สนธิยืดอกรับ คำด่ารัฐบาล

จากการที่ทีมโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีออกมาแถลงข่าวเรื่อง


ครม.อนุมัติให้เงินพิเศษกับข้าราชการที่ทำงานกับคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ (คมช.) 15 เปอร์เซ็นต์ ทำให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ไปต่างๆ นานานั้น ล่าสุด

ทั้งรองนายกรัฐมนตรีและปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีต้องออกมาแก้ข่าวว่าเป็นเรื่องความเข้าใจผิด เพราะ ครม.อนุมัติให้ คมช.ให้ 2 ขั้นกับข้าราชการที่ขอตัวจากหน่วยราชการอื่นมาช่วยงาน จำนวน 15 เปอร์เซ็นต์ของจำนวนข้าราชการทั้งหมด

สนธิ ย้ำต้องเอาผิดกลุ่มไล่ ป๋า


เมื่อวันที่ 4 เม.ย. เวลา 09.30 น. ที่กองพลทหารม้าที่ 2 รักษาพระองค์ (พล ม.2 รอ.) พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน ผบ.ทบ. และประธานคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ (คมช.) กล่าวถึง

กรณีที่ คมช. ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเอาผิดตามกฎหมายกับกลุ่มผู้ชุมนุมที่กล่าวพาดพิง พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ เพื่อล่ารายชื่อถอดออกจากตำแหน่งว่าที่ประชุม คมช. มีนักกฎหมายเข้าร่วมด้วย

ตนได้ให้ไปศึกษาดูว่าการที่มีกลุ่มผู้ชุมนุมกล่าวพาดพิงถึง พล.อ.เปรมในลักษณะแบบนี้ มันมีอะไรที่ผิดตัวบทกฎหมายอย่างไร ถ้าหากมีก็ไปดำเนินการตามกฎหมาย ซึ่งจะต้องว่าไปตามนั้น

เมื่อถามว่า คมช.เห็นว่าการล่ารายชื่อถอดถอน พล.อ. เปรม จะกระทบสถาบันพระมหากษัตริย์หรือไม่ พล.อ.สนธิตอบว่า ไม่อยากให้ไปพาดพิงถึงตรงนั้น

เราจะพยายามแยกออกจากกันระหว่างสถาบันกับกระบวนการทางการเมือง ไม่อยากให้พาดพิงและอยากจะบอกว่าจริงๆแล้ว ไม่อยากให้พาดพิงสถาบันดีกว่า

ทั้งนี้ ยังไม่มีใครรับว่าใครเป็นคนทำหรืออยู่เบื้องหลัง หากมีต้องให้เจ้าหน้าที่ตำรวจไปดำเนินการ

เลิกประกาศ คปค.ให้รอร่าง รธน.


เมื่อถามถึงการประกาศยกเลิก คปค.ฉบับที่ 15 และ 27 ก่อนวันที่ 6 กรกฎาคม พล.อ.สนธิตอบว่า สถานการณ์บ้านเมืองจะเป็นตัวกำหนดชี้วัดว่าจะยกเลิกคำสั่ง คปค. หรือไม่อย่างไร สิ่งแรกต้องดูเรื่องความสงบเรียบร้อย

ส่วนที่ 2 คือการยกร่างรัฐธรรมนูญมันบ่งชี้ชัดหรือยังว่าจะเสร็จเร็วหรือช้า และรูปแบบของรัฐธรรมนูญจะออกมาเป็นอย่างไร

ซึ่งต้องมาประกอบในการประกาศยกเลิก คปค. เมื่อถามว่า คมช.พร้อมจะประกาศยกเลิกหากสถานการณ์ บ้านเมืองสงบและรัฐธรรมนูญเสร็จ

พล.อ.สนธิตอบว่า ถือเป็นส่วนหนึ่งและสถานการณ์บ้านเมืองเป็นอีกส่วนหนึ่ง เมื่อถาม จำเป็นต้องเชิญพรรคการเมืองมาพูดคุยด้วยหรือไม่ถึงสาเหตุในการประกาศยกเลิกช้า

พล.อ.สนธิ ตอบว่า ความจริงแล้ว เรามีการพูดคุยกันกับพรรคการเมืองต่างๆ ในระดับประสานงานการปฏิบัติอยู่แล้ว ได้ชี้แจงทำความเข้าใจว่าความสงบเรียบร้อยของประเทศชาติต้องมาก่อน คิดว่าพรรคการเมืองที่เขาเข้าใจ เขาก็เข้าใจ

คมช.พร้อมรับเสียงด่าแทนรัฐบาล


เมื่อถามถึงกรณีที่ น.ต.ประสงค์ สุ่นศิริ ประธานกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ และนายเสนาะ เทียนทอง หัวหน้าพรรคประชาราช วิพากษ์วิจารณ์การทำงานของรัฐบาลและ คมช. ไม่มีความเด็ดขาด หน่อมแน้ม และอ่อนแอ ประธาน

คมช.ตอบว่า ประชาชนคนไทยทั้งประเทศเอาใจช่วย คมช.อยู่แล้ว รู้ว่า คมช.มีความตั้งใจจริงที่จะทำงานด้วยความชัดเจนและเด็ดขาด

ผมเคยบอกว่าขณะนี้ คมช.มีหน้าที่กำกับดูแลให้หน่วยงานต่างๆ ที่ คมช. จัดตั้ง ดำเนินไปตามทางให้บรรลุผลตามที่ คมช.ต้องการ

ดังนั้น คมช.จึงได้ติดต่อประสานงานหน่วยงานต่างๆ เพื่อให้วัตถุประสงค์ของ คมช.สัมฤทธิผล คิดว่าประชาชนเข้าใจการแก้ปัญหาของ คมช.ดี

เมื่อถามว่า ดูแล้วการทำงานของรัฐบาลยังไม่ สอดคล้องกับนโยบายของ คมช. เพราะคนส่วนใหญ่จะด่า คมช.ไม่ได้ด่ารัฐบาล ประธาน

คมช.ตอบว่า ไม่เป็นไร เพราะ คมช.ตั้งรัฐบาล และตั้งคณะทำงานตรงนี้ขึ้นมา เมื่อไม่เรียบร้อยก็เป็นหน้าที่ของ คมช.ที่จะต้องเป็นคนกวดขัน เมื่อถามว่า แสดงว่า คมช.ยอมรับในเสียงด่าทอต่างๆที่เกิด ขึ้น พล.อ.สนธิตอบว่า เป็นเรื่องธรรมดาทางการเมือง


แจงเงินบำเหน็จพิเศษเรื่องปกติ


พล.อ.สนธิกล่าวถึงกรณีที่ ครม.อนุมัติเลื่อนขั้นเงินเดือนให้ข้าราชการที่ปฏิบัติงานใน คมช. ว่า คมช.มีข้าราชการจากกระทรวงต่างๆเข้ามาทำงานอยู่จำนวนมาก

จึงให้ข้าราชการที่มาอยู่ที่ คมช. คิดอัตราเปอร์เซ็นต์ที่ คมช. โดยตัดยอดเงินบำเหน็จความดีความชอบเป็นพิเศษจากกระทรวงต่างๆ

ดังนั้น เมื่อไม่มีการคิดเงินตามที่กระทรวง จึงมาคิดเงินที่ คมช.แทน ใครมาทำงานที่ คมช.จะได้รับ 2 ขั้น ไม่มีอะไรเป็นพิเศษ เพราะข้าราชการได้เงินบำเหน็จ 15% อยู่แล้ว

เพียงแต่มาคิดที่ คมช. ไม่ได้เพิ่มหรือมีอะไรที่ผิดปกติ เพียงแต่ย้ายที่มาขอบำเหน็จเท่านั้นเอง ทางสำนักงานเลขาธิการ คมช.เป็นผู้เสนอไป เพื่อให้ขวัญกำลังใจกับเจ้าหน้าที่ ทั้งนี้ คมช.ทั้ง 8 คนไม่ได้ รับเงินอะไรเลย เงินเดือนยังไม่ได้รับเลย ไม่ได้รับกันสักคน เราใช้แต่เงินเดือนของเรา

ยกตัวอย่างกรณีคนทำงานในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ชื่อของกำลังพลอยู่ในพื้นที่ภาคใต้ แต่ชื่อเดิมอยู่สังกัดที่ต้นหน่วย สมมติไปจากที่ พล. ม.2 รอ. ที่บรรจุอยู่ที่กรุงเทพฯ แต่ต้องเดินทางไปทำงานในพื้นที่ภาคใต้

เมื่อมีการขอบำเหน็จ 15% ที่มีการคิดตามชื่อ ที่ไปปฏิบัติงานในพื้นที่ภาคใต้ โดยมีการตัดยอดจากต้นสังกัดเดิมให้ไปรับเงินในพื้นที่ภาคใต้ ซึ่งถือเป็นเรื่องปกติไม่ได้มีการคิดเงินบำเหน็จที่ต้นสังกัด แต่ไปคิดที่ภาคสนาม พล.อ.สนธิกล่าว


ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย:

หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

เครดิต :
 

ข่าวดาราบน Facebook อัพเดตไว เร็วทันใจ คลิกที่นี่!!

รวมเรื่องเด็ด ประเด็นดัง วันนี้