ฟังให้ชัดแล้วเลิกแถ!! ใครบอกว่าไม่มีจริง จากโกตี๋ย้อนไปถึงมหาหิน มือบึ้มศาลอาญา สารภาพจากปาก

ฟังให้ชัดแล้วเลิกแถ!! ใครบอกว่าไม่มีจริง จากโกตี๋ย้อนไปถึงมหาหิน มือบึ้มศาลอาญา สารภาพจากปาก

ตั้งแต่เวลา 09.30 น. วันที่ 19 มี.ค. เจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร และฝ่ายปกครอง สนธิกำลังตรวจค้นตู้คอนเทนเนอร์ บริษัท เกรทติ้ง ฟอร์จูน คอนเทนเนอร์ เซอร์วิส (ประเทศไทย) จำกัด เลขที่ 10 หมู่ 12 ต.บางพลีใหญ่ อ.บางพลีใหญ่ จ.สมุทรปราการ เพื่อค้นหาอาวุธสงคราม วัตถุระเบิดและสิ่งของผิดกฎหมายอีกครั้ง หลังขยายผลมาจากการตรวจค้นอาวุธปืนและอื่นๆ หลายรายการ ที่บ้านพักของนายโกตี๋ แกนนำเสื้อแดง จ.ปทุมธานี เมื่อวันที่ 18 มี.ค.60 และยุติการค้นหาในช่วงเวลา 01.30 น. วันที่ 19 มี.ค.ที่ผ่านมาโดย พ.ต.อ.วสันต์ บุญเจริญ รอง ผบก.ภ.จ.สมุทรปราการ, พ.ต.อ.โสภณ มงคลโสภณรัตน์ ผกก.สภ.บางพลี, พ.ต.ท.รักศักดิ์ เมฆจินดา รอง ผกก.สส. พ.ต.ท.ธีรยุทธ เสรีนนท์ชัย รอง ผกก.ป., พ.ท.พิเชียรรัฐ ภารัญนิตย์ ผบ.ร.21 พัน 2 รอ. และนายวัฒน เจริญจิตร จ่าจังหวัดสมุทรปราการ ร่วมกันปล่อยแถวกำลังผสมร่วมระหว่างทหาร ตำรวจ และฝ่ายปกครอง จ.สมุทรปราการ และชี้แจงภารกิจในการเข้าตรวจค้นตู้คอนเทนเนอร์ที่เหลือภายในลานอีกครั้ง หลังจากที่ยุติการค้นหาไปเมื่อคืน เพื่อให้คนขับรถฟอร์คลิฟต์และอุปกรณ์ในการใช้ตรวจค้นหยุดพักเครื่องที่มีการใช้งานมาตลอดทั้งวัน

พ.ต.อ.วสันต์กล่าวว่า ภารกิจในการตรวจค้นตู้คอนเทนเนอร์เพื่อหาอาวุธสงครามและวัตถุระเบิดในครั้งนี้ ยังคงเป็นการทำงานร่วมระหว่างทหารสังกัด ร.21, ร.2 ตำรวจ สภ.บางพลี และ อส.ของจังหวัด โดยแบ่งเป็น 3 ผลัด ผลัดละ 100 คน และแบ่งการค้นหาออกเป็น 7 ชุด เพื่อให้การค้นหาตู้คอนเทนเนอร์เป้าหมายเป็นไปได้รวดเร็วยิ่งขึ้น

"ครั้งนี้จะเน้นการตรวจดูตู้ที่มีอายุการฝากไว้เกิน 300 วัน และตู้ที่ต้องสงสัยที่มีอายุการฝากเกิน 1,000 วัน ที่มีอยู่เพียง 1 ตู้ กำลังเร่งค้นหา ซึ่งได้รับการสนับสนุนรถกระเช้าจาก อปท.ในพื้นที่อีก 5 คัน มาเสริมในการตรวจค้นตู้คอนเทนเนอร์ที่อยู่สูงนอกเหนือการใช้รถฟอร์คลิฟต์ยกลงมาตรวจด้านล่าง" รอง ผบก.ภ.จ.สมุทรปราการ กล่าว
มีรายงานว่า ตู้คอนเทนเนอร์ที่ทางเจ้าหน้าที่สงสัย คือตู้หมายเลข TCNU5859625 ที่มีการนำเข้ามาฝากในลานตั้งแต่วันที่ 27 มี.ค.57 ซึ่งหากตรวจสอบอย่างละเอียดแล้วพบว่าตู้ดังกล่าวหายออกไปจากลานจริง ก็จะต้องให้ทางบริษัทที่รับฝากตู้ไปแจ้งความกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อจะได้เรียกผู้เกี่ยวข้องมาสอบสวนหาเส้นทางของตู้ที่หายไปต่อมาเวลา 15.40 น. พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร., พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบ.ตร., พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ), พล.ต.ต.สมบัติ มิลินทจินดา รอง ผบช.ภ.1 และพล.ต.วิจารณ์ จดแตง หัวหน้าส่วนปฏิบัติการด้านกฎหมาย คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ร่วมกันแถลงข่าวที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยนำอาวุธของกลางที่ยึดได้จากปฏิบัติการตรวจค้นแหล่งสะสมอาวุธสงคราม 9 จุด ในพื้นที่ 7 จังหวัด ซึ่งเป็นเครือข่ายนายวุฒิพงศ์ กชธรรมคุณ หรือ "โกตี๋ แดงปทุมธานี" แกนนำเสื้อแดงปทุมธานี อาทิ เอ็ม 16 จำนวน 4 กระบอก, เครื่องยิงลูกระเบิด เอ็ม 79 จำนวน 1 กระบอก, ปืนคาร์บิน 1 กระบอก, ปืนลูกซองยาว 1 กระบอก และปืนชนิดต่างๆ รวม 13 กระบอก พร้อมกระสุนปืนสงครามชนิดต่างๆ กว่า 5,000 นัด ป้ายผ้าสีแดง ระบุข้อความว่า โกตี๋ แดงปทุมฯ จำนวน 3 ผืน และของกลางอื่นๆ ที่เข้าข่ายหมิ่นสถาบันเบื้องสูง มาประกอบด้วยแถลงข่าวครั้งนี้
พล.ต.ต.สมบัติแถลงรายงานผลปฏิบัติการว่า การตรวจค้นดังกล่าวสืบเนื่องจากเมื่อต้นเดือน มี.ค.2560 จากการสืบสวนหาข่าวของเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคง พบมีกลุ่มคนที่เป็นเครือข่ายของนายวุฒิพงศ์ กชธรรมคุณ หรือ "โกตี๋" ผู้ต้องหาหลบหนีหมายจับได้ร่วมกันวางแผนสะสมอาวุธสงครามและวัตถุระเบิด เพื่อเตรียมก่อเหตุร้ายและความไม่สงบขึ้น หากเจ้าหน้าที่บ้านเมืองเข้าปิดล้อมตรวจค้นยึดพื้นที่วัดพระธรรมกาย อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี พล.ต.อ.ศรีวราห์จึงได้สั่งการให้ตรวจสอบข้อมูลจนเป็นที่แน่ชัด และเชื่อว่ามีการวางแผนที่จะลงมือกระทำความผิดจริง จึงรายงานให้กับบังคับบัญชาทราบ และได้รับคำสั่งให้ดำเนินการจับกุมผู้กระทำความผิดมาดำเนินคดี

"บุคคลเหล่านี้เคยเข้าร่วมชุมนุมใหญ่ปี 2553 กับมวลชนคนเสื้อแดง ที่ผ่านมาโกตี๋มีความพยายามใช้โซเชียลโจมตีการทำงานของรัฐบาลและ คสช. มีการปลุกระดมให้ศิษย์วัดพระธรรมกายตอบโต้เจ้าหน้าที่ตำรวจในการเข้าค้นวัดพระธรรมกาย โดยการจัดตั้งกลุ่มมวลชนมาปะทะ และยังพบว่าผู้ต้องสงสัย 1 ใน 9 คน ที่ถูกเจ้าหน้าที่ควบคุมตัวเคยปรากฏตัวบริเวณวัดพระธรรมกายด้วย

เจ้าหน้าที่จึงติดตามจนนำไปสู่การควบคุมตัว รวมทั้งยังพบการเตรียมการลอบทำร้ายผู้นำประเทศและบุคคลสำคัญประมาณช่วงเดือน ก.พ.2560 โดยใช้นามแฝง สหายหมาน้อย จัดรายการวิทยุออนไลน์สู้เพื่อสหพันธรัฐไทย เผยแพร่ผ่านยูทูบช่องไฟเย็นชาแนล ซึ่งมีเนื้อหาโจมตีการทำงานของรัฐบาล มีการเตรียมการลอบสังหาร พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม และบุคคลสำคัญ" พล.ต.ต.สมบัติกล่าว

รอง ผบช.ภ.1 กล่าวว่า อาวุธทั้งหลายเหล่านี้คาดว่าเตรียมการไว้สำหรับสังหารผู้นำประเทศ และจากการติดตามยังพบมีการกระทำความผิดที่เข้าข่ายหมิ่นสถาบันเบื้องสูง ผ่านรายการสู้เพื่อสหพันธรัฐไทย มีการใช้ถ้อยคำหมิ่นสถาบันฯ อาฆาตมาดร้ายต่อรัฐบาล อีกทั้งยังมีการปลุกระดมมวลชนเพื่อให้ออกมาต่อต้านสถาบันฯ นอกจากนี้ จากการตรวจค้นยังพบหลักฐานคือภาพสติกเกอร์และแผ่นซีดีหมิ่นสถาบันฯ อีกด้วยขณะที่ พล.ต.อ.จักรทิพย์กล่าวว่า พื้นที่จังหวัดปทุมธานีเป็นพื้นที่ของโกตี๋และพวกอยู่แล้ว มีการจัดตั้งกลุ่มคนและสะสมอาวุธ ซึ่งคนเหล่านี้นิยมความรุนแรง จากอาวุธปืนสงครามที่ยึดได้ โดยเฉพาะปืนติดกล้องและที่เก็บเสียงก็ชี้ชัดอยู่แล้วว่าไม่ได้ใช้ไปยิงนกแน่นอน แต่เป็นการนำไปใช้สำหรับยิงคนหรือลอบสังหารผู้นำ ซึ่งปืนบางกระบอกหายไปช่วงที่มีการชุมนุมและการปะทะเมื่อปี 2553 ตรงนี้สอดคล้องกับข้อมูลด้านการข่าวที่เจ้าหน้าที่ทำมาโดยตลอด
ผบ.ตร.ลั่นภัยความมั่นคง

"โกตี๋พยายามเคลื่อนไหวและประกาศผ่านโลกโซเชียลตลอดว่า จะมีการลอบทำร้ายผู้นำประเทศ และเป็นปรปักษ์อยู่ฝั่งตรงข้ามกับรัฐบาล ขณะเดียวกันจากการข่าวยังพบว่าโกตี๋และพวกให้การสนับสนุนวัดพระธรรมกาย กลุ่มคนเหล่านี้เป็นภัยต่อความมั่นคงทั้งนั้น ซึ่งถ้ามีการสืบสวนขยายผลไปถึงใครก็ต้องดำเนินการโดยไม่มีข้อยกเว้น" พล.ต.อ.จักรทิพย์กล่าว

ผบ.ตร.กล่าวว่า ในการติดตามตัวโกตี๋ตำรวจมีการประสานไปยังประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งทำมาโดยตลอด แต่ยังไม่ได้รับการตอบสนองเท่าที่ควร แต่เราก็มีศักยภาพในการติดตามตัวอยู่แล้ว ขณะนี้โกตี๋ก็มีหมายจับมาตรา 112 อยู่

ถามว่า มีผู้บงการอยู่เบื้องหลังโกตี๋อีกหรือไม่ ผบ.ตร.กล่าวว่า จะมีคนอยู่เบื้องหลังหรือไม่นั้น ต้องไปถามโกตี๋ ซึ่งในส่วนเจ้าหน้าที่ก็จะดำเนินกดดันปิดล้อมตรวจค้นแบบนี้อย่างต่อเนื่อง สำหรับพระธัมมชโยและโกตี๋ หนีได้ก็หนีไป แต่โกตี๋อยู่ในใจตนเสมอ

ผบ.ตร.กล่าวว่า สำหรับการตรวจสอบตู้คอนเทนเนอร์ภายในลานเก็บตู้คอนเทนเนอร์ภายในบริษัท เกรทติ้ง ฟอร์จูน คอนเทนเนอร์ เซอร์วิส ( ประเทศไทย ) จำกัด ย่านบางพลีใหญ่ จ.สมุทรปราการ เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างการติดตาม และไม่ขอเปิดเผย แต่คาดว่าภายในตู้คอนเทนเนอร์นั้นเชื่อว่าน่าจะมีอาวุธซุกซ่อนอยู่
ส่วน พล.ต.อ.ศรีวราห์กล่าวว่า ผู้ต้องสงสัยทั้ง 9 คนที่ควบคุมตัว จะให้การรับสารภาพหรือไม่รับก็ไม่มีผล เพราะตำรวจมีหลักฐานชัดเจนคืออาวุธสงครามที่ยึดได้ แสดงว่ามีการเตรียมการเพื่อก่อความไม่สงบ ซึ่งขณะนี้ทั้งหมดอยู่ในการควบคุมของเจ้าหน้าที่ทหารส่วนพ.ต.อ.ไพสิฐกล่าวว่า ของกลางที่ยึดได้ในครั้งนี้เป็นกลุ่มที่อยู่ในยุทธภัณฑ์ของทหาร ซึ่งก่อนหน้านั้นเมื่อปี 2553 มีการดำเนินคดีไป แต่ยังไม่ได้ของกลางคืน ในเมื่อครั้งนี้ได้ตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลาง ก็จะมีการดำเนินการในส่วนนี้ต่อไป

"ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับวัดพระธรรมกายนั้น ที่ผ่านมาตำรวจและดีเอสไอได้มีการพูดเสมอว่าทั้งหมดมีส่วนเกี่ยวข้องกับกลุ่มการเมืองซึ่งเป็นกลุ่มมือที่สามเข้ามาเคลื่อนไหวในวัดพระธรรมกายและตลาดกลางคลองหลวง ซึ่งจากทางการข่าวก็ตรงกันว่ามีการเตรียมการก่อเหตุ" อธิบดีดีเอสไอกล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับผู้ต้องหา 9 รายที่เจ้าหน้าที่ทหารควบคุมตัวไปสอบสวน ประกอบด้วย

1.นายธีรชัย อุตรวิเชียร อายุ 55 ปี อยู่บ้านเลขที่ 34/30 หมู่ 7 ต.ท้ายบ้าน อ.เมืองฯ จ.สมุทรปราการ

2.นายประเทือง อ่อนละมูล อายุ 58 ปี อยู่บ้านเลขที่ 18/2 หมู่ 8 ต.บางซ้าย อ.โพธิ์ทอง จ.อ่างทอง

3.นางปาลิดา เรืองสุวรรณ อายุ 62 ปี อยู่บ้านเลขที่ 278 หมู่ 6 ถ.วิเศษศิลป์ ต.ท่าแร่ อ.เมืองฯ จ.สกลนคร

4.นายวันไชยชนะ ครุฑไชยันต์ อายุ 56 ปี อยู่บ้านเลขที่ 209/401 หมู่ 3 ต.พิมลราช อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี

5.นางสาวเอมอร วัดแก้ว อายุ 44 ปี อยู่บ้านเลขที่ 1/16 หมู่ 6 ต.คูคต อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี

6.นายทศพล เกษโกศล อายุ 25 ปี อยู่บ้านเลขที่ 1/8 หมู่ 6 ต.คูคต อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี

7.นายอุดมชัย นพสวัสดิ์ อายุ 60 ปี อยู่บ้านเลขที่ 53/33 หมู่ 1 ต.โพธิ์แตง อ.บางไทร จ.พระนครศรีอยุธยา

 

8.จ.ส.อ.ธนโชติ วงศ์จันทร์ชมพู อายุ 57 ปี อยู่บ้านเลขที่ 211/1 หมู่ 8 ต.บ้านผือ อ.บ้านผือ จ.อุดรธานี

9.ว่าที่ ร.ต.สุริยศักดิ์ ฉัตรพิทักษ์กุล อายุ 49 ปี อยู่บ้านเลขที่ 273/275 ถ.เทศบาล ต.ในเมือง อ.เมืองฯ จ.สุรินทร์ในวันเดียวกันนั้น นายวุฒิพงศ์ กชธรรมคุณ หรือโกตี๋ แกนนำเสื้อแดง ออกมาชี้แจงกรณีตำรวจและทหารบุกค้นบ้านเจออาวุธสงครามจำนวนมากว่า วันนี้ตนเห็นลูกน้องที่โดนจับแล้วสงสารเขา เพราะไม่มีปัญญาไปช่วย เขาเป็นคนดีมาก วันนี้โดนยัดข้อหาขนาดนี้ นี่คือความอยุติธรรมที่เกิดขึ้นตลอดซ้ำแล้วซ้ำเล่าในเมืองไทย ไม่รู้ว่าโดนจับเข้าไปเขาจะโดนทำร้ายมากขนาดไหนในการที่จะให้เขาใส่ร้ายป้ายสีมาให้ตนให้ได้ ถ้าเป็นไปได้พี่น้องช่วยตามข่าวแทนด้วย

"กองทัพไม่ต้องซื้ออาวุธหรอก ไปบุกบ้านไหนก็ของโกตี๋ เจออาวุธที่ไหนก็ของโกตี๋ โยงเข้าหาแม้กระทั่งวัดพระธรรมกาย บ้ากันไปใหญ่แล้ว อาวุธที่ค้นเจอนั้นผมยืนยันว่าไม่ใช่ของผมแน่นอน มีการจัดฉากต้องการเล่นงานเครือข่ายของผมทั้งหมด

ผมห่วงอย่างเดียวคือห่วงความปลอดภัยของหัวหน้าการ์ด เพราะวันนี้เขาได้เสียสละแทนทั้งที่เขาไม่รู้เรื่อง ชีวิตผมไม่เคยมีบ้านเป็นหลังนอนสถานีมาตลอด และออกจากเมืองไทยมา 3 ปีแล้ว อาวุธถ้ามีมากขนาดนั้น ผมถล่มพวกเขาไปนานแล้ว ไม่เอาไว้หรอก นอกจากนี้จะสะสมอาวุธไว้ทำไมในเมืองไทย ที่ใจกลางเมืองขนาดนั้น จัดฉากไม่เนียนในการพยายามที่จะให้ผมเป็นคนก่อการร้าย" โกตี๋กล่าวผ่านรายการสดทาง youtube สู้เพื่อสหพันธรัฐไท

ถ้าพูดถึงคำว่า สหพันธรัฐ หากย้อนกลับไป 8 มีนาคม 2558 พิจารณาจากคำให้สัมภาษณ์ของมหาหิน ขุนทอง หนึ่งในผู้ต้องหาปาระเบิดศาลอาญา ที่ สะท้อนให้เห็นถึงอุดมการณ์ทางความคิดที่อาจจะไปไกลถึงการเปลี่ยนแปลงรูปแบบการปกครอง จึงหมายความถึงพฤติการณ์ของผู้ต้องหากลุ่มนี้จัดได้ว่าเป็นกบฎหรือก่อการร้ายเลยทีเดียว

มหาหิน ขุนทอง ผู้ต้องหาปาระเบิดศาลอาญา ระบุว่า ที่ยอมทำอาจเป็นเพราะอุดมการณ์เดียวกัน ต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย จัดตั้งเป็นองค์กรภาคีภาคประชาชนเพื่อประชาธิปไตย สาธารณรัฐ และรายชื่อที่ปรากฎว่ามี ชื่อ 2 บุคคล ผมทราบเพียงว่ารู้จักกับแฟนมานานแล้ว แต่ตนไม่ทราบรายละเอียดมากนัก รู้เพียงแค่ว่ารู้จักกันเพราะเคยทำงานรักษาความปลอดภัยให้เท่านั้น

 

 

 

 

 

 


ฟังให้ชัดแล้วเลิกแถ!! ใครบอกว่าไม่มีจริง จากโกตี๋ย้อนไปถึงมหาหิน มือบึ้มศาลอาญา สารภาพจากปาก


ฟังให้ชัดแล้วเลิกแถ!! ใครบอกว่าไม่มีจริง จากโกตี๋ย้อนไปถึงมหาหิน มือบึ้มศาลอาญา สารภาพจากปาก


ฟังให้ชัดแล้วเลิกแถ!! ใครบอกว่าไม่มีจริง จากโกตี๋ย้อนไปถึงมหาหิน มือบึ้มศาลอาญา สารภาพจากปาก


ฟังให้ชัดแล้วเลิกแถ!! ใครบอกว่าไม่มีจริง จากโกตี๋ย้อนไปถึงมหาหิน มือบึ้มศาลอาญา สารภาพจากปาก


ฟังให้ชัดแล้วเลิกแถ!! ใครบอกว่าไม่มีจริง จากโกตี๋ย้อนไปถึงมหาหิน มือบึ้มศาลอาญา สารภาพจากปาก


ฟังให้ชัดแล้วเลิกแถ!! ใครบอกว่าไม่มีจริง จากโกตี๋ย้อนไปถึงมหาหิน มือบึ้มศาลอาญา สารภาพจากปาก

ข้อมูล ทีนิวส์

คลิป
vvvv
vvv
vv
v


เครดิต :
 

ข่าวดาราบน Facebook อัพเดตไว เร็วทันใจ คลิกที่นี่!!
กระทู้เด็ดน่าแชร์