การเลือกตั้งประธานาธิบดีไต้หวัน เปิดประวัติ ไล่ ชิงเต๋อ


การเลือกตั้งประธานาธิบดีไต้หวัน เปิดประวัติ ไล่ ชิงเต๋อ


ประวัติ ไล่ ชิงเต๋อ ลูกคนงานเหมือง-อดีตแพทย์ สู่ ประธานาธิบดีไต้หวัน ผู้สร้างประวัติศาสตร์
13 มกราคม นับเป็นวินาทีประวัติศาสตร์ของไต้หวัน ที่มีการเลือกตั้งประธานาธิบดีคนใหม่ อันเป็นที่จับตามองจากนานับประเทศ เพราะผู้ชนะจะเป็นคนชี้ชะตาอนาคตของไต้หวันที่ต้องเลือกระหว่าง "สันติภาพและสงคราม" ท่ามกลางความสัมพันธ์ที่เลวร้ายระหว่างจีนและไต้หวัน ที่มีมุมมองเกี่ยวกับการปกครองเกาะไต้หวันที่ต่างกันอย่างสิ้นเชิง

และผลปรากฎว่า"นายไล่ ชิงเต๋อ" ผู้สมัครจากพรรคประชาธิปไตยก้าวหน้า (ดีพีพี) ได้คว้าชัยชนะในการเลือกตั้งประธานาธิบดีไต้หวัน เอาชนะ "นายโหว โหย่วอี๋" ผู้สมัครจากพรรคก๊กมินตั๋ง (เคเอ็มที) ประกาศความพ่ายแพ้ ทำให้พรรคดีพีพีสร้างประวัติศาสตร์เป็น "พรรคการเมืองแรกที่ชนะการเลือกตั้งประธานาธิบดีไต้หวัน 3 สมัยติดต่อกัน"

สำหรับ นายไล่ ชิงเต๋อ ปัจจุบันอายุ 64 ปี เป็นรองประธานาธิบดีไต้หวันคนปัจจุบัน ก่อนจะลงสมัครเก้าอี้ประธานาธิบดีไต้หวันครั้งนี้ ในฐานะตัวแทนของ พรรคดีพีพี เนื่องจาก นางไช่ อิงเหวิน จากพรรคประชาธิปไตยก้าวหน้า (ดีพีพี) ประธานาธิบดีไต้หวัน ดำรงตำแหน่งมาจนครบวาระ 2 ครั้งแล้ว

นายไล่กล่าวว่า
เขาจะสานต่อนโยบายของนางไช่ต่อไป หากเขาชนะการเลือกตั้ง และเน้นย้ำว่าไต้หวันไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของจีน พร้อมกล่าวว่าการเลือกตั้งไต้หวันครั้งนี้เป็นการเลือกระหว่าง "ประชาธิปไตยและเผด็จการ" อย่างไรก็ดี นายไล่ได้ให้คำมั่นว่าจะรักษาสถานะเดิมที่เป็นอยู่ของไต้หวัน ซึ่งไม่ได้ประกาศเอกราชหรือยอมรับว่าเป็นส่วนหนึ่งของจีน พยายามมีปฏิสัมพันธ์กับจีน และว่าการเจรจาพูดคุยสามารถลดความเสี่ยงในช่องแคบไต้หวันได้และการพัฒนาอย่างสันติถือเป็นประโยชน์สูงสุดสำหรับทั้งสองฝ่ายรวมถึงโลก

นายไล่ ชิงเต๋อ หรือ วิลเลียม ไหล (William Lai) เกิดวันที่ 6 ตุลาคม 1959 ที่เมืองว่านหลี ซึ่งปัจจุบันอยู่ในนครนิวไทเป เขาเกิดในครอบครัวที่ไม่ได้มาจากชนชั้นปกครองเดิมแต่อย่างใด โดยพ่อของเขาเป็นคนงานในเหมืองถ่านหิน อย่างไรก็ตาม เขาได้รับการศึกษาระดับดีเยี่ยม


จบการศึกษาระดับปริญญาตรีด้านการแพทย์สาขาเวชศาสตร์ฟื้นฟู จากมหาวิทยาลัยแห่งชาติไต้หวัน (National Taiwan University) และจบโปรแกรมเฉพาะวิทยาศาสตร์การแพทย์ที่มหาวิทยาลัยแห่งชาติเฉิงกง (National Cheng Kung University) พร้อมทั้งจบปริญญาโทสาขาสาธารณสุขศาสตร์ จากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด (Harvard University)

หลังทำงานใน อาชีพแพทย์ มาเป็นเวลาหลายปี เขาก้าวเข้าสู่เส้นทางการเมือง โดยเริ่มมีส่วนร่วมในปี 1994 ขณะที่เขาอยู่ในตำแหน่ง "หัวหน้าแพทย์ประจำโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยแห่งชาติเฉิงกง" ในเวลานั้น ไต้หวันกำลังจะจัดการเลือกตั้งผู้บริหารท้องถิ่นแบบทางตรงครั้งแรก และเขาได้มีส่วนร่วมในตำแหน่งหัวหน้าสมาคมแพทย์ไถหนานที่สนับสนุน เฉิน ถิงหนาน (Chen Ting-nan) จากพรรคประชาธิปไตยก้าวหน้า (DPP) ชิงตำแหน่งผู้ว่าการเมืองไถหนานต่อมา ในช่วงเกิดวิกฤตการณ์ช่องแคบไต้หวันปี 1996 เขาตัดสินใจละทิ้งอาชีพแพทย์เพื่อเข้าสู่การเมืองอย่างเป็นทางการ ซึ่งในการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทน (National Assembly representatives) ในปีนั้น เขาได้รับเลือกให้เป็น "ผู้แทนประชาชนจากเมืองไถหนาน"

ในปี 1998 ไล่ ชิงเต๋อ ได้รับเลือกให้ดำรงตำแหน่งสมาชิกสภานิติบัญญัติโดยเป็นตัวแทนเมืองไถหนาน และด้วยการใช้ความเชี่ยวชาญทางการแพทย์ของเขา เขามีบทบาทสำคัญในคณะกรรมการสวัสดิการสังคมและสุขอนามัยสิ่งแวดล้อม พร้อมทั้งแก้ไขปัญหาในท้องถิ่นมากหมายหลายประเด็น และประชาชนไถหนานก็ตอบแทนโดยเลือกเขาให้ดำรงตำแหน่งสภานิติบัญญัติ 4 วาระติดต่อกัน (1998-2010)

เขาเคยดำรงตำแหน่งสมาชิกสภานิติบัญญัติ และเคยชิงตำแหน่งตัวแทนสมัครประธานาธิบดีกับไช่ อิงเหวิน แต่พ่ายแพ้ แล้วเขาก็ได้ดำรงตำแหน่ง"นายกรัฐมนตรี" ในปี 2017-2019 ในวาระแรกของการดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีของ ไช่ อิงเหวิน ต่อมาเขาได้เป็นรองประธานาธิบดี เมื่อไช่ อิงเหวิน ชนะการเลือกตั้งได้เป็นประธานาธิบดีสมัยที่สอง

สำหรับจุดยืนทางการเมืองของ ไล่ ชิงเต๋อ โดยทั่วไปก็เหมือนกับจุดยืนของพรรค DPP ที่สนับสนุนเอกราชของไต้หวัน แต่เมื่อเข้าใกล้วันเลือกตั้ง ไล่ ชิงเต๋อ ก็ได้ลดระดับความเดือดลง เพื่อลดแรงเสียดทานและเพื่อดึงคะแนนจากชาวไต้หวันที่หวั่นเกรงว่าจะเกิดสงคราม โดยเขาประกาศเมื่อวันที่ 9 มกราคม 2024 ว่า หากได้รับเลือกเป็นประธานาธิบดี เขาจะรักษาสถานะที่เป็นอยู่ในปัจจุบันระหว่างไต้หวันกับจีน และจะเปิดการเจรจา-การมีส่วนร่วมกับรัฐบาลจีนแผ่นดินใหญ่บนพื้นฐานความเสมอภาค


เครดิต :
เครดิต :เนื้อหาข่าว คุณภาพดี หนังสือพิมพ์มติชน


ข่าวดารา ข่าวในกระแส บน Facebook อัพเดตไว เร็วทันใจ คลิกที่นี่!!
กระทู้เด็ดน่าแชร์