
อิหร่านกร้าว! ตอบโต้สหรัฐฯขั้นทำลายล้าง

อิหร่านเดือด! ขู่ตอบโต้สหรัฐฯ แบบทำลายล้าง หลังวอชิงตันประกาศคว่ำบาตรครั้งใหญ่
สถานการณ์ตึงเครียดระหว่าง สหรัฐฯ กับอิหร่าน กลับมาร้อนระอุอีกครั้ง หลังรัฐบาลอิหร่านออกโรงเตือนว่า หากสหรัฐฯ เดินหน้ามาตรการกดดันรอบใหม่ จะได้รับการตอบโต้ที่ "รุนแรงและทำลายล้าง" ขณะที่วอชิงตันเตรียมประกาศมาตรการคว่ำบาตรครั้งใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยใช้กับอิหร่านในวันจันทร์นี้
ชนวนล่าสุดเกิดขึ้นหลัง สก็อตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีคลังสหรัฐฯ ระบุว่า รัฐบาลเตรียมใช้มาตรการกดดันทางเศรษฐกิจอย่างเต็มรูปแบบ พร้อมเตือนประเทศที่ยังให้ความช่วยเหลือหรือเป็น "เส้นทางรอด" ทางเศรษฐกิจแก่อิหร่านว่าอาจต้องเผชิญผลกระทบตามมา โดยเบสเซนต์มองว่าการใช้แรงกดดันทางเศรษฐกิจอาจช่วยลดความจำเป็นในการเปิดฉากปฏิบัติการทางทหารครั้งใหญ่รอบใหม่
ฝั่งอิหร่านก็ออกมาตอบโต้ทันที โดย พลตรี อาลี อับดอลลาฮี เสนาธิการกองทัพอิหร่าน ระบุว่ากองกำลังมีความพร้อมทั้งทางบก ทางทะเล ทางอากาศ ระบบป้องกันภัยทางอากาศ และไซเบอร์ พร้อมตอบโต้ภัยคุกคามจากศัตรูอย่างกว้างขวางและเด็ดขาด
ขณะที่ โมฮัมหมัด บาเกอร์ กาลีบาฟ ประธานรัฐสภาอิหร่าน ระบุว่าอิหร่านจำเป็นต้องวางแผนรับมือกับมาตรการคว่ำบาตร พร้อมกล่าวหาสหรัฐฯ และอิสราเอลว่ากำลังใช้ทั้ง "สงครามเศรษฐกิจ" และ "สงครามทางความคิด" หลังไม่สามารถเอาชนะอิหร่านผ่านการเผชิญหน้าทางทหารโดยตรงได้
อีกจุดที่ทั่วโลกจับตาคือ ช่องแคบฮอร์มุซ เส้นทางยุทธศาสตร์สำคัญของการขนส่งพลังงานโลก ซึ่งกำลังเผชิญความปั่นป่วนจากสถานการณ์ความขัดแย้ง โดยข้อมูลล่าสุดระบุว่าเมื่อวันพฤหัสบดีมีเรือสินค้าแล่นผ่านช่องแคบดังกล่าวเพียง 7 ลำ ลดลงครึ่งหนึ่งจากวันก่อนหน้า และต่ำกว่าช่วงก่อนสงครามอย่างมาก
ความเคลื่อนไหวนี้ยังสร้างแรงกดดันต่อตลาดพลังงานทั่วโลก เพราะช่องแคบฮอร์มุซเป็นหนึ่งในเส้นทางหลักของการขนส่งน้ำมันและก๊าซ ขณะที่ราคาน้ำมันยังคงถูกจับตาจากความเสี่ยงด้านอุปทานในภูมิภาค
ด้านสหรัฐฯ ยืนยันว่าแนวทางล่าสุดคือการใช้มาตรการทางเศรษฐกิจแบบ "สองจังหวะ" ทั้งการปิดล้อมทางทะเลและการคว่ำบาตรครั้งใหญ่ เพื่อบีบให้รัฐบาลอิหร่านยอมเปลี่ยนท่าที โดยรายละเอียดของมาตรการชุดใหม่มีกำหนดเปิดเผยในวันจันทร์ที่ 24 สิงหาคมนี้
สถานการณ์จึงกลายเป็นเกมกดดันครั้งใหญ่ที่ไม่ได้กระทบแค่สหรัฐฯ และอิหร่าน แต่ยังอาจลากไปถึง ราคาน้ำมัน การเดินเรือ และเศรษฐกิจของประเทศทั่วโลก โดยเฉพาะหากความตึงเครียดในช่องแคบฮอร์มุซยังคงยืดเยื้อต่อไป



กระทู้ร้อนแรงที่สุดของวันนี้
























กระทู้ล่าสุด


รูปเด่นน่าดูที่สุดของวันนี้















































