นายกฯตู่! ปัดอยู่ยาว 10 ปี ย้ำเลือกตั้ง 61

นายกฯตู่! ปัดอยู่ยาว 10 ปี ย้ำเลือกตั้ง 61

นายกฯสวนเสกสรรค์ สนช.ขวางหั่นไพรมารี

"บิ๊กตู่" เมิน "เสกสรรค์" วิเคราะห์ คสช.อยู่ยาว 10 ปี ย้อนถามรัฐบาลจะอยู่ยาวได้อย่างไร ในเมื่อการเลือกตั้งต้องเกิดขึ้นในปี 2561 "บิ๊กป้อม" การันตีคุมเข้มไม่ให้เกิดเรื่องไม่ดี ปัดตั้งพรรค-สมัครเลือกตั้ง ลั่นอายุเยอะแล้ว ทำงานตรงนี้จบก็พอ ด้าน "นิพิฏฐ์" เห็นพ้องผ่าเกมสืบทอดอำนาจ พรรคการเมืองล้วนหวังเป็นรัฐบาลสยบยอมเป็นลูกไล่ชนชั้นนำ "มีชัย" กังวลไพรมารีโหวตทำป่วน เล็งเชิญพรรคการเมืองถกกำหนดเขตเลือกตั้ง "สมเจตน์" ทำขึงขังปรับแก้ได้ แต่ห้ามหั่นทิ้ง "สมชัย" ชี้ร่าง ก.ม. พรรคการเมืองไม่ขัดเจตนารมณ์รัฐธรรมนูญ มติ กกต. เสียงแตก 3 ต่อ 2 ชง 6 ประเด็นโต้แย้งเซ็ตซีโร่ ฉะกำหนดคุณสมบัติ-ลักษณะต้องห้ามเกิน รธน.กำหนด โละ กกต.ทั้งคณะขัดหลักนิติธรรม-นิติประเพณี "ธีรวัฒน์" ซัดกันเองไม่สง่างามหวงเก้าอี้

จากกรณีนายเสกสรรค์ ประเสริฐกุล อดีตคณบดีคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ วิเคราะห์สถานการณ์การเมือง โดยระบุรัฐธรรมนูญให้อำนาจชนชั้นนำจำกัดพื้นที่นักการเมือง และรัฐบาล คสช.จะอยู่ยาวกุมอำนาจไปอีกถึง 10 ปีนั้น ล่าสุด พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช.ได้ตอบคำถามสื่อมวลชนเพียงว่า รัฐบาลจะอยู่ยาว 10 ปีได้อย่างไร ในเมื่อมีกลไกการเลือกตั้งที่จะต้องเกิดขึ้นในปี 2561

นายกฯพา ครม.ชมเรือนรับรองใหม่

เมื่อเวลา 08.35 น. วันที่ 20 มิ.ย. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้นำ ครม.เยี่ยมชมความคืบหน้าอาคารเรือนรับรองหลังใหม่ หลังตึกไทยคู่ฟ้า โดยมี พล.ต.ธีรพล มณีแสง เจ้ากรมยุทธโยธาทหารบก และนายจักริน อุตตะมะ มัณฑนากรชำนาญการพิเศษ จากกรมศิลปากร ผู้ดูแลงานออกแบบก่อสร้างรอต้อนรับ ทั้งนี้ พล.อ.ประยุทธ์ได้อธิบายรายละเอียดทั้งการตกแต่งและพา ครม.เดินชมห้องต่างๆด้วยตัวเองนาน 15 นาที โดยระบุว่าใช้สีเหลืองสีประจำวันเฉลิมพระชนมพรรษาของพระเจ้า อยู่หัวปัจจุบัน และพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทาภายในอาคาร แต่จะให้ไปดูว่าควรจะมีสีฟ้า สีของสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี นาถ ด้วยหรือไม่ อาคารนี้ใช้งบฯ 137,371,700 บาท ต้องมีไว้บ้างเพราะใช้ตึกเก่ามาหลายปี แขกหลายประเทศภูมิใจที่ได้มาเยือนสถานที่สวยงามของไทย ที่เป็นศิลปะทั้งตะวันตกและตะวันออก ตอนนี้ก่อสร้างเสร็จไปประมาณ 80-90% เป็นสมบัติชาติ ไม่ได้สร้างเพื่อใคร ไม่ได้สร้างเพื่อให้ใครรัก ในวันหน้าทำเนียบรัฐบาลอาจใช้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวได้บ้าง
ควัก 3.5 แสนซื้อพระบรมรูป ร.9

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากนั้นนายกฯจึงพา ครม. เดินไปยังตึกบัญชาการขึ้นประชุม ครม. ผู้สื่อข่าวถามว่า ไปดูอาคารมาแล้วอยากพูดอะไรกับสื่อบ้างหรือไม่ นายกฯตอบว่า "ไม่อยาก ไม่ใช่เวลาจะคุย ไม่รู้จะคุยอะไร" เมื่อถามว่า นายกฯตั้งชื่ออาคารเรือนรับรองหลังใหม่หรือยัง พล.อ.ประยุทธ์ไม่ตอบ แต่เดินไปพบ พูดคุยกับนายมานพ สุวรรณปินฑะ ศิลปินที่ปั้นพระบรมรูป ร.9 นานถึง 9 ปี ที่นายกฯตามหา อยากพบตัว และใช้เงินส่วนตัวซื้อผลงานปั้นพระบรมรูปฯของนายมานพในราคา 3.5 แสนบาท เพื่อจะนำไปประดิษฐานไว้ที่อาคารเรือนรับรองหลังใหม่
เมิน "เสกสรรค์" ปูดทหารอยู่ยาว 10 ปี

ต่อมาเวลา 14.40 น. พล.อ.ประยุทธ์กล่าวภายหลังการประชุม ครม. ถึงกรณีที่นายเสกสรรค์ ประเสริฐกุล อดีตคณบดีคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัย ธรรมศาสตร์ วิเคราะห์ระบุรัฐบาลทหารจะอยู่ถึง 10 ปีว่า "ก็ปล่อยให้พูดกันไป ท่านพูดมานานแล้วก็ปล่อยให้พูดไป ถ้ามันไม่เกิดประโยชน์อะไรกับผมก็ฟังไปอย่างนั้นเอง เรื่องนี้ก็ฟังไป ใครอยากฟังก็ฟัง ให้รู้ว่าเราก็ติดตามทุกๆคน ใครพูดอะไรมาเราก็ฟัง แต่จะเอามาเป็นสาระอย่างไร แล้วแต่ประชาชน ถามว่ารัฐบาลจะอยู่ยาวถึง 10 ปี อยู่ได้อย่างไร อยู่ได้ถึง 10 ปีก็เก่งแล้ว ในเมื่อกลไกมันคือการเลือกตั้ง ทำไมถึงไม่เข้าใจกันสักที การเลือกตั้งนั้นจะต้องเกิดขึ้นในปี 2561 ชัดเจนกันหรือยัง ไม่ต้องมาถามอย่างอื่นอีก"
ไม่ได้สนใจยอดไลค์ 4 คำถาม

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวถึงการตั้ง 4 คำถามต่อประชาชนว่า ไม่ใช่ว่าตนเองไม่มั่นใจถามไปแล้วพอคนตอบน้อย ไม่ได้สนใจว่าจะมีคนไลค์จำนวนเท่าไหร่ จะตอบมาเท่าไหร่ไม่รู้ วันนี้มีรายงานเบื้องต้นทั่วประเทศ 8-9 หมื่น แต่พวกสื่อสนใจเฉพาะวันแรก จะเท่าไหร่ตนไม่รู้ เพียงแต่ข้อสรุปออกมาว่าต้องการรัฐบาลที่มีธรรมาภิบาลก็ไม่รู้จะทำอย่างไร ให้ไปคิดกันเอาเอง ตนพยายามทุกอย่างที่จะให้ได้รัฐบาลที่มีธรรมาภิบาล ต้องไปดูกลไกอื่นด้วย สปท.-สนช.-กรธ.ทำในสิ่งที่ทุกคนต้องการ แต่มีคนจับไปตีเป็นประเด็นมันก็ไปไม่ได้ทั้งหมด แล้วจะปฏิรูปเปลี่ยน แปลงกันได้อย่างไรในทางการเมือง ส่วนการเลือกตั้งแบบไพรมารีโหวตต้องให้ กรธ. และ สนช.ทำงานก่อน ยังไม่มาถึงรัฐบาล ถือเป็นกลไกการปฏิรูปทางการเมืองไม่ใช่หรือ เพราะถ้าปล่อยให้ทุกอย่างเหมือนเดิมก็ไม่ได้เรียกการปฏิรูป หลายอย่างต้องมีการปรับเปลี่ยนไปบ้าง เพื่อให้ได้รัฐบาลในอนาคตที่มีธรรมาภิบาล บอกไปแล้วทุกอย่างไม่ได้ทำเพื่อตน
ประชดพ่นอังกฤษคำไทยคำถึงเข้าใจ

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า พล.อ.ประยุทธ์ ใช้เวลาแถลงข่าวต่อสื่อมวลชน โดยตอบคำถามที่สื่อเขียนส่งผ่านคณะทำงานประมาณ 20 นาที ทั้งนี้ได้ชี้แจงหลายประเด็นแต่กลับใช้ศัพท์ภาษาอังกฤษขึ้นมาแทรก เช่น คำว่า "make different" (ซึ่งเป็นเรื่องของความแตกต่าง) หรือ "for the future" (เป็นการทำเพื่ออนาคต) "tailor made" (เป็นสิ่งที่ทำเป็นการเฉพาะ) พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ที่จำเป็นต้องใช้ศัพท์ภาษาอังกฤษในวันนี้ เพราะไม่ว่าจะพูดหรืออธิบายอะไร สื่อก็ไม่ค่อยเข้าใจ จึงจำเป็นต้องใช้ศัพท์ภาษาอังกฤษบ้าง สื่อไม่ค่อยฟังจ้องแต่จะถามอย่างเดียว "forget the past start the new" เหมือนกับที่มีการสร้างอาคารเรือนรับรองในทำเนียบฯที่สร้างขึ้นมาเพื่อเป็นหน้าเป็นตาของบ้านเมือง ไม่ใช่หน้าตาของตน เพราะไม่ได้อยู่จนตาย แล้วคำถามจะลดลง มัวแต่ไปถามทีละเรื่องก็ตอบไม่ได้ เพราะถ้าตอบไปก็มีการจับโยงเรื่องนั้นเรื่องนี้ ที่พูดทั้งหมดไม่ได้ว่าใคร เพราะหลายคนเรียนหนังสือสูงกว่าแต่ตนอาจมีประสบการณ์ในการปฏิบัติมากกว่าเพราะเป็นทหารมา 38 ปี เป็นนายกฯอีก 3 ปี ยิ่งอยู่ยิ่งโง่ลงรึเปล่าก็ไม่รู้ เพราะเจอคำถามหลายดอกเข้าไป และที่ต้องใช้ภาษาอังกฤษ เพราะบางครั้งพูดภาษาไทยไปแล้วหลายคนไม่รู้เรื่อง ตอบภาษาไทยไปก็ถามกันแล้วถามกันอีก จะได้ไปคิดเรื่องใหม่ๆกันมาบ้าง ไม่ได้ดัดจริต เพราะนายกฯเองก็ไม่ใช่เก่งภาษาอังกฤษ แต่รู้ศัพท์ของคำบางคำที่จะขับเคลื่อนประเทศ
"บิ๊กป้อม" ยันคุม ลต.ปี 61 ไม่ให้มีเรื่อง

พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯและ รมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์กรณีนายสุเทพ เทือก- สุบรรณ ประธานมูลนิธิมวลมหาประชาชนเพื่อการปฏิรูปประเทศไทย (มปท.) ระบุว่า ถ้าบ้านเมืองยังไม่สงบยังไม่ต้องมีการเลือกตั้งว่า เราพยายามทำเรื่องปรองดองให้เกิดขึ้น ใครจะพูดอย่างไรเป็นเรื่องของเขา เวลานี้ทุกอย่างกำลังดำเนินไป ที่ผ่านมานายสุเทพแสดงความคิดเห็นมาบ้างแล้ว ส่วนเรื่องสัญญาประชาคมก็ว่ากันไป จากนี้จะมีการตั้งเวทีสาธารณะตามที่ได้ประกาศไป ก่อนนำผลสรุปให้นายกฯ เราจะทำไปตามกระบวนการขั้นตอน สื่อไม่ต้องเป็นห่วง ส่วนการเลือกตั้งปี 61 เราจะคุมสถานการณ์ไม่ให้เกิดเรื่องไม่ดีขึ้น
ลั่นทำงานตรงนี้จบก็พอแล้ว

เมื่อถามถึงกรณีนายเสกสรรค์ ประเสริฐกุล อดีตคณบดีคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ระบุว่าชนชั้นนำภาครัฐจะมีโอกาสอยู่ในอำนาจอีกนานว่า คงไม่มองอะไรเพราะไม่ได้มองแบบนั้น เพราะโรดแม็ปให้เลือกตั้งในปี 61 เมื่อถามว่า มีข้อวิจารณ์ว่าแม้ คสช.จะไม่อยู่แล้ว แต่ยังคงมีอำนาจผ่านกลไกอื่น เช่น ส.ว. สรรหา พล.อ.ประวิตร ตอบว่า อันนั้นก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง ถามย้ำว่า จะลงสมัครรับเลือกตั้งหรือตั้งพรรคการเมืองหรือไม่ พล.อ.ประวิตรตอบว่า "ผมจะไปตั้งที่ไหนล่ะ ผมไม่เอา ผมอายุเยอะแล้ว ทำงานตรงนี้ให้จบก็พอแล้ว"
มท.โชว์ 6 วันยอดคำตอบพุ่งหลักแสน

ผู้สื่อข่าวรายงานจากกระทรวงมหาดไทยว่า ศูนย์ดำรงธรรมกระทรวงมหาดไทยเผยแพร่ยอดสรุปประชาชนที่แสดงความคิดเห็นต่อคำถาม 4 ข้อของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้าคสช.ทั่วประเทศ จำนวน 79 หน่วย ประจำวันที่ 19 มิ.ย. ซึ่งเป็นวันที่ 6 ของการตอบคำถาม โดยทั้ง 79 หน่วยมีประชาชนมาแสดงความคิดเห็น ทั้งสิ้น 27,047 ราย สำหรับจังหวัดที่มีประชาชนเดินทางมาแสดงความเห็นมากที่สุดในวันที่ 19 มิ.ย. คือจังหวัดนครราชสีมา 2,887 ราย ส่วนจังหวัดที่น้อยที่สุดคือจังหวัดสมุทรสาคร 6 ราย ขณะที่ศูนย์ดำรงธรรม มท.มียอดผู้มาแสดงความเห็นรวมทั้งสิ้น 115,437 ราย โดยจังหวัดที่มีการแสดงความเห็นมากสุดรวม 6 วัน 3 อันดับแรก คือ จ.ขอนแก่น 11,960 ราย จ.อุบลราชธานี 8,277 ราย และ จ.สกลนคร 6,429 ราย สำหรับจังหวัดที่มีผู้แสดงความคิดเห็นน้อยที่สุดรวม 6 วัน 3 อันดับแรก คือ จ.สมุทรสาคร 49 ราย จ.อ่างทอง 140 ราย และ จ.นครนายก 143 ราย
"นิพิฏฐ์" เห็นพ้องผ่าเกมสืบอำนาจ

นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า เห็นด้วยกับที่นายเสกสรรค์ ประเสริฐกุล นักวิชาการกล่าวว่า ผู้มีอำนาจภาครัฐจะอยู่ต่อเพื่อสืบทอดอำนาจหรือสานต่ออำนาจไปอีก อย่างน้อย 9-10 ปี อย่างที่ตนเคยพูดมาก่อนหน้านี้ เพราะมี ส.ว.แต่งตั้ง 250 เสียงตุนไว้แล้ว โดยให้อำนาจร่วมโหวตเลือกนายกฯคนนอกได้ตลอด 5 ปีของการอยู่ในตำแหน่ง คือตั้งใจให้โหวตเลือกนายกฯได้ 2 สมัยคือ 8 ปีของรัฐบาลเลือกตั้ง ระบบคิดของนายเสกสรรค์คงมาจากฐานเดียวกัน คือดูที่การออกแบบรัฐธรรมนูญและกฎหมายลูกสำคัญๆเป็นหลัก ส่วนการจะให้พรรคการเมืองร่วมมือกันตอบโต้คำท้าทายของชนชั้นนำภาครัฐ จะสลัดระบบนี้ออกไปได้ฝ่ายการเมืองต้องร่วมมือกันอย่างจริงจัง ซึ่งโอกาสเป็นไปได้ค่อนข้างยาก คนออกแบบรัฐธรรมนูญคาดแล้วว่า พรรคการเมืองขัดแย้งกันอยู่แล้ว คงจับมือกันได้ยากมาก เข้าตำราตาอยู่คว้าพุงปลาไปกิน ต้องยอมรับว่าทุกพรรคการเมืองต่างหวังจะเป็นรัฐบาล ต้องยอมตัวไปเป็นลูกไล่ให้ผู้มีอำนาจภาครัฐหรือชนชั้นนำภาครัฐ เพื่อให้เขาสานต่อสืบทอดอำนาจต่อไป นายเสกสรรค์วิเคราะห์อ่านสถานการณ์ได้ถูกหมด เพราะระบอบประชาธิปไตยที่แท้จริงพรรค การเมืองจากการเลือกตั้งจะเป็นผู้บริหารประเทศ ไม่ใช่ข้าราชการประจำ แต่ประเทศไทยเวลานี้พรรคการเมืองกลับคิดที่จะไปรองรับอำนาจอื่นแทน
"มีชัย" ห่วงไพรมารีโหวตทำป่วน

อีกเรื่องที่รัฐสภา นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) กล่าวว่า วันที่ 21 มิ.ย. ตัวแทนจากสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จะหารือกับอนุ กรธ.ในประเด็นไพรมารีโหวต ตามที่สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) มีมติปรับแก้ในร่างกฎหมายลูกพรรคการเมืองว่าจะดำเนินการอย่างไร ทันต่อกรอบเวลาหรือไม่ กรธ.จะยึดหลักการทำงานของฝ่ายประจำเป็นหลัก ถ้ากฎหมายออกมาแล้วทำไม่ได้ จะกลายเป็นปัญหา ระบบไพรมารีโหวตจะเกี่ยวกับการกำหนดเขตเลือกตั้ง ที่จะอยู่ในกฎหมายลูกว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.ด้วย เมื่อถึงตรงนั้นอาจจะเชิญพรรคการเมืองมาหารือ เรื่องกำหนดเขตการเลือกตั้ง แต่คงไม่สามารถส่งร่างกฎหมายว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.ไปให้ สนช.พิจารณาได้ ยังต้องรอร่างกฎหมายพรรคการเมืองเสร็จก่อน มิเช่นนั้นพรรคการเมืองจะมีเวลาไม่ทันตามกระบวนการที่กำหนดไว้ รวมทั้งต้องสรรหา กกต.ใหม่ทั้งหมดก่อนด้วย
ลุยเซ็ตซีโร่ กสม.อ้างกู้คืนเกรดเอ

นายมีชัยกล่าวต่อว่า ส่วนที่นายวัส ติงสมิตร ประธานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ(กสม.) คัดค้านเซ็ตซีโร่ กสม. กรธ.ยึดตามหลักการปารีส ที่ระบุให้กระบวนการสรรหา กสม.ต้องหลาก หลาย ภาคประชาชนต้องมีส่วนร่วม ต้องกำหนดระยะเวลาการสรรหาให้มากกว่าเดิม และต้องมีคุณสมบัติตามที่กำหนด กรธ.ร่างไปตามแนวทางนี้มีการปรับบ้าง เช่น กำหนดให้ต้องมีนักปรัชญา กรธ.ใช้คำว่าเป็นผู้เชี่ยวชาญมีความรู้ด้านวัฒนธรรม และได้ปรับอำนาจหน้าที่ เพื่อแก้ปัญหาความขัดแย้งระหว่างกรรมการ ให้เลิกต่างคนต่างทำ แต่ให้ใช้การลงมติร่วมในแต่ละเรื่อง ส่วนการทำงานแบบผ่องถ่ายอำนาจไปให้อนุกรรมการให้มีเท่าที่จำเป็น ไม่ให้เยอะเหมือนที่ผ่านมา แล้วให้ปรับไปใช้การจ้างผู้เชี่ยวชาญแต่ละด้านมาทำงานแทน กรธ.จะกำหนดแบบนี้กับทุกองค์กรอิสระ เราปรับเปลี่ยน กสม. เพื่อให้เกิดการพิจารณาสถานะที่เคยถูกลดจากเอเป็นบีของเราใหม่ เมื่อเราทำครบถ้วนถูกต้องก็ไปชี้แจงกับเขาได้
"สมเจตน์" ขึงขังแก้ได้-ห้ามหั่นทิ้ง

พล.อ.สมเจตน์ บุญถนอม ประธานกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง สนช.กล่าวถึงกรณีประธานกรธ. เป็นห่วงการนำระบบไพรมารีโหวตมาใช้คัดเลือกผู้สมัครเลือกตั้ง จะเกิดปัญหาพรรคการเมืองเตรียมการไม่ทันเวลาว่า เท่าที่ฟังดูนายมีชัยไม่ได้คัดค้านหลักการไพรมารีโหวต เพียงแต่บอกว่าอาจมีปัญหาในทางปฏิบัติที่ต้องปรับแก้บ้าง หากที่สุดตั้งกรรมาธิการร่วม 3 ฝ่ายขึ้นมาต้องมาคุยกันว่าจะทบทวนอะไร หากทบทวนแนวทางปฏิบัติที่อาจมีปัญหาแล้วแก้ไขให้ดีอาจเป็นไปได้ แต่ถ้าจะให้ทบทวนถึงขั้นตัดระบบไพรมารีโหวตทิ้ง ต้องระบุให้ชัดเจนว่าขัดเจตนารมณ์ รัฐธรรมนูญอย่างไร กมธ.ยืนยันว่าไม่ขัดเจตนารมณ์รัฐธรรมนูญ เพราะเป็นการดำเนินการตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 258 ที่ระบุถึงการดำเนินกิจกรรมของพรรคการเมืองให้มีกระบวนการให้สมาชิกพรรคมีส่วนร่วมและมีความรับผิดชอบอย่างแท้จริงในการดำเนินกิจกรรมทางการเมืองและคัดเลือกผู้มีความรู้ ความสามารถ ความซื่อสัตย์ มาเป็นผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองที่ชัดเจนและเป็นรูปธรรม
โบ้ยคนการเมืองชงปลดแอกนายทุน

พล.อ.สมเจตน์กล่าวอีกว่า ส่วนที่ กรธ.และพรรคการเมืองห่วงการนำระบบไพรมารีโหวตมาใช้ อาจทำให้พรรคการเมืองเตรียมผู้สมัครเลือกตั้งไม่ทันนั้น กมธ.เคยสอบถาม กกต.ที่เสนอร่าง พ.ร.บ.พรรคการเมืองให้ กรธ.พิจารณา กกต.บอกว่าเสนอหลักการคัดเลือกผู้สมัครคล้ายๆ กับไพรมารีโหวต ขณะเดียวกัน ตัวแทนของพรรคการเมืองที่อยู่ในคณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านการเมือง สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) เป็นผู้เสนอเรื่องไพรมารีโหวตมาเอง รวมทั้งนายอลงกรณ์ พลบุตร รองประธาน สปท. และ นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม อดีต ส.ส.พิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์ ก็สนับสนุนแนวทางวิธีนี้ บอกว่าเป็นวิธีแก้ปัญหาไม่ให้พรรคการเมืองตกเป็นของนายทุน นักการเมืองบางคนสนับสนุน ไม่ได้คัดค้านทั้งหมด คนที่คัดค้านต้องตอบว่า การทำให้พรรคการเมืองเป็นประชาธิปไตยขัดกับหลักประชาธิปไตยตรงไหน ไม่ว่ากรรมาธิการร่วมฯปรับปรุงออกมาเป็นอย่างไร แล้วที่ประชุม สนช.ลงมติอย่างไรก็พร้อมยอมรับ
"นิพิฏฐ์" ฟันธงเกมยื้อเลือกตั้ง ต.ค.61

นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงแนวโน้มการตั้ง กมธ.ร่วม 3 ฝ่าย เพื่อร่าง พ.ร.บ.กกต. และร่าง พ.ร.บ.พรรค การเมือง ที่อาจกระทบวันเลือกตั้งว่า ถามว่ากระทบเลือกตั้งล่าช้าหรือไม่ ตอบว่ากระทบในแง่วันเลือกตั้งจะใช้เวลาเต็มเหยียดอย่างยาวตามโรดแม็ปในรัฐธรรมนูญ สมมติมีเวลา 100 วัน เขาจะใช้เต็มๆหรืออาจใช้ 99 วัน ตอนนี้ไม่อาจขยับเร็วกว่านั้นแล้ว เจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญบอกว่า ถ้ากฎหมายลูก 4 ฉบับ เกี่ยวกับเลือกตั้งแล้วเสร็จ จัดเลือกตั้งใน 150 วันได้เลย สถานการณ์ปัจจุบันดูแล้วใช้เวลาจัดเต็มแน่นอนรัฐธรรมนูญบอกวิธีจัดเลือกตั้งอย่างเร็วเอาไว้ คงนำมาใช้ไม่ได้แล้ว เพราะผู้ร่างแต่ละฝ่ายเห็นแย้งจนต้องตั้ง กมธ.ร่วม ขอฟันธงไปเลย ใช้เวลาเต็มแน่นอน กรอบยาวสุดตามโรดเเม็ปอาจได้เลือกตั้งเดือน ต.ค.ปี 2561 จากเดิมเราคิดกันว่ากลางปีนี้น่าจะเรียบร้อยได้ เพราะ กรธ.เริ่มส่งกฎหมายตั้งแต่เดือน เม.ย. แต่จะได้ทำตามโรดเเม็ปหรือไม่ตนไม่รู้
ถ้า สนช.โหวตคว่ำเลิกฝันวันกาบัตร

"แต่ต่อให้ทำกฎหมายลูกกี่ขั้นกี่ตอน วันเลือกตั้งก็จะหลุดกรอบโรดแม็ปในรัฐธรรมนูญไม่ได้ ถ้าจะหลุดกรอบได้ต่อเมื่อเกิด 2 แนวทางคือ 1.สนช. คว่ำ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญในวันที่ใกล้เลยกรอบทำกฎหมายลูก 240 วัน จนไม่มีทางไป เนื่องจากรัฐธรรมนูญไม่ได้กำหนดทางออกไว้ว่า ถ้ากฎหมายลูกเสร็จไม่ทันจะทำอย่างไร 2.ผู้มีอำนาจแก้ไขรัฐธรรมนูญปลดล็อกประเด็นใดประเด็นหนึ่งเพื่อให้ไปต่อได้ แต่ถ้าแนวทางที่ 2 เกิดขึ้นคงยาวแน่ ไม่ต้องคิดถึงเรื่องวันเลือกตั้งกันแล้ว ถามว่าการคว่ำกฎหมายลูกเกิดขึ้นได้ไหม ตอบว่าเกิดขึ้นได้ เพราะขนาดร่างรัฐธรรมนูญฉบับบวรศักดิ์ยังคว่ำได้ใน 1 คืนเท่านั้น จึงแล้วแต่ผู้มีอำนาจว่าจะให้คว่ำหรือเปล่า" รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์กล่าว
สนช.ตั้ง กมธ.ร่วมรื้อ ก.ม.กกต. 29 มิ.ย.

ที่รัฐสภา นพ.เจตน์ ศิรธรานนท์ โฆษกคณะกรรมาธิการวิสามัญกิจการสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (วิป สนช.) แถลงผลการประชุมวิป สนช.ว่าที่ประชุมหารือกรณี กกต.จะทำความเห็นแย้งมายัง สนช.ว่าร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วย กกต. ขัดเจตนารมณ์รัฐธรรมนูญหรือไม่ คาดว่าวันที่ 23 มิ.ย. กกต.น่าจะทำความเห็นมา จากนั้นจะบรรจุวาระให้วิป สนช.พิจารณา วันที่ 27 มิ.ย. ก่อนนำเข้าที่ประชุมสนช. วันที่ 29 หรือ 30 มิ.ย. เพื่อตั้งคณะกรรมาธิการร่วม 3 ฝ่ายพิจารณาแล้วเสร็จภายใน 15 วัน จากนั้นจะนำเข้าที่ประชุม สนช.พิจารณาให้ความเห็นชอบ หากที่ประชุม สนช.ไม่เห็นชอบต้องใช้เสียง 2 ใน 3 ของสมาชิกทั้งหมด จึงถือว่าร่างดังกล่าวตกไปทันที ขณะที่ร่าง พ.ร.บ.พรรคการเมือง ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนธุรการ สนช.ยังไม่ได้ส่งเรื่องไปยัง กรธ. และ กกต. ส่วนวันที่ 22 มิ.ย. สนช.จะพิจารณาร่าง พ.ร.บ.การจัดทำยุทธศาสตร์ชาติและร่าง พ.ร.บ.แผนและขั้นตอนการดำเนินการปฏิรูปประเทศวาระ 2-3
5 เสือชง 6 ประเด็นแย้งร่าง ก.ม.ลูก

เมื่อเวลา 15.15 น. ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นายภูมิพิทักษ์ กองแก้ว รองเลขาธิการ กกต. แถลงภายหลังการประชุม กกต.ว่าที่ประชุมพิจารณาเกี่ยวกับการเสนอความเห็นแย้งต่อร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้งใน 6 ประเด็น อาทิ มาตรา 11 วรรคสาม ของร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วย กกต.กำหนดเรื่องคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของคณะกรรมการสรรหา กกต. และมาตรา 12 วรรคหนึ่ง เรื่องคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของ กกต. ซึ่งเขียนเกินกว่าที่รัฐธรรมนูญบัญญัติ เนื่องจากเรื่องคุณสมบัติในรัฐธรรมนูญไม่ได้ระบุว่าให้คัดเลือกจากบุคคลซึ่งมีความเป็นกลาง ซื่อสัตย์สุจริต และไม่มีพฤติการณ์ยอมตนอยู่ใต้อาณัติของพรรคการเมืองใดๆ มาตรา 26 เรื่องอำนาจหน้าที่ ของ กกต.ไม่ตรงตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญในมาตรา 224 (3) ให้ กกต.รายเดียวสามารถสั่งระงับยับยั้งหรือสั่งเลือกตั้งใหม่ได้เมื่อพบเหตุทุจริต แต่กฎหมายลูกให้ กกต.กลับมาขอมติที่ประชุมก่อน มาตรา 27 ไม่เป็นตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญมาตรา 224 (1) และ (2) ที่กำหนดให้ กกต. มีอำนาจหน้าที่จัดเลือกตั้งทั้งระดับประเทศและระดับท้องถิ่น แต่กฎหมายลูกให้ กกต.เป็นเพียงผู้ควบคุมการจัดเลือกตั้งท้องถิ่นเท่านั้น มาตรา 70 บัญญัติให้ กกต. พ้นจากตำแหน่งทั้งคณะ กกต.เห็นว่าขัดหลักนิติธรรม นิติประเพณี ไม่ตรงตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ มาตรา 3 วรรคสอง ประกอบมาตรา 26 และมาตรา 27
เผยเสียงแตกแทงเรื่องค้านเซ็ตซีโร่

นายภูมิพิทักษ์กล่าวอีกว่า กกต.จะส่งหนังสือแย้งและเอกสารประกอบส่งไปยัง สนช. ในวันที่ 23 มิ.ย. ส่วนจะส่งเรื่องไปยังศาลรัฐธรรมนูญหรือไม่นั้น เบื้องต้นยังไม่มีการพิจารณา สำหรับการนัดหารือระหว่าง กรธ.กับ กกต. ในวันที่ 21 มิ.ย. กกต.ส่งนาย แสวง บุญมี รองเลขาธิการ กกต. เป็นตัวแทนไปร่วมหารือในการชี้แจงร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง เป็นเพียงการหารือร่วมกับ กรธ. ผลการพิจารณาไม่เป็นผลผูกพันกับ กกต. เนื่องจาก กกต.ยังไม่ได้มีการพิจารณาร่างดังกล่าว และยังไม่มีมติ เนื่องจากยังไม่ได้รับร่างกฎหมายจาก สนช. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การพิจารณาข้อโต้แย้งในร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วย กกต. ประเด็นเรื่องคุณสมบัติของ กกต. มีมติเสียงข้างมาก 3 ต่อ 2 เสียง โดยเสียงข้างมาก 3 คนคือ นายศุภชัย สมเจริญ ประธาน กกต. นายบุญส่ง น้อยโสภณ นายสมชัย ศรีสุทธิยากร ส่วน 2 เสียงข้างน้อยคือ นายธีรวัฒน์ ธีรโรจน์วิทย์ และนายประวิช รัตนเพียร ทั้ง 2 คนไม่เห็นด้วยเรื่องคุณสมบัติ กกต. เพราะถือว่าเป็นเรื่องส่วนตัว
"ธีรวัฒน์" ซัดไม่สง่างาม กกต.หวงเก้าอี้

นายธีรวัฒน์ ธีรโรจน์วิทย์ กกต.ด้านพรรค การเมืองและออกเสียงประชามติ กล่าวว่า ประเด็นเซ็ตซีโร่ กกต. ที่ประชุมมีมติเสียงข้างมาก เห็นควรโต้แย้งเรื่องนี้ต่อ สนช. ตนเป็นเสียงข้างน้อย เห็นว่าสนช.พิจารณาเหตุผลอย่างกว้างขวางและมีมติด้วยคะแนนเสียงท่วมท้น การจะโต้แย้งต้องมีเหตุผลหนักแน่น ไม่ใช่ความรู้สึกชอบหรือไม่ชอบ ยุติธรรมหรือไม่ยุติธรรมเพียงอย่างเดียว ในฐานะนักกฎหมายเคารพในดุลพินิจของกระบวนการนิติบัญญัติโดย ชอบดังกล่าว การเซ็ตซีโร่ส่งผลให้ กกต.ต้องพ้นจากตำแหน่ง ดังนั้น กกต.เป็นผู้เสียประโยชน์ การโต้แย้งย่อมหมิ่นเหม่ให้สาธารณชนเข้าใจมุ่งรักษาประโยชน์ส่วนตัว ยื้อเพื่อรักษาเก้าอี้มากกว่าประเด็นที่เป็นประโยชน์สาธารณะ เป็นเรื่องไม่สง่างาม กิจกรรมใดหมิ่นเหม่ให้เสื่อมศักดิ์และเกียรติภูมิก็ต้องหลีกเลี่ยง และยอมรับ แม้ผลนั้นจะกระทบต่อประโยชน์ตนเองก็ตาม ตำแหน่ง กกต.เป็นเพียงหัวโขน เป็นของชั่วคราว ตนน้อมรับไม่ติดยึด
"สมชัย" ชี้ ก.ม.พรรคการเมืองไม่ขัด รธน.

นายสมชัย ศรีสุทธิยากร กกต.ด้านบริหารกลาง กล่าวถึงกรณีร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมืองว่า เบื้องต้นที่ประชุมเห็นว่าร่าง ดังกล่าวไม่ขัดเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ แต่ กกต.ยังไม่ได้รับร่างกฎหมาย แต่การที่ กกต.ส่งผู้แทนไปหารือกับ กรธ. ในวันที่ 21 มิ.ย. ไปตามคำเชิญ เพราะ กกต.มีส่วนร่วมในการร่างกฎหมายมาแต่แรก หากท้ายที่สุด กกต.ไม่เห็นด้วยว่าร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมืองขัดต่อเจตนารมณ์รัฐธรรมนูญ ก็ไม่ใช่เรื่องของการเอาคืน แต่เห็นว่าเป็นแนวทางปฏิบัติ แม้จะยากแต่ว่าทำได้
"บิ๊กตู่" ชี้อุ้มรถไฟไทย-จีนไม่เกี่ยวเงินกู้

ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช.แถลงภายหลังประชุม ครม.ถึงการใช้ ม. 44 ดำเนินการโครงการรถไฟไทย-จีนว่า เรื่องเงินทุนยังไม่เคยพูดเลยว่าจะไปกู้เงินใคร แหล่งเงินในประเทศก็พอมี จีนไม่เคยเรียกร้องหรือบังคับ เพียงแต่เสนอว่าหากใช้เงินของจีนจะมีดอกเบี้ยเท่าไรก็เอามาเปรียบเทียบตรงไหนต่ำกว่าก็ใช้ตรงนั้น จีนจะเอามาก็เฉพาะวิศวกร เราเป็นบริษัทก่อสร้างในประเทศหรือบริษัทร่วมทุนที่จะประมูลในเส้นทางนครราชสีมา-หนองคาย 3.5 กม. ตรงไหน ติดขัดเรื่องพื้นที่ก็ค่อยๆเคลียร์ไป สัญญาฉบับนี้ทำเฉพาะเส้นทางนี้ซึ่งเป็นสายแรก เส้นทางอื่นต้องไปประมูลหรือไม่ก็ร่วมทุนในเส้นอื่น ตนให้แนวทางข้าราชการว่าให้คิดใหม่ทั้งหมด ไม่ใช่เอื้อประโยชน์ใคร ต้องมองว่าจะเอื้อประโยชน์ชาติในอนาคต ต้องไม่มองจากข้อขัดแย้งและปัญหาทุจริต แต่ต้องทำแบบเทเลอร์ เมด คือ หาเป้าหมายวิธีการให้เจอ ให้ตรงกลุ่ม เพื่อคนส่วนใหญ่ เรื่องรถไฟไทยจีน ขอให้มันเกิดขึ้นเถอะ สมาคมวิศวกรรมต่างเข้าใจแล้ว ว่าไม่มีอะไรตามที่กังวล
โต้พวกบิดเบือนเลิกบัตรทอง

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวถึง การแก้ไขเพิ่มเติมร่าง พ.ร.บ.หลักประกันสุขภาพแห่งชาติหรือกฎหมายบัตรทองว่า เราเตรียมเพื่อจัดหาและแก้ไขระบบบริหารจัดการการใช้จ่ายงบประมาณให้เหมาะสม ไปสู่บุคลากรและประชาชนให้มากที่สุด โดยต้องมีสัดส่วนที่ชัดเจนจึงต้องมีนักบริหารจัดการเข้ามาเป็นกรรมการมีตัวแทนทุกภาคส่วน วันนี้รัฐบาลปรับขึ้นให้ได้ประมาณ 3,100 บาทต่อหัว แล้วใครจะมาบอกว่าจะยกเลิก ขอถามหน่อยคนที่พูดโกหก บิดเบือน นักการเมืองพูดอยู่ได้อย่างไร ยืนยันหลายครั้งแล้วยังไม่เชื่อ ใช้คำว่ายืนยัน นั่งยัน นอนยันว่าไม่ยกเลิก

พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกฯ แถลงว่า นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร รมว.สาธารณสุข รายงานปัญหาของเวทีประชาพิจารณ์ร่าง พ.ร.บ.ประกันสุขภาพให้ ครม.รับทราบว่ามีความพยายามล้มเวทีประชาพิจารณ์ และแจ้งว่าวันที่ 21 มิ.ย.ที่โรงแรมเซ็นทราศูนย์ราชการและคอนเวนชันเซ็นเตอร์ จะจัดเวทีเสวนาให้ความรู้เกี่ยวกับร่าง พ.ร.บ.ฉบับเก่าและใหม่ ยืนยันว่าสิทธิประชาชนยังมีอยู่เหมือนเดิม


เครดิต :
ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดยหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

ข่าวดาราบน Facebook อัพเดตไว เร็วทันใจ คลิกที่นี่!!

รวมเรื่องเด็ด ประเด็นดัง วันนี้