
ผลวิจัยจีน เผย 4 สาเหตุผู้ป่วยโควิดผลตรวจเป็นลบ ทั้งที่ติดเชื้อซ้ำ
หน้าแรกTeeNee ที่นี่ข่าววันนี้, ข่าวหน้าหนึ่ง ข่าวรอบโลก ผลวิจัยจีน เผย 4 สาเหตุผู้ป่วยโควิดผลตรวจเป็นลบ ทั้งที่ติดเชื้อซ้ำ

วันนี้ (14 เม.ย.63) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากที่มีรายงานข่าวเรื่องตรวจพบเชื้อโควิด - 19 ซ้ำในผู้ป่วยที่รักษาหายแล้วทั้งในจีน เกาหลี และไทย ทำให้สังคมเกิดข้อสงสัยว่าการติดเชื้อใหม่เป็นครั้งที่ 2 เกิดจากสาเหตุใด ดร. เยาวลักษณ์ มะปราง รสหอม จากคณะทรัพยากรชีวภาพและเทคโนโลยี ม.เทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี นักวิจัยโครงการ "สนับสนุนข้อมูลวิจัยเชิงลึกด้านเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID - 19)" สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) ศึกษาผลวิจัยจากจีน 3 เคส ที่เกี่ยวข้องกับประเด็นดังกล่าวพบว่า
ต่อมาในช่วงกักตัวต่อที่บ้านมีการเก็บตัวอย่างจากทั้งช่องทวารหนัก และคอหอยหลังโพรงจมูกไปตรวจด้วยวิธี RT - PCR ทุกๆ 3 วัน พบไวรัสจากตัวอย่างที่เก็บจากช่องทวาร 14 คน และจากคอหอยหลังโพรงจมูก 11 คน รวม 25 คน จาก 172 คน หรือพบผู้ป่วย 14.5 % เป็นโรคโควิด-19 ซ้ำ โดยคนไข้กลุ่มนี้มีอายุเฉลี่ยอยู่ที่ 28 ปี เป็นผู้หญิง 17 คน เด็กอายุต่ำกว่า 12 ปี 6 คน

ระหว่างการรักษารอบที่ 2 คนไข้กลุ่มนี้ได้รับยาสมุนไพรจีนสูตรทำความสะอาดปอด (ภายใต้การยินยอมของผู้ป่วย) ผลการตรวจเชื้อพบว่า เฉลี่ยภายใน 2.73 วัน หลังเข้าโรงพยาบาลรอบที่ 2 ผลตรวจไวรัสกลับไปเป็นลบอีกครั้ง จากการศึกษา ทีมวิจัยนี้จึงได้เสนอแนะว่า ก่อนให้ผู้ป่วยกลับบ้านควรทำการตรวจเชื้อ 2 ครั้ง ภายในระยะห่าง 48 ชั่วโมง แทนระยะห่าง 24 ชั่วโมง และควรทำการตรวจทางห้องปฏิบัติการอื่นเพิ่มเติม เพื่อยืนยันว่าผู้ป่วยหายดีแล้วจริงๆ

ส่วนการศึกษาที่ 3 ได้วิเคราะห์ผู้ป่วยหญิงอายุ 46 ปี ที่มีไข้ ปอดอักเสบ และได้รับการรักษาด้วยยาต้านจุลชีพ ผลตรวจเชื้อจากตัวอย่างที่เก็บจากบริเวณคอหอยเป็นลบ 2 ครั้งติดต่อกัน (การตรวจแต่ละครั้งห่างกัน 48 ชั่วโมง) แต่ 3 วันต่อมาผลตรวจกลับเป็นบวกอีกครั้ง และหลังจากนั้นผลตรวจก็กลับไปเป็นลบต่อเนื่อง

นักวิจัยจากทั้ง 2 การศึกษาให้ความเห็นตรงกันว่า ผลตรวจที่เป็นลบก่อนหน้าที่จะกลับมาเป็นบวก น่าจะเป็น ผลลบปลอม "False - Negative" หมายถึง ตรวจพบไม่เจอเชื้อ แต่จริงๆ แล้วมีเชื้อ ซึ่งเกิดจากสาเหตุดังนี้
1. ตำแหน่งและประเภทตัวอย่างที่เก็บ
2. วิธีการในการเก็บตัวอย่าง
3. ผลจากยาต้านไวรัสหรือฮอร์โมน กรณีผู้ป่วยทานยารักษาโรคอื่นๆ พร้อมกับรักษาอาการโควิด-19
4. ความไวของชุดตรวจ

ผลการศึกษาทั้ง 2 เคส นำไปสู่คำแนะนำเพิ่มเติมว่า ควรมีการตรวจในตัวอย่างอื่นด้วย เช่น เสมหะ อุจจาระ เลือด เพราะไวรัสชนิดนี้ติดเชื้อเพิ่มจำนวนได้ดีในเซลล์ปอด แต่การเก็บตัวอย่างที่บริเวณคอหรือหลังโพรงจมูกอาจจะได้ไวรัสน้อยและเกิด ผลลัพธ์เทียมได้ รวมทั้งควรตรวจด้วยวิธีการอื่น เช่นตรวจวัดแอนติบอดี ก่อนที่จะปล่อยตัวผู้ป่วยกลับบ้าน และแนะนำว่าผู้ป่วยที่ออกจากโรงพยาบาลควรกักตัวเองที่บ้านต่ออีก 14 วัน

ข้อมูลอ้างอิง
1. Yuan J, Kou S, Liang Y, Zeng J, Pan Y, Liu L. PCR Assays Turned Positive in 25 Discharged COVID-19 Patients [published online ahead of print, 2020 Apr 8]. Clin Infect Dis. 2020;ciaa398. doi:10.1093/cid/ciaa398
2. Zhang JF, Yan K, Ye HH, Lin J, Zheng JJ, Cai T. SARS-CoV-2 turned positive in a discharged patient with COVID-19 arouses concern regarding the present standard for discharge [published online ahead of print, 2020 Mar 18]. Int J Infect Dis. 2020;S1201-9712(20)30126-0. doi:10.1016/j.ijid.2020.03.007
3. Chen D, Xu W, Lei Z, et al. Recurrence of positive SARS-CoV-2 RNA in COVID-19: A case report [published online ahead of print, 2020 Mar 5]. Int J Infect Dis. 2020;93:297-299. doi:10.1016/j.ijid.2020.03.003

เครดิต :
ข่าวดารา ข่าวในกระแส บน Facebook อัพเดตไว เร็วทันใจ คลิกที่นี่!!" ประกาศ "
ร่วมแสดงความคิดเห็น


กระทู้ร้อนแรงที่สุดของวันนี้
























กระทู้ล่าสุด


รูปเด่นน่าดูที่สุดของวันนี้















































