ก่อนจะเป็นพระปราโมทย์ ปาโมชโช

 

คมชัดลึก : กลายเป็นเรื่องทอล์กออฟเดอะทาวน์ หลังถูกกลุ่มชาวพุทธรักศาสนาร้องเรียนต่อกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ให้ตรวจสอบว่ามีพฤติการณ์สงสัยว่าจะมีการยักย้ายถ่ายเทเงินบริจาคซื้อที่ดินสำนักสงฆ์ 100 ล้านบาท เข้าบัญชีอดีตภรรยา ที่บวชชีอยู่สำนักสวนสันติธรรม อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี

 พระปราโมทย์ ปาโมชโช หรือชื่อเดิม ปราโมทย์ สันตยากร เคยเล่าชีวประวัติโดยย่อ สมัยที่ยังเป็นฆราวาส โดยโพสต์กระทู้ในเว็บไซต์ลานธรรม ใช้ชื่อว่า "สันตินันท์" เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม 2542


"ผมเกิดเมื่อปี 2495 เป็นชาวจังหวัดพระนครโดยกำเนิด บ้านเกิดอยู่ที่ถนนบริพัตร ริมคลองโอ่งอ่าง อำเภอป้อมปราบฯ ตั้งแต่อายุ 3 เดือน แม่ก็พาเข้าวัดฟังธรรมไม่ได้ขาด (ความจริงแม่เขาฟัง ส่วนผมฟังไม่รู้เรื่องหรอก) วัดที่ไปก็ได้แก่วัดพระพิเรนทร์ (วัดเดิมของท่านเจ้าคุณประยุทธิ์) กับวัดโพธิ์ พออายุ 7 ขวบ พ่อก็พาไปวัดอโศการามของท่านพ่อลี ได้รับคำสอนในเรื่องอานาปานสติ ก็นำกลับมาปฏิบัติเองที่บ้าน และเนื่องจากอยู่ห่างอาจารย์และยังไม่มีสัมมาทิฐิ การปฏิบัติตั้งแต่เด็กจึงเป็นเรื่องการส่งจิตออกนอกทั้งสิ้น คือพอสงบแล้วก็เที่ยวออกรู้เห็นภายนอก หาสาระแก่นสารอะไรไม่ได้เลย"


พระปราโมทย์จบชั้นประถมปลายที่โรงเรียนวัดพลับพลาชัย

จากนั้นไปเรียนมัธยมที่โรงเรียนโยธินบูรณะ จบแล้วเรียนปริญญาตรี-โทที่คณะรัฐศาสตร์ จุฬาฯ ในช่วงที่เรียนปริญญาตรีนั้น เข้าร่วมกิจกรรมกับศูนย์นิสิตโดยตลอด งานหลักไม่ใช่การเรียนหนังสือ แต่ได้แก่งานล้มรัฐบาลในช่วง 14 ตุลาคม หลังจากนั้นก็ออกชนบทในฐานะผู้ประสานงานของศูนย์นิสิต ซึ่งพระปราโมทย์ระบุว่า จะว่าเป็นบุญก็คงได้ เพราะชนบทที่เลือกไปนั้นคือภาคอีสาน นับจากนั้นเป็นต้นมาก็คุ้นเคยกับภาคอีสาน แล้วเป็นโอกาสให้เข้าไปศึกษาธรรมตามวัดป่าในเวลาต่อมา


หลังเรียนจบพระปราโมทย์ ทำงานเป็นลูกจ้าง กอ.รมน. (2518-2521), เจ้าหน้าที่วิเคราะห์นโยบายและแผน 3-7 สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ (2521-2535), ผู้ชำนาญการ 8-10 องค์การโทรศัพท์แห่งประเทศไทย (2535-2544)
 
พระปราโมทย์ ในนาม "สันตินันท์" ยังเล่าประวัติทางธรรมไว้อย่างน่าสนใจว่า "ช่วงต้นปี 2525 ได้อ่านอริยสัจจ์แห่งจิตของหลวงปู่ดูลย์ แล้วรู้สึกดูดดื่มอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน จึงขึ้นไปกราบท่านที่สุรินทร์เมื่อ 23 กุมภาพันธ์ 2525 หลังจากนั้นก็ปฏิบัติเรื่อยมาในสายพระป่า จากนั้นก็วนเวียนไปหาประสบการณ์ตามสำนักครูบาอาจารย์เป็นจำนวนมาก เช่น หลวงพ่อพุธ เจ้าคุณอริยเวที หลวงปู่สาม หลวงปู่เทสก์ หลวงปู่สิม หลวงปู่เหรียญ หลวงปู่บัวพา หลวงปู่หลุย หลวงปู่ชอบ หลวงตามหาบัว ท่านอาจารย์บุญจันทร์ 


หลังจากรับราชการจนได้ชั้นพิเศษแล้ว พระปราโมทย์ระบุว่า เกิดเบื่อหน่ายในระบบราชการ ก็เลยลาออกมาเป็นผู้ใช้แรงงาน

ทำหน้าที่รับจ้างวิเคราะห์งานไปวันหนึ่งๆ พอไม่ให้อดตาย เริ่มรู้จักอินเทอร์เน็ต เมื่ออายุมากแล้ว ครั้งแรกเข้าไปที่พันทิป ไปเจอกลุ่มนักเขียนเข้าก่อน แล้วต่อมาเจอกระทู้ "พบพระพุทธเจ้าให้ฆ่าพระพุทธเจ้า" ของอาจารย์วันวิสาข์ ก็เลยอยู่ในกระทู้ธรรมะเรื่อยๆ มา


"อนาคตกะว่า ถ้าหมดภาระต้องเลี้ยงพ่อแล้วจะพาภรรยาออกบวชครับ เพื่อพยายามทำธุระชิ้นสุดท้ายที่ตั้งใจไว้ให้เสร็จเสียที" สันตินันท์ (19 ส.ค. 2542)


พระปราโมทย์อุปสมบทครั้งแรกในสมัยที่ยังเป็นนักศึกษา ณ วัดชลประทานรังสฤษฏ์ จ.นนทบุรี หลวงพ่อปัญญา นันทภิกขุ เป็นพระอุปัชฌาย์, อุปสมบทครั้งที่ 2 ณ วัดบูรพาราม จ.สุรินทร์ เมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2544 พระราชวรคุณ (สมศักดิ์ ปณฺฑิโต) เป็นพระอุปัชฌาย์ สถานที่จำพรรษา 5 พรรษาแรกอยู่ที่สวนโพธิญาณอรัญวาสี อ.ท่าม่วง จ.กาญจนบุรี ของท่านพระอาจารย์สุจินต์ สุจิณโณ และพรรษาที่ 6 ณ สวนสันติธรรม อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี 


ท่านยังเล่าประวัติไว้ใน "ธรรมเทศนา 4 วัน ในสวนสันติธรรม" ตอนหนึ่งว่า "ตอนทำงานอยู่สภาความมั่นคงฯ เป็นงานเครียด ตอนหลังเหนื่อยแล้ว ก็เลยย้ายมาอยู่องค์การโทรศัพท์ฯ งานสบายกว่ากัน การภาวนาพอเป็นฆราวาสเราก็ภาวนาอยู่ได้แค่นั้นแหละ มันไปต่อไม่ได้ มันห่วงเมียนะ จนกระทั่งมาบวช มาบวชแล้วการภาวนามันง่าย แต่ว่าไม่ใช่ต้องบวชนะ"


พระปราโมทย์ เดิมมีภรรยาที่สมรสตามกฎหมายคือ นางอรนุช สันตยากร ภายหลังนางอรนุชได้ปลงผมมาปฏิบัติธรรมอยู่ที่สวนสันติธรรมด้วย แต่ยังไม่ได้หย่าขาดจากกัน เป็นเหตุที่ทำให้เกิดคำถามอยู่ในคำฟ้องร้องของ น.ส.ฐิตินาถ ณ พัทลุง นักเขียนชื่อดัง ถึงข้อสงสัยในการยักย้ายถ่ายเทเงินบริจาคซื้อที่ดินสำนักสงฆ์เข้าบัญชีอดีตภรรยาจนเป็นเรื่องราวในทุกวันนี้


เครดิต :
ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดยหนังสือพิมพ์คมชัดลึก

ข่าวดารา ข่าวในกระแส บน Facebook อัพเดตไว เร็วทันใจ คลิกที่นี่!!
กระทู้เด็ดน่าแชร์