ในวันที่16 ตุลาคมนี้ "คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ" (ป.ป.ช.) จะมีการลงมติชี้มูลความผิดคดี "สมชาย วงศ์สวัสดิ์" นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหมในสมัยที่ดำรงตำแหน่ง "ปลัดกระทรวงยุติธรรม"
กรณีการ"สั่งระงับ" ไม่ให้ดำเนินคดีกับ "ประมาณ ตียะไพบูลย์สิน" อดีตอธิบดีกรมบังคับคดี และ "มานิต สุธาพร" อดีตรองอธิบดีกรมบังคับคดี ที่ไม่เรียกเก็บเงินค่าธรรมเนียม จำนวน 70 ล้านบาทที่ได้จากการขายทอดตลาดที่ดินศาลจังหวัดธัญบุรี จนเป็นเหตุให้รัฐได้รับความเสียหาย ซึ่งก่อนหน้านี้"ป.ป.ช." ได้ชี้มูลความผิดวินัยร้ายแรงทั้ง"ประมาณ และ มานิต" ไปแล้ว
จึงมีนักกฎหมายออกมาตั้งข้อสังเกตว่าหาก "ป.ป.ช." ชี้มูลว่า"สมชาย" มีความผิดจริงฐานปฏิบัติหน้าที่มิชอบ และต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่
ซึ่งการชี้มูลความผิดครั้งนี้"ป.ป.ช." จะชี้ว่าต้องส่งต่อไปยังศาลใด หาก"ป.ป.ช." ชี้มูลโดยตีความการกระทำความผิดของ"สมชาย" ขณะอยู่ในตำแหน่ง "ปลัดกระทรวงยุติธรรม" ถือเป็นข้าราชการประจำก็จะส่งต่อศาลอาญา แต่ถ้าชี้มูลโดยตีความการกระทำความผิดอยู่ในตำแหน่งปัจจุบันว่าเป็นอะไร ดังนั้นถ้าดูในฐานะ "สมชาย" เป็น "นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม" ก็ต้องส่งต่อไปยัง "ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง"
ส่วนข้อถกเถียงว่าในคดีนี้"สมชาย" อาจจะปฏิบัติหน้าที่ต่อไปโดยยกคดีการออกสลากพิเศษเลขท้าย2 ตัว 3 ตัวหรือ หวยบนดิน ที่มี "3รัฐมนตรี" ที่ตกเป็นจำเลยยืนยันจะปฏิบัติหน้าที่รัฐมนตรีต่อ
โดยอ้างว่าตอนที่ถูกดำเนินคดีเป็นคนละตำแหน่งกัน แต่สำหรับคดีของ"สมชาย" กับ "คดีหวยบนดิน" มีความต่างกันในเรื่องขององค์กรที่ทำหน้าที่ชี้มูล เนื่องจากคดี"สมชาย" ทางป.ป.ช.ใช้กฎหมายของ ป.ป.ช.ตัดสินโดยตรง ขณะที่ "คดีหวยบนดิน" ทาง"คณะกรรมการตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ" (คตส.) ได้ส่งฟ้องตรงต่อ "ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง" โดยอาศัยกฎหมายของ ป.ป.ช.มายื่นฟ้อง
แต่ครั้งนี้ป.ป.ช.เป็นผู้รับผิดชอบในคดีเองทั้งหมดถือเป็นการใช้อำนาจตรง ดังนั้นการชี้มูลของป.ป.ช.ถือเป็นข้อยุติไม่จำเป็นต้อส่งยื่นตีความอีก
โดยการชี้มูลครั้งนี้ป.ป.ช.อาศัยอำนาจตามกฎหมาย มาตรา 55 ที่เนื้อหาระบุว่า
ซึ่งเรื่องการ "หยุดปฏิบัติหน้าที่" นั้น"วิชา มหาคุณ" กรรมการ ป.ป.ช. เคยให้สัมภาษณ์ในกรณี 3 รัฐมนตรีตกเป็นจำเลยยังยืนยันจะปฏิบัติหน้าที่รัฐมนตรีต่อไป
ว่า กฎหมายไม่ได้เขียนว่า รัฐมนตรีผู้ดำรงตำแหน่งนั้นให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ แต่เขียนไว้ว่าผู้ถูกกล่าวหาต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ "กฎหมายในลักษณะตีความต้องให้เป็นผลยิ่งกว่าได้ผลสมมติว่าบอกว่า ไม่ได้อยู่ในตำแหน่งเดิมแล้ว พอถูกฟ้องก็ย้ายไปอยู่ที่อื่น ถามว่ากฎหมายนี้จะใช้ได้หรือไม่ จะไม่มีโอกาสใช้ได้เลย ที่ให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ เพราะจะมีการเลี่ยงบาลีกันตลอด ซึ่งไม่ใช่แนวทางการใช้กฎหมาย ก็สุดแล้วแต่ อันนี้ท่านอาจโต้แย้งได้เพราะยังไม่มีกรณีเกิดขึ้น เพราะรัฐมนตรีที่ถูกดำเนินคดีจะเป็นกรณีที่พ้นตำแหน่งไปแล้วและไม่ได้เข้ามาสู่ตำแหน่งอีก
วิชากล่าวด้วยว่า หากจะมีการนำเรื่องนี้ให้สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตีความ ก็คงเป็นที่ปรึกษาให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) ปฏิบัติได้สบายใจ แต่การตีความควรคำนึงถึงการใช้กฎหมาย เพื่อให้กฎหมายได้ผลและดูเจตนารมณ์ของกฎหมายด้วย
ขณะเดียวกันก็สอดคล้องกับความเห็นของ"ปรีชา สุวรรณทัต" อดีตกรรมาธิการร่างพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต กล่าวว่า ในกรณีของนายสมชาย ถ้า ป.ป.ช.ชี้มูลว่ามีความผิดจริง คุณสมชายต้องหยุดการปฏิบัติหน้าที่นับแต่วันที่ ป.ป.ช.มีมติดังกล่าว ซึ่งเหมือนกับนายกรัฐมนตรีต้องออกจากตำแหน่ง และจะมีผลต่อรัฐมนตรีทั้งคณะด้วย
"ปรีชา" กล่าวว่าในขณะที่เป็นกรรมาธิการร่างกฎหมาย ป.ป.ช.วัตถุประสงค์ที่หยุดปฏิบัติหน้าที่ เพราะไม่ต้องการให้มีการใช้อำนาจที่เป็นอยู่ในปัจจุบันไปก้าวก่ายการตรวจสอบ ซึ่งหมายถึงต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ปัจจุบัน ไม่ใช่หน้าที่ในอดีต
ท้ายที่สุดแล้วต้องดูว่า"ป.ป.ช." จะชี้มูลความผิดของ "สมชาย" อย่างไรเพราะจะมีผลต่อ "คณะรัฐมนตรี" และ "อนาคตทางการเมือง" ของรัฐบาลชุดนี้



กระทู้ร้อนแรงที่สุดของวันนี้
























กระทู้ล่าสุด


รูปเด่นน่าดูที่สุดของวันนี้
















































Love illusion ความรักลวงตา เพลงที่เข้ากับสังคมonline
Love illusion Version 2คนฟังเยอะ จนต้องมี Version2กันทีเดียว
Smiling to your birthday เพลงเพราะๆ ไว้ส่งอวยพรวันเกิด หรือร้องแทน happybirthday