แม่ทัพฉิ่ง ปัดหุ้นร้าน ต้มยำกุ้ง แต่ยัน พูโล รีดส่วยหนุนป่วนใต้จริง

แม่ทัพฉิ่ง ปัดหุ้นร้าน ต้มยำกุ้ง แต่ยัน พูโล รีดส่วยหนุนป่วนใต้จริง

พล.อ.กิตติ รัตนฉายา

โดย ผู้จัดการออนไลน์ 23 พฤศจิกายน 2549 00:22 น.

อดีตแม่ทัพภาคที่ 4 ปฏิเสธข่าวเป็นหุ้นส่วนร้านต้มยำกุ้งในมาเลย์ แต่ยืนยันมีข่าว พูโล รีดเงินมาใช้ก่อเหตุภาคใต้จริง แต่เชื่อว่ามีเพียงส่วนน้อย พร้อมระบุ มหาเธร์ เคยนั่งหัวโต๊ะประชุมชมรมฯ สอดคล้องกับข่าวที่อดีตผู้นำมาเลย์ขอเป็นตัวกลางเจรจากับไทย เตือนนายกฯ ต้องรอบคอบ รู้อะไรอย่าเพิ่งพูด

พล.อ.กิตติ รัตนฉายา อดีตแม่ทัพภาคที่ 4 และอดีตที่ปรึกษานายกรัฐมนตรีสมัยรัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ให้สัมภาษณ์นายเจิมศักดิ์ ปิ่นทอง ในรายการ รู้ทันประเทศไทย ทาง ASTV คืนวันที่ 22 พ.ย.ที่ผ่านมา ปฏิเสธกระแสข่าวที่ว่าเขามีหุ้นส่วนในร้านต้มยำกุ้งในมาเลเซีย ซึ่ง พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ นายกรัฐมนตรีระบุว่า ร้านอาหารเหล่านั้นเป็นแหล่งเงินทุนให้กับผู้ก่อความไม่สงบในภาคใต้

ยัน ไม่เกี่ยวข้องธุรกิจใด ๆ

พล.อ.กิตติ กล่าวว่า ตนไม่ทำธุรกิจอะไรทั้งสิ้น ในช่วงที่เป็นแม่ทัพภาคที่ 4 และเป็นที่ปรึกษานายกฯ ก็ก้มหน้าก้มตาทำงานอย่างเดียว จึงขอปฏิเสธโดยสิ้นเชิง ส่วนกรณีที่ร้านตุ้มยำกุ้งในมาเลเซียเป็นแหล่งเงินทุนให้กับผู้ก่อความไม่สงบในภาคใต้ของไทยนั้น มีข่าวเรื่องนี้มานานและมีรายงานอยู่ในแฟ้มของทางการแล้ว เพราะต้มยำกุ้งเป็นอาหารไทยที่ได้รับความนิยมมากในมาเลเซีย จึงมีคนไทยไปเปิดร้านตั้งแต่ชายแดนไทยไปจนถึงยะโฮร์บารู รวมจำนวนนับหมื่นร้าน

เมื่อมีมากก็ตั้งเป็นชมรม เป็นองค์กร มีการประชุมประจำเดือน อาจจะวางแผนอะไรกัน เราก็ไม่รู้ได้ และมีข่าวว่าครั้งนึ่ง ดร.มหาเธร์ อดีตนายกฯ มาเลเซีย ก็ไปนั่งเป็นประธานในที่ประชุมด้วย ซึ่งก็สอดคล้องกับการที่ ดร.มหาเธร์จะขอเป็นตัวกลางในการเจรจาไกล่เกลี่ยปัญหาความไม่สงบในภาคใต้ที่เกาะลังกาวี เรื่องนี้แสดงว่าการข่าวสอดคล้องกัน พล.อ.กิตติ กล่าว

อดีตแม่ทัพภาคที่ 4 กล่าวอีกว่า การรวมตัวกันของชมรมร้านต้มยำกุ้งจะเกี่ยวข้องกับขบวนการก่อความไม่สงบหรือไม่นั้น มีความเป็นไปได้ เพราะเมื่อก่อนแกนนำพูโลเป็นคนคุมร้านพวกนี้หมด ใครจะเปิดร้านได้ต้องมีบัตร ซึ่งต้องให้เงินคนพวกนี้ เป็นลักษณะการรีดไถ หรือมาเฟีย จึงอาจนำเงินที่ได้มาใช้ในขบวนการ แต่เชื่อว่านี่เป็นส่วนหนึ่งและจำนวนเล็กๆ น้อยๆ เท่านั้น

แต่ยังเชื่อมั่นว่าไม่น่ากระทบความสัมพันธ์

กรณีที่ ดร.มหาเธร์ไปนั่งเป็นประธานการประชุมของชมรมฯ อาจเพราะต้องการเป็นตัวกลางในการไกล่เกลี่ยปัญหาความไม่สงบในภาคใต้ของไทย เพราะขบวนการพูโลควบคุมพวกนี้อยู่ แต่ไม่ใช่ว่า ดร.มหาเธร์จะไปบงการก่อการร้ายเอง

พล.อ.กิตติ กล่าวอีกว่า ข้อมูลเหล่านี้ตนได้มาจากสายข่าวในภาคสนาม และเคยรายงานให้ พ.ต.ท.ทักษิณทราบแล้ว แต่ พ.ต.ท.ทักษิณไม่เชื่อ ไปเชื่อแต่ข้อมูลจากตำรวจ ไปมองว่าความไม่สงบที่เกิดขึ้นในภาคใต้เป็นแค่อาชญากรรมธรรมดา

อดีตแม่ทัพภาคที่ 4 เชื่อว่า ปัญหานี้ไม่น่าจะกระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับมาเลเซีย เพราะว่า ถ้าเรามีปัญหาอะไรควรจะพูดกันตรงๆ แต่มาเลเซียทำงานเป็นระบบเพราะเคยเป็นอาณานิคมของอังกฤษมาก่อน จะไปคุยกับเขาต้องมีเอกสารหลักฐานพร้อม ไม่ใช่เอาหมายจับใบเดียวไปยื่นให้เขาเหมือนที่ผ่านมา

อย่างไรก็ตาม พล.อ.กิตติ กล่าวว่า ที่นายกฯพูดถึงเรื่องนี้ น่าจะมาจากความพลั้งเผลอมากกว่า เพราะมีคำถามเข้ามา เมื่อมีข้อมูลอยู่ก็เผลอพูดออกไป เพียงแต่ว่าการเป็นผู้ใหญ่ต้องรอบคอบในการพูดจามากกว่านี้ ซึ่งเรื่องนี้ตนเคยเตือน พ.ต.ท.ทักษิณเช่นกันว่าถ้าเขาต้องการเป็นมิตรกับเรา เขายื่นมือออกมา อย่าไปตีมือเขา เพราะเขากับเราเป็นเพื่อนบ้านกัน เชื่อว่าเขาต้องการเป็นมิตรกับเรา ถึงแม้ว่าเราจะรู้อะไรก็อย่าเพิ่งไปพูด

เครดิต :
 

ข่าวดารา ข่าวในกระแส บน Facebook อัพเดตไว เร็วทันใจ คลิกที่นี่!!
กระทู้เด็ดน่าแชร์