ล่าลูกชายส.ส. ขืนใจสาวพม่า

ล่าลูกชายส.ส. ขืนใจสาวพม่า

ล่าลูกชายส.ส. ขืนใจสาวพม่า

กรณีตัวแทนองค์การแรงงาน ระหว่างประเทศ (ILU) เจ้าหน้าที่สถานทูตพม่า ประจำประเทศไทย และเจ้าหน้าที่สถานคุ้มครอง และพัฒนาอาชีพภาคใต้ (บ้านศรีสุราษฎร์) นำตัว น.ส.จอย (นามสมมติ) วัย 19 ปี แรงงานชาวพม่า เข้าร้องเรียน ต่อสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กรณี น.ส.จอยกับ น.ส.โอเล่ (นามสมมติ) วัย 19 ปี ถูกล่อลวงไปข่มขืนอย่างทารุณ จนลำไส้ใหญ่แตกและทวารหนักฉีกขาด โดยคนร้ายเป็นผู้มีอิทธิพลในพื้นที่ อ.กาญจนดิษฐ์ จ.สุราษฎร์ธานี ซึ่งเชื่อว่ามีบุคคล ในเครื่องแบบร่วมรู้เห็นเป็นใจด้วย หลังทราบเรื่องทาง พล.ต.อ.อำนวย เพชรศิริ รอง ผบ.ตร. ได้มีคำสั่งด่วนให้ พล.ต.ท.กมล ห้วยหงษ์ทอง ผบช.ภ.8 ดำเนินการตรวจสอบ และเข้าตรวจค้นบ้านของนายแสงโรจน์ หรืออ้วน กาญจนะ อายุ 37 ปี บุตรชายของนายชุมพล กาญจนะ ส.ส.เขต 3 สุราษฎร์ธานี พรรคประชาธิปัตย์ เมื่อวันที่ 21 ก.พ. ที่ผ่านมา พบหลักฐานเป็นจำนวนมาก ส่วนนายแสงโรจน์ ยังติดตามตัวไม่ได้นั้น

ความคืบหน้าเมื่อเวลา 10.00 น. วานนี้ (22 ก.พ.) ทีมข่าวเฉพาะกิจภูมิภาค น.ส.พ.ไทยรัฐรายงานว่า พล.ต.ท.กมล ห้วยหงษ์ทอง ผบช.ภ.8 ได้มีคำสั่งแต่งตั้ง พล.ต.ต.สัณฐาน ชยนนท์ รอง ผบช.ภ.8 เป็นหัวหน้าชุดสืบสวนสอบสวนดูแลสำนวนคดีทั้งหมด ส่วน พล.ต.ต.วรเวทย์ วินิตเนตยานนท์ ผบก.ภ.จ.สุราษฎร์ธานี รับผิดชอบในการจัดกำลังคุ้มกันพยานและผู้เสียหาย ขณะเดียวกันทาง พล.ต.ต.วรเวทย์ วินิตเนตยานนท์ ผบก.ภ.จ.สุราษฎร์ธานี ได้มีคำสั่งแต่งตั้ง พ.ต.อ.เทศา ศิริวาโท รอง ผบก. เป็นหัวหน้าชุดพนักงานสอบสวนในคดีดังกล่าวร่วมกับทางพนักงานสอบสวนของ สภ.อ.เมืองสุราษฎร์ธานี โดยเมื่อวันที่ 21 ก.พ. ที่ผ่านมา ได้สอบปากคำพยานไปแล้วรวม 5 ปาก ขณะเดียวกัน ได้ส่งพยานหลักฐานที่ยึดได้จากบ้านของนายแสงโรจน์ ประกอบด้วยตัวอย่างของคราบคล้ายโลหิต เส้นผม เส้นขนเพชร รอยนิ้วมือแฝง สายยางท่อน้ำขนาดเล็กยาว 1 เมตร ไปตรวจพิสูจน์ที่กองวิทยาการ จ.สุราษฎร์ธานี คาดว่าจะทราบผลภายในสัปดาห์หน้า

ขณะเดียวกัน เมื่อเวลา 13.20 น. วันเดียวกัน ทางเจ้าหน้าที่สถานคุ้มครองฯ (บ้านศรีสุราษฎร์) ได้พา น.ส.จอย ผู้เสียหาย เดินทางเข้าพบ พ.ต.อ.เทศา ศิริวาโท รอง ผบก.ภ.จ.สุราษฎร์ธานี พ.ต.อ.ประสิทธิ์ ศรีวัฒนพงศ์ ผกก.สภ.อ.เมืองสุราษฎร์ธานี เพื่อให้ปากคำเพิ่มเติม โดยทางพนักงานสอบสวนได้นำรูปถ่ายของผู้ต้องสงสัยมีส่วนพัวพันในคดีดังกล่าว ซึ่งทางตำรวจมีประวัติอยู่แล้วรวม 10 คน ออกมาให้ น.ส.จอยชี้ตัว ปรากฏว่า น.ส.จอยได้ชี้รูปของนายแสงโรจน์ กาญจนะ ว่าเป็นผู้ลงมือทำทารุณและข่มขืนตนเองกับ น.ส.โอเล่ ทั้งด้านหน้าและด้านหลังจนสำเร็จความใคร่หลายครั้ง ส่วนอีกรูปเป็นข้าราชการตำรวจ ชื่อ จ.ส.ต.หญิง อุไรวรรณ หรือ เปิ้ล ไกรเดช ผบ.หมู่งานธุรการ สภ.อ.เมืองสุราษฎร์ธานี ซึ่งเป็นคนติดต่อพาไปส่งให้นายแสงโรจน์ พนักงาน สอบสวนจึงบันทึกคำให้การไว้เป็นหลักฐาน เพื่อขออนุมัติออกหมายจับต่อไป ส่วน น.ส.จอยได้ส่งตัวไปเจาะเลือดไว้เป็นตัวอย่างเปรียบเทียบกับตัวอย่างหลักฐาน ที่พบในบ้านที่เกิดเหตุด้วย สำหรับ น.ส.โอเล่ที่หนีกลับไปประเทศพม่า อยู่ในระหว่างการประสานติดตามตัวมาให้ปากคำในฐานะผู้เสียหายในเร็วๆนี้

ด้าน พ.ต.อ.เทศา ศิริวาโท รอง ผบก.ภ.จ.สุราษฎร์ธานี กล่าวภายหลังการสอบปากคำผู้เสียหายว่า พนักงานสอบสวนกำลังสรุปข้อมูลหลักฐานเพื่อขออนุมัติออกหมายจับนายแสงโรจน์กับ จ.ส.ต.หญิง อุไรวรรณ ตามที่ผู้เสียหายให้การและชี้ยืนยัน สำหรับนายแสงโรจน์นั้นเคยมีประวัติก่อคดีในทำนองเดียวกันนี้เมื่อเดือน ม.ค. 2548 โดยผู้เสียหายเป็นนักศึกษาสาวของสถาบันมีชื่อแห่งหนึ่ง ซึ่งสถานที่เกิดเหตุเป็นบ้านหลังเดียวกับที่ก่อคดีกับสาวชาวพม่า ส่วน จ.ส.ต.หญิง อุไรวรรณ นั้น อยู่ในระหว่างถูกพักราชการ เพราะถูกดำเนินคดีข้อหารับซื้อของโจร เมื่อวันที่ 14 ธ.ค. ที่ผ่านมา หากศาลอนุมัติ ออกหมายจับเมื่อไหร่ก็จะเร่งรัดติดตามตัวผู้ต้องหามาดำเนินคดีทันที ทั้งนี้ ได้ทำรายงานถึงผู้บังคับบัญชาแจ้งความคืบหน้าของคดีนี้แล้ว ซึ่งก็รวมทั้งกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ประสานต่อไป ทางสถานทูตพม่าประจำประเทศไทยเรียบร้อยแล้ว

ต่อมาเมื่อเวลา 18.00 น. วันเดียวกัน ทางพนักงานสอบสวน สภ.อ.เมืองสุราษฎร์ธานี ได้นำหลักฐานไปยื่นขอหมายจับต่อศาลจังหวัดสุราษฎร์ธานี โดยศาลได้อนุมัติออกหมายจับนายแสงโรจน์ กาญจนะ ตามหมายจับเลขที่ 149/2549 ลงวันที่ 22 ก.พ.2549 ใน 5 ข้อหา คือ 1. ข่มขืนกระทำชำเราหญิงอื่นที่ไม่ใช่ภรรยา โดยขู่เข็ญและใช้กำลังประทุษร้ายหญิงที่อยู่ในภาวะไม่สามารถขัดขืนได้ 2. มีและใช้อาวุธปืนทำร้ายร่างกายผู้อื่นได้รับบาดเจ็บ 3. หน่วงเหนี่ยวกักขังผู้อื่น 4. ทำให้ ผู้อื่นกลัวและตกใจโดยใช้อาวุธปืน และ 5. พกพาอาวุธปืนพร้อมเครื่องกระสุนปืนไปในที่สาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาต ส่วน จ.ส.ต.หญิงอุไรวรรณ ไกรเดช ถูกออกหมายจับเลขที่ 150/2549 ลงวันที่ 22 ก.พ. ในข้อหาเป็นธุระจัดหาเพื่อสนองความใคร่ของผู้อื่น ร่วมกันเป็นธุระจัดหาล่อลวงพาไปเพื่อการอนาจาร โดยใช้กลอุบายหลอกลวง ซึ่งพนักงานสอบสวนอยู่ในระหว่างติดตามตัวผู้ต้องหาทั้ง 2 คนมาดำเนินคดีต่อไป

ขณะเดียวกัน ทีมข่าวเฉพาะกิจภูมิภาค น.ส.พ. ไทยรัฐ ยังได้รับการเปิดเผยจากชุดสืบสวนคลี่คลายคดีว่า นอกจากคดีข่มขืน 2 แรงงานสาวชาวพม่าแล้ว ทางชุดสืบสวนยังได้รับมอบหมายให้ตรวจสอบคดีการเสียชีวิตของนายปาน เมืองน้อย อาชีพขี่รถจักรยานยนต์รับจ้าง ซึ่งถูกคนร้ายลวงไปใช้มีดแทงจนเสียชีวิต ภายในซอยโรงอิฐ ต.มะขามเตี้ย อ.เมืองสุราษฎร์ธานี เหตุเกิดเมื่อวันที่ 19 ก.พ.ที่ผ่านมาด้วย เนื่องจากนายปานเป็นพยานปากสำคัญที่ถูกว่าจ้างให้เข้าไปรับตัว น.ส.จอยออกมาส่งในตัวเมือง และน.ส.จอยได้เล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นให้นายปานได้รับรู้ คาดว่าการตายของนายปานน่าจะเป็นการฆ่าปิดปากของกลุ่มผู้ต้องหา ขณะเดียวกัน ได้นำตัวเพื่อนของนายปานอีกคนหนึ่ง (ขอสงวนชื่อสกุล) ที่ขี่รถจักรยานยนต์ไปรับ น.ส.โอเล่อออกมาพร้อมกับนายปานไปไว้ในที่ที่ปลอดภัยแล้ว เพราะหลังจากนายปานถูกฆ่า ก็มีคนบุกมาข่มขู่พยานคนนี้ด้วย

สำหรับนายแสงโรจน์ กาญจนะ มีประวัติเคยถูกจับคดีพยายามฆ่าผู้อื่น ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.อ. พุนพิน และมีอาวุธปืนไว้ในความครอบครอง เมื่อวันที่ 5 ธ.ค. 2542 ตามคดีอาญาที่ 1912/2542 ต่อมาวันที่ 28 ธ.ค. 2543 ถูกจับคดีฆ่านายกิตติ วิเศษสมบัติ พนักงานขับรถ สนง.สรรพากรภาค 11 สุราษฎร์ธานี ศาลชั้นต้นตัดสินจำคุก 16 ปี 15 เดือน นายแสงโรจน์ยื่นอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ พิพากษายืนตามศาลชั้นต้น อยู่ระหว่างการฎีกาและได้ ประกันตัวในชั้นศาลฎีกา ถัดมาวันที่ 13 ก.ค. 2544 ถูกจับคดีมียาเสพติดไว้ในความครอบครอง และมีเครื่องกระสุนปืนไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต และเมื่อวันที่ 24 ม.ค. 2548 ถูกจับข้อหาข่มขืนกระทำชำเรา นศ.สาวสถาบันชื่อดัง ตามคดีอาญาที่ 123/2548 ก่อนจะถูกออกหมายจับซ้ำคดีข่มขืน 2 แรงงานสาวพม่าเป็นคดีล่าสุด

เครดิต :
 

ข่าวดาราบน Facebook อัพเดตไว เร็วทันใจ คลิกที่นี่!!
กระทู้เด็ดน่าแชร์