65 แนวร่วมซึ้ง! พระบารมี แห่เข้ามอบตัว

"สอบสวนทำประวัติ ส่งอบรมเปลี่ยนทัศนคติ"


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 11.10 น. วานนี้ (5 ก.ค.) ที่ห้องประชุมองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) นราธิวาส นายประชา เตรัตน์ ผวจ.นราธิวาส พ.ต.อ.สมหมาย พุทธกูล รอง ผบก.ภ.จ.นราธิวาส และ พ.อ.บัญชา รักชื่อ รอง ผบ.ฉก.3 ร่วมให้การต้อนรับสมาชิกแนวร่วมกลุ่มผู้ไม่หวังดีจำนวน 65 คน ที่เข้ารายงานตัว โดยส่วนใหญ่เป็นอดีตผู้นำศาสนา ผู้นำท้องถิ่น และประชาชนในพื้นที่ 8 อำเภอของ จ.นราธิวาส ถูกกลุ่มผู้ไม่หวังดีปลุกระดมชวนเชื่อให้ต่อต้านเจ้าหน้าที่บ้านเมือง โดยทำหน้าที่แจ้งเบาะแสความเคลื่อนไหวการทำงานของเจ้าหน้าที่ให้กับกลุ่มโจรรับรู้ การเข้ามอบตัวครั้งนี้ เจ้าหน้าที่ได้สอบสวนทำประวัติก่อนส่งตัวเข้าอบรมเพื่อเปลี่ยนทัศนคติที่โรงเรียนเสริมสร้างสันติสุขเป็นเวลา 15 วัน

นายมะยูนุ (ขอปิดนามสกุล) หนึ่งในผู้หลงผิดที่เข้ารายงานตัว กล่าวว่า รู้สึกเสียใจที่เคยคิดร้ายกับแผ่นดินเกิด เพราะความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ เมื่อมีโอกาสจึงตัดสินใจกลับตัวกลับใจเป็นคนดีอีกครั้ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อได้ชมการถ่ายทอดสดการจัดพิธีเฉลิมฉลองในวโรกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงครองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี ได้เห็นชาวไทยที่จงรักภักดีต่อในหลวงตื้นตันใจร้องไห้กัน ตนรู้สึกประทับใจมากถึงกับน้ำตาซึมและเสียใจที่ได้หลงผิดไป ทำให้นอนไม่หลับมาทุกคืน กระทั่งตัดสินใจเข้ารายงานตัวเพื่อตอบแทนบุญคุณของแผ่นดิน

นายประชา เตรัตน์ ผวจ.นราธิวาส กล่าวว่า ขอขอบคุณ ผู้หลงผิดทุกคนที่กลับตัวกลับใจเป็นคนดีเข้ารายงานตัว และเชื่อมั่นในความยุติธรรมของเจ้าหน้าที่ทางการที่เปิดโอกาสให้ผู้หลงผิดเข้ามารายงานตัว ถือว่าเป็นนิมิตหมายอันดีที่จะทำให้จังหวัดชายแดนภาคใต้มีความสันติสุขเกิดขึ้นอีกครั้งโดยเร็ว

"ฝังถังดับเพลิงบรรจุระเบิด"


ตอนสายวันเดียวกัน พล.ต.ต.วรพงษ์ ชิวปรีชา รอง ผบ.ศปก.สน.ยะลา พร้อมด้วย พ.ต.อ.อนุรุธ อิ่มอาบ ผกก.สภ.อ.บันนังสตา นำกำลังไปตรวจสอบบริเวณหมู่ 9 บ้านเจาะบันตัง ต.บันนังสตา หลังรับแจ้งจากชาวบ้านพบหลุมเป็นโพรงลึก ปรากฏว่าหลุมถูกขุดเป็นโพรงเข้าไปใต้ถนน ปากหลุมกว้าง 1 ฟุต ยาวกว่า 3 เมตรเกือบกลางถนน มีถังดับเพลิงบรรจุระเบิดซุกอยู่และมีสายไฟต่อลากเข้าไปในป่าข้างทางยาวประมาณ 100 เมตร และนำเอาดินเหนียวมาอุดหลุมไว้เพื่อเพิ่มแรงอัดระเบิดรุนแรงขึ้น คาดว่าคนร้ายลอบขุดซุกระเบิดไว้ดักสังหารเจ้าหน้าที่ จึงประสานชุดเก็บกู้ระเบิดมาเก็บกู้

ส่วนสถานการณ์รุนแรงในพื้นที่ยังมีเกิดขึ้น โดยเมื่อเวลา 07.45 น. วันที่ 5 ก.ค. ร.ต.ท.ศรเพชร ตันติอมรชัยกุล ร้อยเวร สภ.อ.ระแงะ จ.นราธิวาส รับแจ้งมีคนถูกยิงเสียชีวิตบนถนนสายบาโงสะโต-บาโย บ้านบาโย หมู่ 8 ต.บาโงสะโต พบศพนายมาหามะรอมือลี มะเซ็งอายุ 32 ปี อยู่บ้านเลขที่ 17 บ้านบาโง หมู่ 4 ต. กาลิซา อ.ระแงะ ถูกยิงด้วยปืนไม่ทราบขนาดที่ขมับขวา 1 นัดนอนตายข้างรถ จยย.ฮอนด้าเวฟ ทะเบียน กยต 490 นราธิวาส สอบสวนทราบว่าผู้ตายได้ขี่รถ จยย.กลับจากไปส่งญาติที่สถานีรถไฟตันหยงมัส ถึงที่เกิดเหตุถูกคนร้าย 2 คน มาดักเรียกให้หยุดรถพูดคุยกันชั่วครู่แล้วชักปืนจ่อยิงก่อนขี่รถหลบหนีไป

ต่อมาเมื่อเวลา 16.30 น. วันเดียวกัน ขณะที่ จ.ส.อ.เล็ก สุพงษ์ หัวหน้าชุด ฉก.14 อ.ธารโต จ.ยะลา นำกำลังใช้รถยูนิม็อกออกลาดตระเวนเส้นทางสายบ้านแหร-ซาไก หมู่ 3 ต.บ้านแหร ถึงใกล้ทางแยกเข้าบ้านบาตูปูเต๊ะ หมู่ 3 ต.บ้านแหร ถูกคนร้ายดักซุ่มกดชนวนระเบิดที่ฝังดักไว้บนถนนระเบิดขึ้นอย่างรุนแรง จนรถเสียหลักพุ่งตกข้างทาง จากนั้นคนร้ายใช้อาวุธปืนสงครามยิงถล่มซ้ำหูดับตับไหม้ เกิดการปะทะกันดุเดือดประมาณ 5 นาทีก่อนฝ่ายคนร้ายจะล่าถอยเข้าป่าไป ส่วนเจ้าหน้าที่บาดเจ็บรวม 5 นาย ประกอบด้วย จ.ส.อ.เล็ก สุพงษ์ หัวหน้าชุด พลฯวรวุฒิ ชะสุนทร พลฯฤทธิเดช โกกพันธ์ ส.อ.เปรม มีชัย และ จ.ส.อ.เจริญ แก้วสว่าง ต่อมา พ.ท.อนุภาพ ศิริมณฑล ผบ.ฉก.14 ทราบเหตุนำกำลังมาสนับสนุนพร้อมช่วยลำเลียงคนเจ็บส่ง รพ.ศูนย์ยะลา

"ประชาชนในพื้นที่ถูกเอารัดเอาเปรียบ"


วันเดียวกัน นายสุรินทร์ พิศสุวรรณ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ นำอดีต ส.ส.จังหวัดชายแดนภาคใต้ กว่า 10 คน เข้าพบ พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน ผบ.ทบ. เพื่อเสนอแนวทางแก้ไขปัญหาภาคใต้ โดยใช้เวลาหารือกว่า 1 ชั่วโมง จากนั้นนายสุรินทร์เปิดเผยภายหลังการหารือว่า ได้รับมอบหมายจากนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรค ให้มาพบผู้บัญชาการทหารบก เพื่อที่จะแสดงเจตนารมณ์ในการที่จะร่วมมือกันแก้ไขปัญหาในจังหวัดทางภาคใต้ให้เสร็จสิ้น และสงบร่มเย็นโดยเร็วที่สุด เมื่อได้รับฟังแนวความคิดวิสัยทัศน์ และวิธีการมองปัญหาของผู้บัญชาการทหารบก ซึ่งขณะนี้ได้รับมอบหมายอย่างเป็นทางการจากรัฐบาลให้เป็นผู้รับผิดชอบแก้ไขปัญหานี้แล้วพวกตนรู้สึกอุ่นใจ มั่นใจ และเชื่อว่าจะร่วมกันแก้ไขปัญหาได้

รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์กล่าวว่า โดยเฉพาะเรื่องของความซับซ้อนละเอียดอ่อนในพื้นที่อาจจะเกิดความไม่เข้าใจในวิถีชีวิต ก็ได้มีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเพื่อที่จะสะท้อนให้เห็นว่า บางเรื่องในพื้นที่อาจจะมองปัญหาไปอีกอย่างหนึ่ง แต่คนซึ่งไปจากข้างนอกอาจจะตีความไปอีกอย่างหนึ่ง พวกตนจึงเรียกร้องว่าจะต้องให้คนในพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็นกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน หรือผู้นำศาสนามีส่วนรับผิดชอบและมีส่วนร่วมมากขึ้น และอยากจะให้มีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันบ่อยครั้งขึ้นระหว่างพวกตนซึ่งอยู่ในพื้นที่และได้รับทราบความคับข้องใจของพี่น้องประชาชนในพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของความยุติธรรม การถูกเอารัดเอาเปรียบ การเข้าใจผิดทั้งหลาย

รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์กล่าวอีกว่า พวกตนยังแสดงความเป็นห่วงต่อข้าราชการที่ไปจากนอกพื้นที่แล้วเข้าไปปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่ส่วนนั้นอาจจะไม่เข้าใจเรื่องภาษาและขนบธรรมเนียมประเพณี หากจะมีการปรับเปลี่ยนตัวบุคคลก็ขอให้ปล่อยคนที่มีความรู้มีประสบการณ์ในพื้นที่คอยแนะนำ คอยให้ข้อมูล เพื่อที่จะเข้าใจในวิถีชีวิตและความละเอียดอ่อนในพื้นที่ อย่าปรับเปลี่ยนในทันทีทันใด และขอให้สนใจการศึกษาของเยาวชน การเตรียมตัวของเยาวชนในการที่จะเข้าไปมีส่วนในการแก้ไขปัญหาเรื่องอาชีพ หรือการฝึกอบรมเพื่อที่จะมีงานทำ ซึ่งทั้งหมดนี้ผู้บัญชาการทหารบกรับทราบ และต่างฝ่ายต่างปวารณาตัวที่จะร่วมมือกันแก้ไขปัญหานี้

"ชาวบ้านให้ความร่วมมือดี ยกเว้นบางพื้นที่"


ด้าน พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน ผบ.ทบ. กล่าวว่า คณะของนายสุรินทร์ได้ให้คำแนะนำในฐานะที่เป็นเจ้าของพื้นที่จะทราบว่าปัญหาที่เกิดขึ้นในพื้นที่นั้นมีอะไรบ้างที่ทำให้เกิดปัญหาอยู่ในปัจจุบันนี้ ซึ่งข้อเสนอดังกล่าวจะได้นำมาเป็นเครื่องมือในการที่จะเสริมแนวทางในการ ปฏิบัติในส่วนที่เรายังไม่ทราบ แต่ส่วนใหญ่ก็คิดตรงกันและจะต้องหาหนทางแก้ไข และจากนี้ไปจะให้หน่วยเฉพาะกิจในพื้นที่ลงไปพบกับ ส.ส.ในพื้นที่เพื่อพูดคุยและรับข้อมูลในการแก้ไขปัญหา ซึ่งจะกำชับให้รับทุกข้อมูลไม่ว่าจะเป็นใคร ส่วนเรื่องที่มีการเสนอแนะในวันนี้ และสามารถดำเนินการได้ก่อน คือเรื่องของความเป็นธรรมในสังคม ซึ่งเป็นเรื่องที่เราเข้าใจอยู่แล้ว แต่ต้องใช้เวลาในการแก้ไข และอีกเรื่องคือแนวทางแก้ไขปัญหาระดับท้องถิ่นที่เห็นว่ากำนันผู้ใหญ่บ้านมีส่วนสำคัญในการช่วยกันแก้ไขปัญหา ซึ่งก็ได้รับมาเพิ่มเติมจากที่ได้ ดำเนินการอยู่แล้ว

ผบ.ทบ.กล่าวอีกว่า ความจริงแล้วกำนันผู้ใหญ่บ้าน ให้ความร่วมมืออยู่แล้ว แต่ในพื้นที่ที่วิกฤตินั้น บางทีกำนันผู้ใหญ่บ้านก็ไม่กล้า ดังนั้นตรงนี้เราต้องให้ความมั่นใจกับกำนันผู้ใหญ่บ้าน และประชาชนในพื้นที่ต่างๆ ให้มีความอุ่นใจในการที่จะให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ ส่วนปัญหาเรื่องของเจ้าหน้าที่ที่ยังไม่เข้าใจขนบธรรมเนียมและภาษาของคนในพื้นที่นั้น ทางกองทัพต้องมาปรับการใช้กำลัง แทนที่จะให้ไปอยู่ 1 ปีแล้วกลับ แต่ก็อาจจะยืดระยะเวลาที่ยาวกว่านั้น


แหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

เครดิต :
 

ข่าวดารา ข่าวในกระแส บน Facebook อัพเดตไว เร็วทันใจ คลิกที่นี่!!
กระทู้เด็ดน่าแชร์