ความในใจ 2 คู่กัด เก่ง-อี้ หลังคำพิพากษา

ความในใจ 2 คู่กัด เก่ง-อี้ หลังคำพิพากษา


เก่ง-การุณ โหสกุล” อดีตส.ส.ดอนเมือง พรรคเพื่อไทย กับ “อี้-แทนคุณ จิตต์อิสระ” อดีตส.ส.ดอนเมือง พรรคประชาธิปัตย์ สองราชสีห์ที่เป็นไม้เบื่อไม้เมากันมายาวนานกว่า 4 ปี มีเรื่องปะทะคารมกันไม่ขาดสาย เรียกได้ว่า หากมีการปราศรัยหาเสียงหรือการลงพื้นที่พบปะประชาชนคราใด จะต้องมีวิวาทะเล็กๆ น้อยๆ ของคนคู่นี้...อยู่ร่ำไป แต่ก็ถือเป็นสีสันทางการเมืองสำหรับชาวดอนเมือง...ที่เจอะเจอจนคุ้นชิน

แต่การปราศรัยของ “เก่ง” ที่ตลาดนัดบุญอนันต์ เมื่อปี 54 ก็กลายเป็นเรื่องใหญ่ เมื่อฝ่าย “อี้” ฟ้อง “เก่ง” ในข้อหาหมิ่นประมาท ด้วยถ้อยคำอันเป็นเท็จ ทำให้เสียหาย เสื่อมเสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่นเกลียดชัง ล่าสุดเมื่อวันที่ 21 ..ที่ผ่านมา ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ได้มีคำพิพากษาตัดสินให้ “เก่ง-การุณ” ต้องรับโทษจำคุก16เดือน ในความผิดฐานหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา326, 328


ในวันนั้น “อี้-แทนคุณ” เล่าให้ฟังด้วยน้ำเสียงแจ่มใสว่า ผมไม่ได้ไปฟังคำตัดสินด้วยตัวเอง แต่เมื่อทราบข่าว ผมรู้สึกเห็นใจคุณเก่งนะ เพราะผมไม่คิดว่า ศาลจะตัดสินโทษถึงจำคุก คิดไว้แค่รอลงอาญา แต่ศาลคงพิจารณาแล้วว่า คุณเก่งเคยทำผิดในลักษณะนี้คล้ายกันหลายครั้ง และมีผลต่อสาธารณชน ประกอบกับเนื้อความชัดเจน ผมแค่ต้องการปกป้องชื่อเสียงวงศ์ตระกูลและชื่อเสียงตัวเอง เพราะการที่คุณเก่งปล่อยเสียงปราศรัยแบบนั้นออกไป ผมไม่มีโอกาสอธิบายให้คนฟังเข้าใจว่าเรื่องแท้จริงเป็นอย่างไร”

“อี้” แจกแจงต่อว่า...“ในเรื่องของคดีความ...คงต้องว่ากันระยะหนึ่ง เพราะยังมีขั้นตอนการอุทธรณ์และฎีกา ส่วนตัวผมเมื่อทราบผลการพิจารณา ก็นึกอโหสิกรรมให้เขาแล้วนะ เพราะผมไม่ใช่คนเจ้าคิดเจ้าแค้น เพียงแต่ที่ผ่านมาคุณเก่ง...ไม่เคยสำนึก ไม่เคยเอ่ยปากขอโทษผม ยืนกรานว่าตัวเองไม่เคยพูด หรือถึงแม้จะยอมรับว่า 'พูด' ก็ยังยืนกระต่ายขาเดียวว่า 'ไม่ได้เอ่ยชื่อผม' หากคุณเก่งขอโทษผมสักคำ ยุติการคุมคาม หรือได้รับโทษระดับหนึ่ง ผมยินดีให้อภัยและยอมยุติทุกอย่าง”

ผมเชื่อว่าหลังคำพิพากษาออกไป จะต้องมีคนไม่พอใจ เพราะคุณเก่งเองก็มีคนรักอยู่จำนวนมาก คาดว่าจะต้องมีลูกน้องหรือคนสนิทคิดจะเอาคืนผมแน่นอน แต่ผมคงไม่หาบอดี้การ์ดมาคุ้มกัน เพราะผมตกงานมาปีกว่าแล้ว กำลังหางานทำอยู่ คงจ้างไม่ได้ แต่ก็ต้องระมัดระวังตัวเพิ่มมากขึ้น” อี้เล่าให้เราฟัง


เมื่อเราต่อสายถามไปยัง “เก่ง-การุณ” ว่ารู้สึกอย่างไร เมื่อทราบผลการตัดสินของศาลในครั้งนี้ ก็ได้รับคำตอบว่า “ผมยอมรับกับคำตัดสินของศาลทุกประการ เราได้ต่อสู้อย่างสมบูรณ์ จากนี้ต้องแก้ไขและปรับปรุงตัวเอง ส่วนในทางคดีก็ต้องสู้กันต่อไป โดยจะให้ทีมกฎหมายรวบรวมหลักฐานเพื่ออุทธรณ์ มันเป็นเรื่องปกติที่เกิดขึ้นกับทุกคดี มีหนักบ้าง เบาบ้าง แล้วแต่ศาลท่านจะตัดสิน”

ผมรอให้กระบวนการยุติธรรมในวันข้างหน้าช่วยตัดสิน ส่วนเรื่องขอโทษเนี่ย...ผมพูดได้ จริงๆยอมรับว่าเราพูดไปอย่างนั้นจริง แต่เราไม่ได้หมายถึง 'เขา' ไม่ได้เอ่ยชื่อพรรค ไม่ได้เอ่ยชื่อใคร แต่หากสิ่งที่เราพูดไป ทำให้ 'เขา' ไม่สบายใจ เราก็ยินดีจะขอโทษในคำพูดที่พูดไป จากนี้ก็ต้องสู้กันต่อไป สู้กันมาขนาดนี้แล้ว คงไม่ต้องมาสงสารกันแล้วละ พูดกับแบบลูกผู้ชายนะ คนเราถ้ายินดีที่จะเจรจากัน เรื่องมันจบไปตั้งแต่กระบวนการไกล่เกลี่ยแล้ว ผมไม่ใช่คนจมปรักกับสิ่งที่เกิดขึ้น คิดเสมอว่าเราอาจจะไม่ดีจริงๆ ก็ได้ เราคิดว่าเราดี แต่คนอื่นอาจมองว่าเราไม่ดี ก็ต้องแก้ไข แต่ผมมั่นใจว่าการตัดสินของศาลจะไม่กระทบกับการเลือกตั้งในอนาคต ผมเชื่อในเสียงของประชาชน ผมจะรอให้ประชาชนเป็นผู้ตัดสิน สิ่งอื่นไม่สามารถทำให้ผมไขว้เขวได้” เก่ง-การุณกล่าวอย่างมั่นใจและติดตลก

เมื่อถามถึงเส้นทางการเมืองในอนาคต ทั้งสองคนตอบไปในทิศทางเดียวกันว่า รอโอกาสที่จะได้ลงสมัครรับเลือกตั้งอีกครั้ง..แต่ไม่รู้ว่า “เมื่อไหร่” ระหว่างนี้ต่างคนก็ลงพื้นที่ในนามตนเอง เพื่อดูแลประชาชนในท้องที่เขตดอนเมือง เพราะชาวบ้านที่เดือดร้อน ก็ยังคงนึกถึงนักการเมืองในท้องถิ่นอยู่ดี

“ช่วงหลังรัฐประหาร ผมก็อยู่อย่างเจียมน้อย เจียมตัว อยู่ด้วยความตั้งมั่น ตั้งใจ อดทนรอโอกาสที่จะกลับมาต่อสู้ทางการเมือง ระหว่างนี้ก็ทำธุรกิจส่วนตัวด้านอสังหาริมทรัพย์ หาเงินเลี้ยงลูกน้องไป อยู่ตามอัตภาพ ช่วงนี้ฐานะไม่ค่อยดี ไม่ค่อยมีเงินใช้ อาศัยกินบุญเก่าเอา แล้วก็ทำงานในนาม 'ประชาชน' ไม่เกี่ยวกับพรรคการเมือง ทำงานให้ดีที่สุด เป็นที่พึ่งของชาวบ้านไปพลางๆ รักษาคุณภาพของเราให้ได้ แต่จะมองว่าดีขึ้นหรือลดลงไม่ได้ เพราะสถานการณ์ตอนนี้มันอ่อนไหว เปลี่ยนแปลงตลอด เราต้องใกล้ชิด ประคองลมหายใจไป เราไม่รู้ว่าการเลือกตั้งครั้งหน้าผลจะออกมาอย่างไร เพราะมีตัวแปรและปัจจัยภายนอกมีเยอะ” เก่ง-การุณกล่าว

ซึ่งไม่ต่างจาก “อี้-แทนคุณ” ที่บอกว่า เส้นทางสายการเมืองหลังจากนี้ ตั้งใจจะเดินหน้าต่อไป เพียงแต่ต้องรอดูว่าภายหลังการปฏิรูปแล้ว หากมีการลดจำนวนส.ส. ตัวเองจะได้ลงสมัครชิงตำแหน่งหรือไม่ ถ้ามีโอกาสก็ยังยืนยันที่จะลงสมัครในพื้นที่ดอนเมือง เพราะมีความผูกพันกับประชาชนในพื้นที่มานาน “ทุกวันนี้ก็ยังเดินสาย ลงพื้นที่ตามปกติ ล่าสุดกำลังพยายามเดินหน้าให้มีการสร้างโรงพยาบาลในพื้นที่ดอนเมือง ซึ่งได้รับความกรุณาจากเจ้าอาวาสวัดปากน้ำภาษีเจริญ ให้เช่าเนื้อที่ 38ไร่ บริเวณถนนนาวงษ์ประชาพัฒนา ภายหลังการปฏิรูปแล้วเสร็จ ผมอยากเห็นประชาชนตื่นตัวเรื่องความคิดและบทบาทหน้าที่ของตนเอง อยากให้ประชาชนแยกแยะระหว่างเรื่องบุญคุณส่วนตัวกับผลประโยชน์ของประเทศชาติ เพราะระบบอุปถัมภ์ทำให้คนบางกลุ่มแยกไม่ออก จนส่งผลกระทบต่อบ้านเมือง”

หลังจากนี้...คงได้แต่รอดูว่า เรื่องทางคดีความสุดท้ายจะเป็นอย่างไร และเมื่อมีการเลือกตั้งในอนาคต พื้นที่ดอนเมืองจะเกิดแข่งขันกันอย่างดุเดือดแค่ไหน แต่ก็เชื่อว่า “ทั้ง 2 ฝ่าย” ที่เป็น "คู่กัด" กันมาตลอด...จะเล่นตามกติกาที่กำหนดไว้!!!

…..............................

กนกวรรณ พิชญานนท์



เครดิต :
เครดิต : เดลินิวส์ (อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์)


ข่าวดาราบน Facebook อัพเดตไว เร็วทันใจ คลิกที่นี่!!

รวมเรื่องเด็ด ประเด็นดัง วันนี้