
พ.ต.อ.ทวี ชี้ ต้นตอค่าไฟฟ้าแพงมาจากอะไร ?

ประเด็น "ลดค่าไฟ" กลับมาร้อนอีกครั้ง หลัง พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง หัวหน้าพรรคประชาชาติ ออกมาโพสต์วิเคราะห์โครงสร้างต้นทุนค่าไฟไทยแบบละเอียด ชี้ชัดว่าค่าไฟแพงไม่ใช่แค่เพราะตลาดโลก แต่เกิดจาก "โครงสร้างที่บิดเบี้ยว" และนโยบายที่อาจเอื้อบางกลุ่ม
ปมหลักที่ถูกหยิบมาพูด
1. ไฟฟ้าล้นระบบ แต่ประชาชนยังต้องจ่าย
ไทยมีกำลังผลิตไฟฟ้าสูงถึงเกือบ 50,000 เมกะวัตต์ แต่ใช้จริงสูงสุดราว 34,000 เมกะวัตต์ มีไฟสำรองเกินถึง 45% ขณะที่มาตรฐานควรอยู่ 15-30%
ปัญหาคือรัฐทำสัญญา "ค่าความพร้อมจ่าย" (Availability Payment) กับเอกชน ต่อให้ไม่เดินเครื่องก็ต้องจ่าย ส่งผลให้ปีเดียวเสียเงินกว่า 49,000 ล้านบาท และต้นทุนส่วนนี้ถูกผลักมาอยู่ในบิลค่าไฟประชาชน
2. พึ่งพา LNG ราคาแพง
โครงสร้างผลิตไฟไทยใช้ก๊าซฟอสซิลสูงเกือบ 72% โดยเฉพาะก๊าซธรรมชาติ 58% เมื่อก๊าซในประเทศลดลง จึงต้องนำเข้า LNG ที่แพงและผันผวน ทำให้ต้นทุนเชื้อเพลิงต่อหน่วยพุ่งขึ้นกว่า 52% ในรอบหลายปี
3. โซลาร์ภาคประชาชนยังติดล็อก
แม้ประชาชนติดโซลาร์แล้วขายไฟคืนรัฐได้ แต่รัฐรับซื้อเพียง 2.20 บาท/หน่วย ขณะที่ค่าไฟที่จ่ายคือ 4.18 บาท และยังไม่มีระบบ Net Metering หักลบหน่วยแบบเป็นธรรม ในทางกลับกันเอกชนรายใหญ่กลับได้โควตารับซื้อหลายพันเมกะวัตต์ พร้อมสิทธิประโยชน์ทางภาษี
ทางออกที่เสนอ
พ.ต.อ.ทวี เสนอให้
- ทบทวนสัญญา Must Take และลดภาระค่าความพร้อมจ่าย
- ปลดล็อกโซลาร์ภาคประชาชน และผลักดัน Net Metering
- ลดการพึ่งพา LNG เพิ่มพลังงานหมุนเวียน
- ปรับโครงสร้างบริหารพลังงานให้รวมศูนย์
- รักษาสัดส่วนการผลิตไฟของรัฐไม่น้อยกว่า 51% ตามรัฐธรรมนูญ
เจ้าตัวย้ำว่า หากแก้เชิงโครงสร้างจริง ค่าไฟสามารถลดลงเหลือไม่เกิน 3.50 บาทต่อหน่วย
ประเด็นนี้จึงไม่ใช่แค่เรื่องหาเสียง แต่กลายเป็นคำถามใหญ่ถึงนโยบายพลังงานของประเทศในระยะยาว ว่าจะเดินหน้าแก้อย่างไรให้กระเป๋าประชาชนเบาลงจริงๆ


ประเด็น "ลดค่าไฟ" กลับมาร้อนอีกครั้ง หลัง พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง หัวหน้าพรรคประชาชาติ ออกมาโพสต์วิเคราะห์โครงสร้างต้นทุนค่าไฟไทยแบบละเอียด ชี้ชัดว่าค่าไฟแพงไม่ใช่แค่เพราะตลาดโลก แต่เกิดจาก "โครงสร้างที่บิดเบี้ยว" และนโยบายที่อาจเอื้อบางกลุ่ม
ปมหลักที่ถูกหยิบมาพูด
1. ไฟฟ้าล้นระบบ แต่ประชาชนยังต้องจ่าย
ไทยมีกำลังผลิตไฟฟ้าสูงถึงเกือบ 50,000 เมกะวัตต์ แต่ใช้จริงสูงสุดราว 34,000 เมกะวัตต์ มีไฟสำรองเกินถึง 45% ขณะที่มาตรฐานควรอยู่ 15-30%
ปัญหาคือรัฐทำสัญญา "ค่าความพร้อมจ่าย" (Availability Payment) กับเอกชน ต่อให้ไม่เดินเครื่องก็ต้องจ่าย ส่งผลให้ปีเดียวเสียเงินกว่า 49,000 ล้านบาท และต้นทุนส่วนนี้ถูกผลักมาอยู่ในบิลค่าไฟประชาชน
2. พึ่งพา LNG ราคาแพง
โครงสร้างผลิตไฟไทยใช้ก๊าซฟอสซิลสูงเกือบ 72% โดยเฉพาะก๊าซธรรมชาติ 58% เมื่อก๊าซในประเทศลดลง จึงต้องนำเข้า LNG ที่แพงและผันผวน ทำให้ต้นทุนเชื้อเพลิงต่อหน่วยพุ่งขึ้นกว่า 52% ในรอบหลายปี
3. โซลาร์ภาคประชาชนยังติดล็อก
แม้ประชาชนติดโซลาร์แล้วขายไฟคืนรัฐได้ แต่รัฐรับซื้อเพียง 2.20 บาท/หน่วย ขณะที่ค่าไฟที่จ่ายคือ 4.18 บาท และยังไม่มีระบบ Net Metering หักลบหน่วยแบบเป็นธรรม ในทางกลับกันเอกชนรายใหญ่กลับได้โควตารับซื้อหลายพันเมกะวัตต์ พร้อมสิทธิประโยชน์ทางภาษี
ทางออกที่เสนอ
พ.ต.อ.ทวี เสนอให้
- ทบทวนสัญญา Must Take และลดภาระค่าความพร้อมจ่าย
- ปลดล็อกโซลาร์ภาคประชาชน และผลักดัน Net Metering
- ลดการพึ่งพา LNG เพิ่มพลังงานหมุนเวียน
- ปรับโครงสร้างบริหารพลังงานให้รวมศูนย์
- รักษาสัดส่วนการผลิตไฟของรัฐไม่น้อยกว่า 51% ตามรัฐธรรมนูญ
เจ้าตัวย้ำว่า หากแก้เชิงโครงสร้างจริง ค่าไฟสามารถลดลงเหลือไม่เกิน 3.50 บาทต่อหน่วย
ประเด็นนี้จึงไม่ใช่แค่เรื่องหาเสียง แต่กลายเป็นคำถามใหญ่ถึงนโยบายพลังงานของประเทศในระยะยาว ว่าจะเดินหน้าแก้อย่างไรให้กระเป๋าประชาชนเบาลงจริงๆ




กระทู้ร้อนแรงที่สุดของวันนี้
























กระทู้ล่าสุด


รูปเด่นน่าดูที่สุดของวันนี้
















































Love Attack เทศกาลความรักแบบนี้ บอกอ้อมๆให้เขารู้กัน
Chocolate Dreams สาวชั่งฝันและช็อคโกแลต กับหนุ่มหล่อ ไม่แน่คุณอาจจะได้เจอแบบนี้ก็ได้
Love You Like Crazy เพลงเพราะๆ ที่ถ้าส่งให้คนที่เรารัก โลกนี้ก็สีชมพูกันทีเดียว