พ.ต.อ.กฤษณะ กล่าวต่อว่า
สำหรับกลุ่มคณะราษฎร ไม่ได้มีการแจ้งการชุมนุมกับเจ้าหน้าที่ไว้ ดังนั้นจึงผิดเงื่อนไข และเป็นการกระทำที่ฝ่าฝืนกฎหมาย โดยหลังจากที่กลุ่มคณะราษฎร ได้
เคลื่อนตัวมาบริเวณหน้าแนวกำบังของเจ้าหน้าที่ที่มีการติดตั้งแบริเออร์ ตามกฎหมายระบุว่า ไม่สามารถเข้ามาในเขต 50 เมตรจากรัฐสภาได้ ผู้ชุมนุมจึงได้
เริ่มทำการทำลายสิ่งกีดขวาง และเจ้าหน้าที่ได้มีการเจรจา ประกาศ และแจ้งเตือนแล้ว ว่าการชุมนุมของกลุ่มคณะราษฎรนั้นผิดกฎหมาย การทำลายสิ่งกีดกั้นก็ผิดกฎหมายโดยสิ้นเชิง
ทางเจ้าหน้าที่ได้แจ้งเตือนแล้ว 3-4 ครั้ง กลุ่มผู้ชุมนุมก็ยังไม่หยุดทำลายสิ่งกีดกั้น
ทางเจ้าหน้าที่จึงทำการฉีดน้ำ โดยครั้งแรกเป็นการฉีดน้ำเปล่า ไม่ได้ผสมแก๊สน้ำตาแต่อย่างใด ผู้ชุมนุมก็ยังไม่หยุดทำลายสิ่งกีดกั้น เจ้าหน้าที่จึงฉีดน้ำตามยุทธวิธีของตำรวจ ขอนำเรียนว่าครั้งที่ 4 เป็นการฉีดที่มีการผสมแก๊สน้ำตาอย่างที่เห็นอยู่
การปฏิบัติการของตำรวจนั้น ไม่ใช่การสลายการชุมนุม แต่เป็นการเจรจา และเป็นการบังคับใช้กฎหมายตามปกติเมื่อถามว่า จะมีการใช้แก๊สน้ำตาต่อไปเรื่อยๆ หรือไม่ พ.ต.อ.กฤษณะ กล่าวว่า กำลังดำเนินการเจรจาตามขั้นตอนอยู่ เพราะเป็นพื้นที่ควบคุม เมื่อถามย้ำว่า จะมีการใช้กระสุนยางควบคุมการชุมนุมจริงหรือไม่ พ.ต.อ.กฤษณะ กล่าวว่า อุปกรณ์การควบคุมฝูงชนเป็นเรื่องปกติ ต้องรอดูตามหน้างาน
