แก๊งทวงหนี้-บุกยิง อุ้มผัวเมีย ปมเบี้ยวเงิน30ล้าน

บุกอุ้มอุกอาจ 2 เศรษฐีผัวเมียชะตามืด เผยคนร้ายไม่ต่ำกว่า 4 คนขับปิกอัพ-รถแวนบุกเข้าหมู่บ้านที่ปทุมธานี ควงปืนบุกบ้าน 2 ผัวเมียเจ้าของร้านวัสดุก่อสร้าง ยิงเหยื่อจนบาดเจ็บแล้วอุ้มขึ้นรถหาย ไปทั้งผัวเมีย ตร.เร่งค้นหาไร้วี่แวว ยังไม่ทราบชะตากรรม รปภ.หมู่บ้านระบุคนร้ายบุกเข้าหมู่บ้าน ปืนจี้บังคับให้เปิดประตูเลื่อนเข้าไปอุ้ม ใช้เวลาแค่ 10 นาที พ่อแม่เหยื่อระบุลูกเป็นหนี้ค่าวัสดุก่อสร้าง 30 ล้าน เศรษฐกิจตกต่ำทำให้ไม่มีเงินใช้หนี้ โดนตามทวงตามขู่มาตลอด คาดเป็นสาเหตุให้โดนอุ้มครั้งนี้

เมื่อเวลา 22.00 น. วันที่ 4 ม.ค.

ร.ต.ท.สุนทร รัตนพร ร้อยเวรสอบสวน สภ.คลองห้า จ.ปทุมธานี ได้รับแจ้งจากหน่วยดูแลความปลอดภัย 191 ว่ามีคนร้ายขับรถมา 2 คัน ใช้อาวุธปืนยิงเจ้าของบ้านได้รับบาดเจ็บแล้วบุกเข้าอุ้มตัว 2 เศรษฐีสามีภรรยา เจ้าของกิจการร้านขายฮาร์ดแวร์ และร้านขายวัสดุก่อ สร้าง บ้านเลขที่ 259 ภายในหมู่บ้านราชธานี คลอง หลวง หมู่ 9 ต.คลองห้า อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี จึงเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อมด้วยพล.ต.ต. คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง รองผบช.ภาค 1, พล.ต.ต.ประพันธ์ พานิคม ผบก.ภ.จว.ปทุมธานี, พ.ต.อ.นันทชาติ ศุภมงคล รองผบก.ภ.จว.ปทุมธานี และพ.ต.ท.พัลลภ แอร่มหล้า สวญ.สภ.คลองห้า พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน

เมื่อไปถึงที่เกิดเหตุเป็นบ้านเดี่ยว 2 ชั้น เนื้อที่ 100 ตารางวา

ชั้นบนเปิดทีวีและพัดลมไว้ ไม่พบใครอยู่ในบ้าน ประตูรั้วที่มีระดับความสูงประมาณ 1 เมตรถูกปิดไว้ หน้าประตูรั้วหน้าบ้านพบสุนัข 2 ตัว ยืนเดินวนไปมาอยู่หน้าบ้าน กลางถนนหน้าบ้านพบแก้วน้ำของคนร้าย และรอยหยดของน้ำแอร์รถยนต์ที่ติดเครื่องไว้

นอกจากนี้ยังมีรอยหยดเลือดจากสนามหญ้าจนถึงหน้าบ้านเป็นทางยาว

พบรองเท้าแบบชาย 1 ข้างเปื้อนเลือดอยู่ที่สนามหญ้า ที่โรงจอดรถมีรถเก๋งยี่ห้อฮอนด้า รุ่นแอคคอร์ด สีแดง ทะเบียน 7ษ-5580 กทม. จอดอยู่ ภายในบ้านชั้นล่างที่โต๊ะอาหาร มีจานข้าวช้อนคาที่จาน 2 ใบ มีจานกับข้าวเต็มจาน ประมาณ 4-5 อย่าง และโทรศัพท์ 1 เครื่อง ยังวางอยู่บนโต๊ะ ลักษณะเพียงเริ่มกินข้าว ที่ประตูเข้าบ้านและประตูหลังบ้าน ถูกปิดไว้แต่ไม่ได้ล็อก

ต่อมาทราบชื่อผู้พักอาศัยอยู่ในบ้านคือนายวิชาญ อุ่นทน

อายุ 34 ปี อยู่บ้านเลขที่ 62 หมู่ 5 ต.บางพูน อ.เมือง ปทุมธานี และนางสาวปัทมา จ้อยประดิษฐ์ อายุ 22 ปี อยู่บ้านเลขที่ 105/56 หมู่ 1 ต.บางขะแยง อ.เมือง ปทุมธานี ถูกคนร้ายไม่ทราบจำนวนบุกเข้าไปอุ้มตัวจากในบ้านขึ้นรถปิกอัพและรถแวนหลบหนีไป โดยใช้ถนนเส้นทางเลียบคลอง 5 มุ่งหน้าไปทาง อ.วังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา เจ้าหน้าที่วิทยุสกัดแต่ก็ยังไร้วี่แวว

สอบสวนนายบุญมา นาคทัศน์ อายุ 39 ปี เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของหมู่บ้าน ให้การว่า

เมื่อเวลา 09.45 น. ได้มีรถปิกอัพยี่ห้อมิตซูบิชิ รุ่นไทรทัน สีบรอนซ์เงิน ทะเบียน บฉ 464 กทม. มีคนนั่งมาในรถประมาณ 3-4 คน และรถแวนไม่ทราบยี่ห้อและรุ่น สีดำ ทะเบียนจำได้เพียง 2527 ไม่ทราบหมวดอักษรและหมวดจังหวัด มีคนนั่งมาในรถประมาณ 3-4 คน ซึ่งรถปิกอัพขับนำหน้าส่วนรถแวนขับตามหลังมา เมื่อคนขับรถปิกอัพเปิดกระจกรถลง ได้พูดจาขู่ให้ตนเปิดประตูเลื่อนที่ป้อมยาม ตนบอกขอแลกบัตรก่อน แต่คนขับไม่ยอมแลกบัตรพร้อมทั้งพูดจาให้รีบเปิดประตูและขู่ว่าห้ามวิทยุบอกยามคนอื่น

"ด้วยความกลัวถูกทำร้ายและตกใจ ผมจึงเปิดประตูให้ และรีบวิทยุแจ้งให้เพื่อนยามด้วยกันที่ตรวจพื้นที่บริเวณรอบหมู่บ้าน ให้รีบมาตรวจสอบรถทั้ง 2 คัน แต่ไม่นานก็ได้ยินเสียงปืนดังขึ้น 1 นัด จากนั้นรถทั้ง 2 คันก็ขับออกมาจากในหมู่บ้านด้วยความเร็ว พอถึงป้อมยามยังชักปืนขู่ผม สั่งให้รีบเปิดประตูเลื่อนให้รถทั้ง 2 คันเลี้ยวซ้ายออกไปตามถนนเส้นเลียบคลองห้า คนร้ายใช้เวลาเข้าไปและกลับออกมาประมาณไม่ถึง 10 นาที จากนั้นก็มีชายคนหนึ่งซึ่งเป็นลูกน้องของนายวิชาญ เจ้าของบ้าน มาแจ้งกับว่านายวิชาญกับภรรยาถูกคนร้ายยิงบาดเจ็บแล้วอุ้มขึ้นรถไปด้วย ผมจึงรีบแจ้งตำรวจทันที" นายบุญมากล่าว

นายเทียนชัย ยังประโยชน์ ผู้ดูแลโครงการหมู่บ้านราชธานี ให้การว่า

นางสาวปัทมาเพิ่งติดต่อซื้อบ้านกับตนในราคา 2.9 ล้าน ผ่อนชำระเดือนละ 500,000 บาท เป็นระยะเวลา 6 เดือน และส่งชำระเงินมาแล้ว 2 เดือน เพราะเพิ่งย้ายเข้ามาอยู่ได้เพียง 2 เดือน แต่เดือนที่ 3 นางสาวปัทมายังไม่นำเงินมาชำระ และเมื่อประมาณ 2-3 อาทิตย์ที่แล้ว นางสาวปัทมาโทรศัพท์ปรึกษาคุยกับตนเองว่ามีปัญหากับซัพพลายเออร์ มีคนโทร.มาข่มขู่ ต้องการให้ช่วยหาคนคุ้มครองมาคอยดูแลครอบครัวนางสาวปัทมา แต่ตนก็ไม่ได้เอะใจอะไร บอกเพียงว่าอย่าคิดมาก จนกระทั่งมาเกิดเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้น

ต่อมาเวลา 11.00 น. วันที่ 5 ม.ค. นายสมบุญ อุ่นทน อายุ 60 ปี พ่อของนายวิชาญ และนางประมวล จ้อยประดิษฐ์ อายุ 53 ปี แม่ของนางสาวปัทมา เดินทางมาให้รายละเอียดกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ว่า

ครอบครัวของนายวิชาญและนางสาวปัทมามีหนี้สินกับเจ้าหนี้ มูลค่าประมาณ 30 ล้านและถูกติดตามทวงหนี้ แต่เนื่องจากเศรษฐกิจในการประกอบธุรกิจไม่ค่อยดี จึงทำให้ไม่มีเงินใช้หนี้ และต้องการเจรจาว่ามีอะไรให้ติดต่อกับพ่อและแม่เพื่อคุยต่อรองกันว่าจะหาหนทางแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น เพราะทั้งสองเป็นห่วงลูกมาก เกรงว่าจะได้รับอันตราย

จากการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่า

 นายวิชาญและ น.ส.ปัทมา 2 สามีภรรยาประกอบธุรกิจขายฮาร์ดแวร์ และร้านขายวัสดุก่อสร้าง คาดว่าจะขัดผลประโยชน์เรื่องธุรกิจหรืออาจเกิดจากปัญหาหนี้สิน นอกจากนี้ตำรวจกำลังเร่งติดตามตัวชายซึ่งเป็นคนมาแจ้งป้อมยามว่านายวิชาญกับภรรยาโดนอุ้ม ซึ่งเป็นพยานที่เห็นเหตุการณ์ แต่กลับหายตัวไปไร้วี่แวว พร้อมทั้งประสานตำรวจโรงพักใกล้เคียงออกติดตามรถปิกอัพและรถแวนของคนร้ายอย่างกระชั้นชิด

เครดิต :
เครดิต : เนื้อหาข่าว คุณภาพดี หนังสือพิมพ์ข่าวสด


ข่าวดารา ข่าวในกระแส บน Facebook อัพเดตไว เร็วทันใจ คลิกที่นี่!!
กระทู้เด็ดน่าแชร์