพ” เชื่อปม 258 ล้านไร้หตุผลยุบปชป. โบ้ยเป็นความผิดส่วนบุคคล ชี้ 9 เดือนกว่าคดีจบไม่กระทบเสถียรภาพรัฐบาล เรียกฝ่ายกม.ถกหลังสงกรานต์ รับต้องเตรียมตั้งพรรคใหม่หากยุบ ยัน“นายกฯ" ไม่กังวล ปลอบนายกฯบางที “ศึกนอก-ศึกใน ” มักเข้ามาพร้อมกัน ขอ ” พระสยามเทวาธิราช ” พาชาติพ้นวิกฤตติ

13เม.ย.) ที่กรมทหารราบที่ 11 รักษาพระองค์(ร.11รอ.) นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯ และผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) กล่าวหลังเดินลงมาสรงน้ำเนื่องในเทศกาลวันสงกรานต์ว่า ขออาราธนาคุณพระศรีรัตนตรัย พระบารมีแห่งองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ พระสยามเทวาธิราช และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ทั้งหลายได้ปกป้องคุมครองประชาชนคนไทย ให้อยู่รอดปลอดภัยให้บ้านเมืองผ่านพ้นวิกฤติการณ์อันเลวร้าย รักษาชาติ แผ่นดิน และสถาบันของเรา


 ตนได้รับแจ้งจากสำนักพระราชวังว่า
 
ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้การสงเคราะห์ดูแลเยียวยาผู้ที่ได้รับความเสียหาย บาดเจ็บ และเสียชีวิตจากเหตุการณ์ที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็น ทหาร ตำรวจ ประชาชน นอกจากนั้นทางฝ่ารัฐบาล นายกรัฐมนตรีได้สั่งการให้เยี่ยวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบ


 ส่วนกรณีที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)มีมติให้ยุบพรรคประชาธิปัตย์นั้น

ขั้นตอนต่อไปกกต.จะส่งเรื่องไปยังอัยการสูงสุด หากเห็นชอบ จะเป็นผู้ยื่นฟ้องต่อศาลรัฐธรรมนุญให้ไต่สวนและมีคำพิพากษาต่อไป ขั้นตอนการดำเนินการจากวันนี้ไปจนถึงวันพิพากษา เมื่อเทียบกับกรณีที่มีการพิพากษายุบพรรคไทยรักไทย และพรรคพลังประชาชนใช้เวลา 8 - 9 เดือน ซึ่งนายกรัฐมนตรีกำลังแก้ไขปัญหาวิกฤติของชาติอยู่ เมื่อกกต.มีมติเช่นนี้เท่ากับเป็นการลิดรอน สถานภาพนายกฯ แต่กกต.ทำตามหน้าที่ และไม่ต้องกังวลใจว่า จะทำให้เสถียรภาพสั่นคลอนเพราะนายกฯประกาศแล้วว่า ตั้งใจยุบสภาในอีก 9 เดือนข้างหน้า ซึ่งกว่าคดีนี้จะถึงที่สุดก็พอดีกัน


 เมื่อถามว่า กกต.ตัดสินคดีเป็นการลดความร้อนแรงทางการเมืองหรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า
 
ไม่ขอวิจารณ์ เพราะกกต.เป็นหน่วยงานอิสระ ตนให้ความเคารพ ทั้งนี้พวกตนทั้งหมดในพรรคประชาธิปัตย์ยังไม่เคยมีใครเห็นสำนวน และในฐานะที่ตนเป็นเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ ตนได้ไปตรวจสอบถึงที่มาที่ไปเรื่องดังกล่าวว่า ไม่ใช่การทุจริตการเลือกตั้ง แต่เป็นเรื่องที่บริษัททีพีไอ บริจาคเงินให้พรรคประชาธิปัตย์ 258 ล้านบาท แต่เงินไม่ได้นำลงบัญชีให้ถูกต้อง เป็นเรื่องที่เกิดตั้งแต่ปี 2548 ซึ่งขณะนั้นนายอภิสิทธิ์ เวชชีวะ ยังไม่ได้เป็นหัวหน้าพรรค ตนยังไม่ได้เป็นเลขาธิการพรรค แต่มีนายบัญญัติ บรรทัดฐาน เป็นหัวหน้าพรรค และมีนายประดิษฐ์ ภัทรประสิทธิ์ เป็นเลขาธิการพรรค ซึ่งจะต้องไปพิสูจน์ข้อเท็จจริงว่า มีการให้เงินพรรคประชาธิปัตย์จริงหรือไม่ ถ้าให้จริงเงินไปอยู่ที่ใคร และนำไปทำอะไรบ้าง ทั้งนี้ไม่มีปรากฎหลักฐานว่า เงินได้เข้าบัญชีพรรคประชาธิปัตย์


 “ เรื่องนี้หากมีหลักฐานชัดเจนว่า มีการบริจาคเงินหรือเอาเงินจากบริษัทพีทีไอให้พรรคประชาธิปัตย์จริง แทนที่พรรคจะเป็นจำเลย พรรคควรจะเป็นผู้เสียหาย เจ้าทุกข์ ไปตรวจสอบว่าใครอมเงินพรรคไป ใครโกงเงินพรรคไป หรือใครแอบอ้างพรรคไปรับเงินมาแล้วไม่ได้นำเข้าพรรค เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องพรรค แต่เป็นการเอาชื่อพรรคไปแอบอ้างหาเงิน ซึ่งผมจะหาข้อมูลข้อเท็จจริงนำไปสู้คดีในชั้นการไต่สวนของศาลรัฐธรรมนูญ และหากเรื่องนี้มีความผิดจะเป็นความผิดในตัวบุคคล ไม่ใช่ความผิดของพรรค ขณะนี้เรายังไม่ทราบว่า ออกจากบริษัททีพีไอจริงหรือไม่ และใครเป็นผู้รับเงิน อีกกรณีหนึ่งคือ เงินจำนวน 29 ล้านบาทที่ได้รับการจัดสรรจาก กกต. ซึ่งเงินนี้ได้นำไปใช้จ่ายเพื่อการเลือกตั้ง แต่ไม่ได้ปรากฏว่า ไม่ได้นำเงินไปใช้จ่ายซื้อเสียงในการเลือกตั้ง แต่นำไปว่าจ้างให้บริษัททำป้ายโฆษณาและโปสเตอร์ให้กับพรรค

อย่างไรก็ตามไม่มีสัญญาว่าจ้างที่ชัดเจน ผมคิดว่า ไม่มีเหตุผลเพียงพอที่จะยุบพรรคประชาธิปัตย์ และยังมีโอกาสต่อสู้ข้อเท็จจริง หลังสงกรานต์ฝ่ายกฎหมายของพรรคจะมีการนัดประชุมเพื่อหารือกัน และจะมีการชี้แจงข้อเท็จจริงให้ฟัง ” นายสุเทพ กล่าว


 นายสุเทพ กล่าว เรื่องนี้เป็นเรื่องธรรมดาที่อาจสร้างความตกใจกับสมาชิกพรรค แต่ไม่ได้ทำให้นายกฯกังวล ซึ่งตนได้เรียนกับนายกฯว่า
 
ชีวิตก็เป็นแบบนี้ บางทีปัญหาเข้ามาพร้อมกัน ทั้งศึกนอก และศึกใน ส่วนการที่กกต.ตัดสินให้ยุบพรรคประชาธิปัตย์จะเป็นการจะนำตุลาการศาลมาแก้ไขปัญหาการเมืองหรือไม่นั้น ตนไม่ขอวิจารณ์ เพราะต้องให้เกียรติเขา ทั้งนี้ตนต้องเตรียมการเรื่องการตั้งพรรคใหม่ และชื่อใหม่เอาไว้ ซึ่งต้องไปปรึกษากันก่อน


 ส่วนกรณีที่พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการทหารบก เรียกร้องให้รัฐบาลยุบสภานั้น นายสุเทพ กล่าวว่า

ที่จริงตนอยากจะวิงวอนสื่อมวลชน เพราะเมื่อวานนี้ตนก็นั่งแถลงข่าวร่วมกับผบ.ทบ.ท่านไม่ได้เรียกร้องให้ยุบสภา แต่สื่อมวลชนไปถามกรณีการยุบสภาว่าท่านความเห็นเรื่องนี้อย่างไร ท่านก็บอกว่าทางออกยุบสภาอยู่แล้ว เพราะฝ่ายการเมืองคุยกันแล้ว และก็ต้องขึ้นอยู่กับฝ่ายการเมืองว่าจะทำเมื่อไหร่อย่างไร เพียงแต่สื่อออกไปในลักษณะที่บอกว่าท่านเรียกร้องให้ยุบสภา ทั้ง ๆ ที่เป็นคนละความหมายกัน ท่านเป็น ผบ.ทบ. เป็นข้าราชการปฏิบัติตามคำสั่งของรัฐบาล และเมื่อสื่อมวลชนไปถาม ผบ.ทบ. ท่านก็พูดความเป็นจริง จึงอยากขอร้องสื่อมวลชนให้ข้อมูลที่ถูกต้อง และเป็นธรรมกับ ผบ.ทบ.ด้วย เพราะไม่อย่างนั้นก็จะเป็นการบีบคั้นกัน วันนี้สถานการณ์บ้านเมืองวิกฤติอยู่แล้วอย่าทำให้เหตุการณ์ถูกบิดเบือนจนทำให้วิกฤติมันขยายใหญ่


 เมื่อถามว่า แนวทางการยุบสภาได้มีการพูดคุยกับพรรคร่วมอย่างไรบ้าง นายสุเทพ กล่าวว่า

ก็มีความเห็นกันว่าจะพยายามร่นเวลาจาก 9 เดือน มาเป็น 8 เดือน หรือ 7 เดือน แต่ตนยังยืนยันในเรื่อง 9 เดือนอยู่ เพราะต้องการเวลา เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในบ้านเมืองตนเชื่อว่า ไม่ใช่ 1-2 วัน จะลืมกันได้ คนกทม.มีความรู้สึกกดดันมากที่บ้านเมืองถูกกลุ่มโจรพวกนี้ยึดไปแล้วหรืออย่างไร และเมื่อวานนี้ก็มีกระบวนแห่ไปตามถนนต่าง ๆ มีสุภาพสตรีถูกทำร้าย ภาพที่เห็นคน กทม.เขาชอกช้ำ เจ็บปวด มันคงลืมกันยากดังนั้นจะต้องใช้เวลา เช่นเดียวกันจังหวัดต่าง ๆ ก็รู้สึกว่าทำไมคนไทยทั้ง 60 กว่าล้านคนมีคนไม่กี่หมื่นคนมาบังคับให้ทุกคนในประเทศไทยต้องทำตามหมดหรืออย่างไร


 ดังนั้นตนจึงอยากให้กลุ่มคนเสื้อแดงเดินทางกลับไปก่อนและไปเตรียมการเลือกตั้งกันให้ดี ถ้าเห็นว่าพวกท่านมีกำลังดีอยู่แล้วหรือมวลชนดีอยู่แล้วก็ไม่เป็นไปเมื่อถึงเวลาชนะการเลือกตั้งก็มาเป็นรัฐบาลก็กุมอำนาจรัฐ แต่มาทำแบบนี้สมคบกับผู้ก่อการร้ายอย่างนี้มันปล้น ทำไม่ได้ เป็นกบฏต่อแผ่นดิน เป็นการก่อการร้าย ตนอยากให้สติในเรื่องนี้


 เมื่อถามว่า มีข่าวว่านายบรรหาร  ศิลปอาชา แกนนำพรรคชาติไทยพัฒนา ได้ต่อสายถึงนายวีระ มุสิกพงษ์  แกนนำคนเสื้อแดง ขอเวลาอีก 6 เดือนในการยุบสภา นายสุเทพ กล่าวว่า
 
ไม่มีปัญหาในเรื่องการพูดคุยกัน พรรคร่วมรัฐบาลด้วยกันก็สามารถช่วยเหลือ หาทางคลี่คลายสถานการณ์ก็ว่ากันไป ทั้งนี้พรรคร่วมไปคุยหรือยืนยันอะไรก็จะต้องมาพูดคุยกัน จะให้ตนตอบตอนนี้ไม่ได้


 ส่วนที่แกนนำนปช.ระบุว่าจะชุมนุมยืดเยื้อจนกว่ารัฐบาลยุบสภานั้น ตนมีหน้าที่ที่จะต้องดูแลรักษาความสงบเรียบร้อย จะให้ตนเอากำลัง หรือสั่งกำลังเข้าไป ด้วยการเอาพื้นที่คืนอย่างที่ว่าก็จะเกิดเหตุบาดเจ็บล้มตายคนไทยด้วยกันทั้งนั้นตนไม่ปารถนาจะเห็น แทนที่กลุ่มผู้ชุมนุมจะชุมนุมตามปกติแต่ไปก่อกวนไปรังควานประชาชนผู้บริสุทธิ์ตนหลีกเลี่ยงไม่ได้จะต้องปราบปราม


 ทั้งนี้ประชาชนจะต้องวิเคราะห์และพิจารณา ตนไม่คิดว่าคนกทม.10 ล้านคน แสดงอาการไม่พอใจไม่เห็นด้วยแสดงออกมาพร้อมเพียงคนเหล่านี้ก็จะอยู่ไม่ได้ เพราะหากไปซื้ออาหารใครเขาก็ไม่ขายให้ ขอน้ำใครก็ไม่กิน ที่พูดไม่ได้ผลักภาระให้กับประชาชน


เครดิต :
ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดยหนังสือพิมพ์คมชัดลึก

ข่าวดารา ข่าวในกระแส บน Facebook อัพเดตไว เร็วทันใจ คลิกที่นี่!!
กระทู้เด็ดน่าแชร์