นักวิชาการ เตือน! ห้ามทำสิ่งนี้ หลังน้ำมันรั่วลงท่อพระราม3


นักวิชาการ เตือน! ห้ามทำสิ่งนี้ หลังน้ำมันรั่วลงท่อพระราม3

วันนี้ (8 ก.ย.69) ดร.สนธิ คชวัฒน์ นักวิชาการด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว sonthi kotchawat ให้ความเห็น กรณีพบน้ำมันปริมาณมากรั่วไหล ระบุว่า ลูกระเบิดกลางกรุง..น้ำมันติดไฟรั่วลงท่อระบายน้ำ..สาเหตุ, อันตราย และ ความปลอดภัย ..พบน้ำมันปริมาณมากรั่วไหลลงสู่ท่อระบายน้ำย่านถนนเชื้อเพลิงบริเวณถนนพระราม 3 (รอยต่อเขตคลองเตย- ยานนาวา) กทม. เจ้าหน้าที่สามารถสูบน้ำปนน้ำมันออกจากท่อระบายน้ำได้แล้วกว่า 5,000 ลิตร หลังจากหยุดสูบชั่วคราวเพราะฝนตกหนัก มีการตรวจสอบอีกครั้งพบว่าปริมาณน้ำมันในท่อระบายน้ำกลายเป็นน้ำมันล้วนแบบไม่มีน้ำปน ตรวจพบปริมาณสารอินทรีย์ระ เหยง่าย (VOCs) สูงถึง350ppmเกินค่ามาตรฐานและตรวจพบระดับค่าความเสี่ยงต่อการติดไฟหรือการระเบิด (LEL) เกินค่ามาตรฐานอยู่ในเกณฑ์เสี่ยงต่อการติดไฟหรือระเบิด

1. สาเหตุ (Causes) อาจคาดการณ์ได้ว่าเกิดจากสาเหตุหลัก ๆ ดังนี้

1.1.ถังเก็บน้ำมันใต้ดินรั่วไหลโดยเฉพาะถังเก็บน้ำมันของสถานีบริการน้ำมัน(ปั๊มน้ำมัน)หรือโรงงานอุตสาห กรรมที่เสื่อมสภาพจนเกิดรอยรั่วซึมลงสู่ชั้นดินและไหลเข้าสู่ท่อระบายน้ำ

1.2.โรงงาน อู่ซ่อมรถหรือ สถานประ กอบการลักลอบเทน้ำมันเบนซินหรือสารทำละลายที่ใช้แล้วลงในท่อระบายน้ำสาธารณะ เพื่อลดต้นทุนการกำจัด

1.3.น้ำท่วมรุนแรงพัดพาถังเก็บน้ำมันในชุมชนหรือโรงงานจนเกิดการรั่วไหล

 



2.อันตราย (Danger)
2.1.อันตรายจากการระเบิดและเพลิงไหม้ (สูงสุด) เนื่องจากท่อระบายน้ำเป็นพื้นที่อับอากาศ (Confined Space) หากสารระเหยสะสมจนถึงจุดที่ เรียกว่า Lower Explosive Limit (LEL) หากมีประกายไฟเพียงเล็กน้อยจากเครื่องมือไฟฟ้า ก้นบุหรี่หรือการเสียดสี อาจทำ ให้เกิดการระเบิดรุนแรงในท่อระบายน้ำได้

2.2. โดยปกติแล้ว ค่าVOCs ในอากาศทั่วไปหรือในอาคารควรต่ำกว่า0.3 - 0.5 ppm การที่ตรวจพบสูงถึง350 ppm ถือเป็นระดับที่อันตรายรุนแรงต่อสุขภาพ (ทำให้เกิดอาการวิงเวียนศีรษะแน่นหน้า อก อาเจียน หรือหมดสติได้หากสูดดม) และสะท้อนว่ามีปริมาณน้ำมันหรือสารเคมีรั่วไหลอยู่เป็นจำนวนมากในบริ เวณนั้นมมีมากจนเสี่ยงต่อการเกิดอัคคีภัยหรือการระเบิด นอกจากนี้ไอระเหยสารอินทรีย์และก๊าซต่างๆสามารถไหลตามท่อเชื่อมต่อไปยังพื้นที่อื่น ๆ หรือส่งกลิ่นเหม็นเข้าไปในตัวอาคารได้

2.3.อันตรายจากการสัมผัส หากน้ำมันสัมผัสผิวหนังจะทำให้เกิดการระคายเคืองอย่างรุนแรง ผิวไหม้เคมี และหากซึมลงสู่น้ำบาดาล จะทำให้แหล่งน้ำใช้อุปโภคบริโภคปนเปื้อนสารก่อมะเร็ง

3. แนวทางความปลอดภัย (Safety)
3.1.สำหรับประชาชนในพื้นที่
- ห้ามจุดประกายไฟเด็ดขาดโดยงดการสูบบุหรี่ การจุดไฟ หรือการทำงานที่ก่อให้เกิดประกายไฟใกล้ท่อระบายน้ำ

- หลีกเลี่ยงการสตาร์ทรถ หากมีกลิ่นน้ำมันรุนแรงใต้ท้องรถหรือใกล้ท่อระบายน้ำที่รถจอดอยู่ ต้องหลีกเลี่ยงการสตาร์ทเครื่องยนต์ เพราะประกายไฟจากระบบไฟฟ้ารถยนต์อาจจุดระเบิดได้
- อพยพและสวมหน้ากาก หากกลิ่นน้ำมันรุนแรงมากจนเริ่มเวียนศีรษะ ให้รีบอพยพออกจากพื้นที่ไปอยู่เหนือลม และสวมหน้ากากอนามัย (หากเป็นหน้า กากคาร์บอนจะช่วยกรองกลิ่นได้ดีขึ้น)
- แจ้งเจ้าหน้าที่ทันที โทรแจ้งหน่วยดับเพลิง (199) หรือกรมควบคุมมลพิษ หรือหน่วยงานท้องถิ่นโดยด่วนที่สุด

3.2.สำหรับเจ้าหน้าที่และหน่วยกู้ภัย
-ปิดกั้นพื้นที่ ห้ามไม่ให้ผู้ไม่มีส่วนเกี่ยว ข้องเข้าใกล้ และตัดการทำงานของระบบไฟฟ้าสาธารณะในจุดเสี่ยง
-ระบายอากาศและฉีดโฟม โดยใช้พัด ลมระบายอากาศชนิดพิเศษที่ไม่ก่อให้เกิดประกายไฟ(Explosion-proof) เพื่อระบายไอระเหย และฉีดโฟมดับเพลิง (AFFF) คลุมผิวน้ำมันเพื่อกักไม่ให้ไอระเหยฟุ้งกระจาย
-ต้กหรือสูบน้ำมันออก ใช้สารดูดซับโดยการวางทุ่นกักน้ำมัน (Boom) และใช้แผ่นดูดซับน้ำมัน (Sorbent pads) เพื่อกักเก็บน้ำมันไม่ให้ไหลลงสู่แหล่งน้ำธรรมชาติ




นักวิชาการ เตือน! ห้ามทำสิ่งนี้ หลังน้ำมันรั่วลงท่อพระราม3


นักวิชาการ เตือน! ห้ามทำสิ่งนี้ หลังน้ำมันรั่วลงท่อพระราม3


นักวิชาการ เตือน! ห้ามทำสิ่งนี้ หลังน้ำมันรั่วลงท่อพระราม3


นักวิชาการ เตือน! ห้ามทำสิ่งนี้ หลังน้ำมันรั่วลงท่อพระราม3

ข้อมูล : FB Sonthi Kotchawat
เรียบเรียง : ทีมงาน Teenee.com


ข่าวดารา ข่าวในกระแส บน Facebook อัพเดตไว เร็วทันใจ คลิกที่นี่!!
กระทู้เด็ดน่าแชร์