
น้ำมันลดแล้ว! B20-E20 เหลือ 33.50 บาทต่อลิตร

ข่าวดีคนใช้รถ! B20-E20 ลดเหลือ 33.50 บาท/ลิตร เริ่ม 28 ต.ค. ประหยัดได้หลักร้อย
คนใช้รถมีเฮ! คณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (กบน.) มีมติปรับอัตราเงินกองทุนน้ำมันฯ หลัง ครม. อนุมัติลดภาษีสรรพสามิตน้ำมัน B20 และ E20 ส่งผลให้ราคาขายปลีกน้ำมันทั้งสองชนิดลดลงเหลือ ลิตรละ 33.50 บาท มีผลตั้งแต่วันที่ 28 ตุลาคม 2569 เป็นต้นไป
การปรับราคาครั้งนี้ทำให้ B20 ถูกกว่าน้ำมันดีเซล B7 ถึง 10.04 บาทต่อลิตร ขณะที่ E20 ถูกกว่าแก๊สโซฮอล์ 95 ถึง 8.54 บาทต่อลิตร โดยราคาที่ปรับลดลงช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายของผู้ใช้รถในช่วงที่ราคาพลังงานยังอยู่ในระดับสูง
ลองคำนวณให้เห็นภาพ หากรถกระบะเติม B20 เต็มถัง 70 ลิตร จะจ่ายน้อยกว่าการเติมดีเซล B7 ประมาณ 702.80 บาท ส่วนรถยนต์นั่งที่เติม E20 จำนวน 45 ลิตร จะประหยัดกว่าการเติมแก๊สโซฮอล์ 95 ประมาณ 384.30 บาท ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับขนาดถังและปริมาณน้ำมันที่เติมจริง
สำหรับรายละเอียดการปรับราคา กบน. ลดอัตราเงินชดเชย B20 ลง 2.58 บาทต่อลิตร เหลือ 5.86 บาทต่อลิตร และลดอัตราเงินชดเชย E20 ลง 3.75 บาทต่อลิตร เหลือ 2.08 บาทต่อลิตร ควบคู่กับการลดภาษีสรรพสามิตตามมติ ครม. ส่งผลให้ B20 ลดจาก 37.19 บาท เหลือ 33.50 บาทต่อลิตร และ E20 ลดจาก 35.69 บาท เหลือ 33.50 บาทต่อลิตร
นอกจากช่วยลดค่าใช้จ่ายของผู้ใช้รถแล้ว การใช้ B20 และ E20 ยังช่วยเพิ่มความต้องการวัตถุดิบในประเทศ ทั้งน้ำมันปาล์ม อ้อย และมันสำปะหลัง ซึ่งใช้ผลิตเชื้อเพลิงชีวภาพ และช่วยลดการพึ่งพาน้ำมันนำเข้าได้อีกทาง
อย่างไรก็ตาม กบน. ยังคงตรึงราคาน้ำมันประเภทอื่นไว้ในระดับเดิม แม้ราคาน้ำมันตลาดโลกยังสูง โดยข้อมูลวันที่ 27 ตุลาคม 2569 ระบุว่า น้ำมันดีเซลตลาดสิงคโปร์อยู่ที่ประมาณ 180 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล และเบนซินประมาณ 143 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ขณะที่กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงมีภาระชดเชยประมาณ 287.11 ล้านบาทต่อวัน
ก่อนเปลี่ยนไปเติม B20 หรือ E20 อย่าลืมเช็กคู่มือรถหรือสอบถามศูนย์บริการก่อน เพราะรถแต่ละรุ่นรองรับชนิดน้ำมันไม่เหมือนกัน เพื่อความปลอดภัยและป้องกันปัญหาเครื่องยนต์ในระยะยาว




กระทู้ร้อนแรงที่สุดของวันนี้
























กระทู้ล่าสุด


รูปเด่นน่าดูที่สุดของวันนี้















































