
ตร.ชี้ชายเสื้อสีชมพู คาดเป็นการ์ดม็อบ เปิดฉากยิงก่อน - วีระ งัดหลักฐานเด็ด!
หน้าแรกTeeNee ที่นี่ข่าววันนี้, ข่าวหน้าหนึ่ง ข่าวการเมือง ตร.ชี้ชายเสื้อสีชมพู คาดเป็นการ์ดม็อบ เปิดฉากยิงก่อน - วีระ งัดหลักฐานเด็ด!

เมื่อ วันที่ 19 พฤศจิกายน 2563 ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) พล.ต.ต.ปิยะ ต๊ะวิชัย รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (รอง ผบช.น.) เปิดเผยถึงกรณีที่นายกรัฐมนตรีออกแถลงการณ์ให้บังคับใช้กฎหมายทุกฉบับ ทุกมาตรา กับการชุมนุม หลังม็อบราษฎรยกระดับการชุมนุมว่า เบื้องต้นยังไม่ได้ดูรายละเอียดเกี่ยวกับแถลงการณ์แต่เชื่อว่า นายกฯถอยมาทุกก้าวแล้วโดยใช้ช่องทางต่างๆ ในการตั้งคณะทำงานเพื่อหาทางออกที่เหมาะสมที่สุดแต่กลุ่มผู้ชุมนุมกลับไม่ยอมรับและละเมิดกฎหมายมากขึ้นเรื่อยๆ และส่อความรุนแรงขึ้น
สำหรับความรุนแรงในที่ชุมนุมแยกเกียกกาย ถนนทหาร ขณะนี้ตำรวจมีข้อมูลทราบว่ามีชายสวมใส่เสื้อกันฝนสีชมพูซึ่งคาดว่าจะเป็นการ์ดของกลุ่มราษฏร และเป็นผู้นำอาวุธปืนเปิดฉากยิงใส่กลุ่มประชาชนที่ปักหลักชุมนุมที่ถนนทหารก่อน ส่วนจะมีการฝึกฝนมาหรือไม่อยู่ระหว่างการสืบสวนรวมทั้งหลักฐานปลอกกระสุนที่ตกในที่เกิดเหตุ โดยพนักงานสอบสวนจะเก็บพยานหลักฐานดำเนินคดีตามพ.ร.บ.การชุมนุมโดยมิชอบ และร่วมกันตั้งแต่ 10 คนเป็นต้นไป ก่อให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมือง รวมถึงทำร้ายร่างกาย และทำให้สูญเสียทรัพย์สิน
ส่วนการจะดำเนินคดีกับกลุ่มผู้ชุมนุมโดยใช้กฎหมายอย่างเด็ดขาดนั้น ในข้อกฎหมายมีการระบุไว้แล้วว่า การจะดำเนินคดีกับใครต้องขึ้นอยู่กับองค์ประกอบความผิดนั้นๆ รวมถึงจะมีการนำมาตรา 112มาใช้หรือไม่นั้น ก็ขึ้นอยู่กับพฤติกรรมและเจตนาของคู่กระทำ ซึ่งหากกระทำความผิดก็จะนำเสนอต่อผู้บังคับบัญชา เพราะปัจจุบันมีการนำดอกไม้ไฟ พลุ ประทัด และเลเซอร์ มาใช้ หากเข้าองค์ประกอบความผิดใดตำรวจก็จะดำเนินคดีทุกกรณี
ทั้งนี้ ยืนยันว่า ตำรวจไม่ได้กังวลที่จะนำมาตรา 112 กลับมาใช้อีกครั้ง เพราะเป็นไปตามหน้าที่ และยืนยันว่า ตำรวจไม่ใช่คู่ขัดแย้งกับกลุ่มใด
ส่วนกรณีที่กลุ่มผู้ชุมนุมนัดชุมนุมในวันที่ 21 และ 25 พฤศจิกายนนี้นั้น ยืนยันว่า ตำรวจมีความพร้อมในการเตรียมรับมือกับกลุ่มผู้ชุมนุมในวันดังกล่าวโดยจะเพิ่มความเข้มในการบังคับใช้กฎหมายมากขึ้น

ขณะที่ นายวีระ สมความคิด ได้โพสต์ภาพที่ระบุว่าเป็นหลักฐานว่าชายเสื้อกันฝนสีชมพูเป็นคนที่มาจากกลุ่มเสื้อเหลือง โดยระบุว่า "ตำรวจต้องไปตามจับตัวชายที่ใส่เสื้อสีชมพูมาสอบสวนและลงโทษตามกฎหมายให้ได้ เนื่องจากมีภาพและวีดีโอปรากฎชัดว่า ชายคนดังกล่าว มีการเล็งอาวุธปืนใส่กลุ่มผู้ชุมนุมเสื้อเหลือง มิฉะนั้นจะทำให้เชื่อว่าตำรวจปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบเพื่อช่วยเหลือผู้กระทำความผิด
"เมื่อวันที่ 17 พ.ย. 2563 บริเวณแยกเกียกกาย พบหลักฐานที่เชื่อว่าชายที่ใส่เสื้อสีชมพู อาจจะเป็นผู้ชุมนุมคนหนึ่งของฝ่ายเสื้อเหลือง เพราะมีภาพเดินปะปนอยู่ในกลุ่มเสื้อเหลือง แต่เวลาจะสร้างสถานการณ์เพื่อโยนความผิดให้ม๊อบคณะราษฎร เขาก็จะข้ามมาอยู่ฝั่งคณะราษฎร แล้วทำท่าชักปืนเล็งใส่ไปทางกลุ่มเสื้อเหลือง เพื่อทำให้คนที่เห็นภาพดังกล่าว เข้าใจว่ากลุ่มคณะราษฎรใช้อาวุธปืนยิงใส่กลุ่มเสื้อเหลือง แต่มีข้อพิรุธที่จับผิดได้คือ"1.ไม่มีผู้ใดได้ยินเสียงปืนจากการยิงของชายคนนี้
2.ในระยะใกล้ๆเพียงแค่นี้ หากมีการยิงปืนจริงทำไมไม่มีเสื้อเหลืองคนใดถูกกระสุนปืนเลยสักคน
3. หากยิงปืนจริง ปืนที่ยิงโดยมีกระสุน น่าจะเห็นประกายไฟและควันแลบที่ปลายกระบอกปืนออกมาบ้าง แต่นี่ไม่มีอะไรเลย ทั้งเสียง ทั้งประกายไฟ ควัน
4. ที่สำคัญหากดูในภาพและคลิปวีดีโอ ไม่ปรากฎว่ามีกลุ่มเสื้อเหลืองคนใดเกรงกลัวอาวุธปืน หรือวิ่งหลบหนีการยิงปืนจากชายที่ใส่เสื้อสีชมพูคนนี้เลย
"ดังนั้นจึงสรุปได้ว่า ชายที่ใส่เสื้อสีชมพูไม่ได้มีการยิงจริงๆ เพียงแต่ทำท่ายกปืนขึ้นมาเล็งใส่กลุ่มเสื้อเหลืองเท่านั้น แล้วถ่ายภาพถ่ายวีดีโอเอาไว้เพื่อโยนความผิด เป็นการสร้างสถานการณ์ โดยมีคนที่เตรียมมา คอยยืนถ่ายภาพอยู่ข้างหลัง เหมือนสมคบคิด วางแผนเตรียมการกันไว้ล่วงหน้า เพื่อนำไปเผยแพร่ว่า กลุ่มคณะราษฎรยิงใส่กลุ่มเสื้อเหลือง การสร้างสถานการณ์เพื่อโยนความผิดให้กับกลุ่มคณะราษฎรในครั้งนี้ถูกจับผิดได้อีกแล้ว ทำไม่เนียนเลย
"หลักฐานชัดเจนถึงขนาดนี้ บรรดาสลิ่มและพวกที่ออกมาปกป้องประยุทธ์ ปกป้องสถาบัน จะแก้ตัวกันอย่างไร?"





เครดิต :
ข่าวดารา ข่าวในกระแส บน Facebook อัพเดตไว เร็วทันใจ คลิกที่นี่!!" ประกาศ "
ร่วมแสดงความคิดเห็น


กระทู้ร้อนแรงที่สุดของวันนี้
























กระทู้ล่าสุด


รูปเด่นน่าดูที่สุดของวันนี้















































