
นักวิเคราะห์ข้อมูลจับโป๊ะ ใครกันแน่สั่งล้มแก้มลิงคู้บอน?
หน้าแรกTeeNee ที่นี่ข่าววันนี้, ข่าวหน้าหนึ่ง etc นักวิเคราะห์ข้อมูลจับโป๊ะ ใครกันแน่สั่งล้มแก้มลิงคู้บอน?

ณัฏฐ์ มงคลนาวิน นักวิเคราะห์ข้อมูลและยุทธศาสตร์สังคม โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ถึงกรณี ข้อกังขาเรื่องโครงการ "แก้มลิง/บึงรับน้ำคลองคู้บอน และ คลองบางชัน" ระบุว่า
ตลอดหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา เมื่อเกิดข้อกังขาเรื่องโครงการ "แก้มลิง/บึงรับน้ำคลองคู้บอน และ คลองบางชัน" เราได้ยินคำชี้แจงซ้ำๆ จากฝั่งผู้บริหาร กทม. และกลุ่มผู้สนับสนุนว่า:
"โครงการนี้ถูกยกเลิกไปก่อนแล้ว ไม่ใช่ยุคผม" และมีบางกลุ่มออกมาปล่อยข้อมูลชี้นำว่า "ถูกยกเลิกไปตั้งแต่สมัยผู้ว่าฯ อัศวิน ขวัญเมือง"
ทว่าในโลกของ การวิเคราะห์ข้อมูลและยุทธศาสตร์ "คำพูดเปลี่ยนได้ตามสถานการณ์ แต่วันที่และเหตุผลบนเอกสารราชการเปลี่ยนไม่ได้"
เมื่อเอกสารบันทึกข้อความภายในของ กทม. ถูกเปิดเผยสู่สาธารณะ ความจริงเชิงประจักษ์ไม่ได้บอกแค่ว่า "ใครเป็นคนยกเลิก" แต่ยังเปิดเผยถึง "ตรรกะและข้ออ้างที่ใช้ยกเลิก" ซึ่งกำลังกลายเป็นคำถามใหญ่ของสังคมในเวลานี้
ไทม์ไลน์เอกสารราชการ: ปิดฉากวาทกรรม "ยกเลิกตั้งแต่ยุคอัศวิน"
ยุคผู้ว่าฯ อัศวิน (ก่อนกลางปี 2565): โครงการยังเดินหน้าอยู่ในสารบบ มีการผลักดันกระบวนการร่างพระราชกฤษฎีกากำหนดเขตที่ดินที่จะเวนคืน และเตรียมจัดสรรงบประมาณ
12 พฤษภาคม 2566 (ยุคผู้ว่าฯ ชัชชาติ):
บันทึกข้อความจาก สำนักการโยธา ส่งถึงผู้อำนวยการสำนักการระบายน้ำ ระบุชัดเจนว่า กระบวนการขณะนั้นยังอยู่ระหว่างเสนอ พ.ร.ฎ. เวนคืนที่ดิน (โครงการยังไม่ถูกยกเลิก) แต่มีข้อสั่งการจากการประชุมฝ่ายบริหาร กทม. (เมื่อ 1 พ.ค. 2566) ตั้งข้อสังเกตเรื่องงบประมาณสูงและกระทบประชาชน จึงสั่งให้ "ทบทวนความจำเป็นในการดำเนินโครงการ"
มิถุนายน 2567 (ยุคผู้ว่าฯ ชัชชาติ):
สำนักการระบายน้ำทำหนังสือสรุปผลการศึกษา เปรียบเทียบความคุ้มค่าระหว่างบึงรับน้ำกับโครงการอุโมงค์ระบายน้ำ และลงความเห็นท้ายบันทึกอย่างเป็นทางการว่า:
"...จึงเห็นควรยกเลิกโครงการจัดทำบึงรับน้ำบริเวณคลองคู้บอน และคลองบางชัน..."
โดยมีลายมือชื่อลงรับและเกษียนหนังสือตามลำดับขั้นราชการในเดือนมิถุนายน 2567 อย่างชัดเจน
บทสรุปข้อเท็จจริงขั้นที่ 1: การอ้างว่า "ถูกยกเลิกตั้งแต่ยุคก่อน" เป็น ข้อมูลที่ไม่ตรงกับข้อเท็จจริง (Factually Incorrect) เพราะคำสั่งให้ทบทวนและมติเห็นควรยกเลิกอย่างเป็นทางการ เกิดขึ้นและสิ้นสุดลงในฝ่ายบริหารชุดปัจจุบัน
2. ผ่าข้ออ้างในเอกสาร: เมื่อ กทม. อ้าง "สทนช. ไม่ผันน้ำเหนือผ่านแล้ว"
สิ่งที่น่าสนใจที่สุดในเอกสารของสำนักการระบายน้ำ (หน้าที่ 2) คือเหตุผลหลักที่ใช้รองรับการยกเลิกโครงการ โดยระบุว่า:
"คณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) มีมติเห็นชอบ 9 แผนหลักการบรรเทาอุทกภัยในลุ่มน้ำเจ้าพระยาตอนล่าง ซึ่ง 'ไม่มีแผนงานผันน้ำผ่านพื้นที่กรุงเทพฯ อีกต่อไป' ทำให้ข้อสันนิษฐานเดิมที่ กทม. ต้องรองรับน้ำหลาก 110-300 ลบ.ม./วินาที เปลี่ยนแปลงไปอย่างมีนัยสำคัญ จึงไม่มีความจำเป็นต้องทำบึงรับน้ำคู้บอน-บางชัน..."
ร่วมกับการปรับยุทธศาสตร์ไปสู่ Conveyance Strategy (เน้นเร่งระบาย) โดยหันไปผลักดันโครงการอุโมงค์ระบายน้ำส่วนต่อขยาย เช่น อุโมงค์คลองพระโขนง (ช่วงสถานีสูบน้ำพระโขนงถึงคลองสวนอ้อย) และการผันน้ำเข้าสู่บึงหนองบอนเดิมที่มีความจุ 5 ล้าน ลบ.ม. แทน
3. ช่องโหว่เชิงยุทธศาสตร์: กทม. ไม่ใช่ทะเลทราย น้ำท่วมไม่ได้มีแค่น้ำเหนือ
การนำเหตุผลเรื่อง "ไม่ผันน้ำเหนือผ่าน กทม." มาเป็นข้ออ้างหลักในการพับแก้มลิง คือ จุดบอดทางยุทธศาสตร์ (Strategic Blind Spot) ที่นักวิศวกรรมแหล่งน้ำและผู้เชี่ยวชาญผังเมืองตั้งคำถามอย่างหนัก:
ตัดน้ำเหนือ แต่ลืม "น้ำฝน" ในยุคโลกเดือด (Extreme Rainfall):
แม้ สทนช. จะบล็อกน้ำเหนือไม่ให้หลากผ่านฝั่งตะวันออก แต่ปริมาณฝนตกสะสมในกรุงเทพฯ ไม่ได้ลดลง ฝนตกหนักระดับ 100-140 มม. ในพื้นที่เมือง สร้างน้ำฝนฉับพลันหลายร้อยล้านลูกบาศก์เมตร การคิดว่า "ไม่มีน้ำเหนือแล้ว ไม่ต้องมีแก้มลิง" คือการละเลยปัญหาฝนตกในพื้นที่ ซึ่งเป็นสาเหตุหลักที่ท่วมขังกรุงเทพฯ อยู่ทุกวันนี้
คอขวด "น้ำทะเลหนุน": อุโมงค์ยักษ์ก็ดูดไม่ออก:
จุดตายของระบบอุโมงค์ระบายน้ำและสถานีสูบน้ำออกสู่แม่น้ำเจ้าพระยา/อ่าวไทย คือ ช่วงเวลาน้ำทะเลหนุนสูง
เมื่อน้ำทะเลหนุนสูง กทม. จำเป็นต้องปิดประตูระบายน้ำ การสูบน้ำออกจะทำได้ช้ามากหรือสูบไม่ได้ชั่วคราว หากพื้นที่ต้นทางอย่างคู้บอน มีนบุรี คลองสามวา ไม่มีแก้มลิงไว้ชะลอหรือพักน้ำ (Decentralized Retention) น้ำฝนที่ตกลงมาจะไม่มีที่ไป และต้องเอ่อท่วมขังแช่อยู่ตามตรอกซอกซอยและหน้าหมู่บ้าน 5-7 วันอย่างที่ชาวบ้านต้องเผชิญ
ระบบเส้นเลือดฝอยระบายน้ำลงอุโมงค์ไม่ทัน:
อุโมงค์ระบายน้ำจะทำงานได้เต็มกำลัง น้ำต้องไหลจากท่อระบายน้ำลงคลองซอย และจากคลองซอยลงสู่คลองหลัก การไม่มีพื้นที่หน่วงน้ำในจุดเสี่ยง ทำให้ระดับน้ำในคลองซอยล้นตลิ่งตั้งแต่ชั่วโมงแรกที่ฝนตก
บทสรุปเชิงยุทธศาสตร์: ภาวะผู้นำกับหลักธรรมาภิบาล
ในฐานะนักวิเคราะห์ การตัดสินใจเชิงนโยบายเพื่อประหยัดงบเวนคืนที่ดิน เป็นสิทธิ์ที่ฝ่ายบริหารสามารถชั่งน้ำหนักได้
แต่สิ่งที่สังคมและประชาชนต้องการเห็นจากผู้นำ คือความโปร่งใส:
หากเชื่อมั่นในโมเดลอุโมงค์ และเชื่อว่าการไม่มีน้ำเหนือผ่าน กทม. ทำให้แก้มลิงไม่จำเป็นจริง ยุทธศาสตร์ที่สง่างามคือ "การออกมายืดอกยอมรับตรงๆ พร้อมกางข้อมูล ผลการศึกษา และตัวเลขเปรียบเทียบให้ประชาชนดู"
ไม่ใช่การเลือก ปฏิเสธว่าไม่ใช่ยุคตัวเอง แล้วปล่อยให้เครือข่ายสร้างเรื่องเล่าโยนความผิดไปให้อดีตผู้ว่าฯ
เพราะเมื่อเอกสารทางราชการปรากฏชัด ทั้งเรื่อง "วันที่เซ็นยกเลิก" และ "ข้ออ้างเรื่องน้ำเหนือ" จึงไม่เพียงแต่ทำให้ความน่าเชื่อถือของนโยบายน้ำท่วมสั่นคลอน แต่ยังกระทบต่อ ความเชื่อมั่นในวุฒิภาวะและความจริงใจของผู้นำ อย่างปฏิเสธไม่ได้
ณัฏฐ์ มงคลนาวิน
นักวิเคราะห์ข้อมูลและยุทธศาสตร์สังคม
9 ตุลาคม 2569




กระทู้ร้อนแรงที่สุดของวันนี้
























กระทู้ล่าสุด


รูปเด่นน่าดูที่สุดของวันนี้















































