
โดนแล้ว! เตรียมฟัน ครู-ผู้บริหาร รร.สารสาสน์ฯ ไร้ใบประกอบวิชาชีพครู
หน้าแรกTeeNee ที่นี่ข่าววันนี้, ข่าวหน้าหนึ่ง ข่าวอื่นๆ โดนแล้ว! เตรียมฟัน ครู-ผู้บริหาร รร.สารสาสน์ฯ ไร้ใบประกอบวิชาชีพครู

จากกรณีที่ นายพิบูลย์ ยงค์กมล ประธานอำนวยการโรงเรียนในเครือสารสาสน์ ได้ให้สัมภาษณ์ถึงประเด็นปัญหาภายโรงเรียนสารสาสน์ราชพฤษ์ กับกรณีครูจุ๋ม และครูหลายๆ คน พบว่าไม่มีใบประกอบวิชาชีพ บางคนยื่นสมัครเป็นครูด้วยวุฒิ ม.6 เท่านั้น ขณะเดียวทางประธาน เครือสารสาสน์ ก็ได้ยอมรับว่าเจ้าตัวนั้นก็เป็นครูที่สอนนักเรียนโดยไม่มีใบประกอบวิชาชีพเช่นเดียวกัน จนกลายเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์กันอย่างหนัก ทั้งในกลุ่มผู้ปกครอง และโลกออนไลน์
คืบหน้าล่าสุดมีรายงานว่า ดร.ดิศกุล เกษมสวัสดิ์ เลขาธิการคุรุสภา เปิดเผยสำนักข่าว ไอ.เอ็น.เอ็น.(INN) ว่า วันนี้ ( 02 ต.ค.63) ได้มอบหมายให้ฝ่ายกฏหมายของ คุรุสภาฯ ไปแจ้งความดำเนินคดีกับ ครูโรงเรียนสารสาสน์ฯราชพฤกษ์ ที่ไม่มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู และเอาผิดผู้บริหารของโรงเรียนฯ กรณีรับผู้ไม่มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู มาทำการสอนในโรงเรียน ซึ่งเป็นความผิด ตาม พ.ร.บ.สภาครู และบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2546 หลังจากได้ทำการตรวจสอบและพบว่ามีครูที่ไม่มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ จำนวนมาก ซึ่งถือว่าต้องมีการดำเนินคดีและมีบทลงโทษตามกฏหมาย ส่วนจะต้องหยุดการปฏิบัติหน้าที่เลยหรือไม่นั้น ก็ต้องไปดูรายละเอียด รวมถึงดูคำพิพากษาของศาล
ส่วนกรณี นายพิบูลย์ ยงค์กมล ประธานผู้ก่อตั้งโรงเรียนสารสาสน์ฯ ให้สัมภาษณ์สื่อว่าไม่มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพมาตั้งแต่อายุ 18 นั้น คงเอาผิดในส่วนนี้ไม่ได้ เพราะเข้าใจว่าเป็นครูสอนก่อนที่จะมี พ.ร.บ.สภาครูฯ จะบังคับใช้ปี 2546 แต่หลังจากนี้ พ.ร.บ.มีผลบังคับใช้ ผู้ที่จะทำหน้าที่สอนต้องมีใบอนุญาตฯต้องปฏิบัติตามกฏหมายเพราะ ครูเป็นวิชาชีพชั้นสูง
เลขาธิการคุรุสภา ยอมรับว่าการจะเข้าไปตรวจสอบโรงเรียนเอกชนทั่วประเทศว่า ครูมีใบอนุญาตถูกต้องหรือไม่นั้น เป็นเรื่องใหญ่ ที่ผ่านมาคุรุสภาฯรับทราบและเข้าไปตรวจสอบเนื่องจากมีการร้องเรียนเข้ามา ซึ่งเรื่องนี้โรงเรียนต้องรับผิดชอบตามกฏหมาย และหน่วยบังคับบัญชาโดยตรง อย่าง สำนักงานการศึกษาเอกชนฯต้องช่วยดูแลให้ปฏิบัติตามกฏหมาย
ทางด้าน นายพิสุทธิ์ ยด์กมล ผู้แหนผู้รับใบอนุญาตจัดตั้งโรงเรียน ซึ่งเป็นบุตรชายของ นายพิบูลย์ เปิดเผยว่า เนื่องจากในสมัยก่อนไม่มีใบประกอบวิชาพ ทำให้การสื่อสารเกิดความคลาดเคลื่อน ยอมรับว่าท่านพูดตามจริงไม่ได้ปรุงแต่ง ซึ่งคนที่จะเป็นครูจะต้องมีบทพิสูจน์ต่างๆ ขณะที่พี่เลี้ยงก็ต้องผ่านบทพิสูจน์เช่นกัน จึงอยากวอนขอโอกาสให้โรงเรียนได้แก้ไข ขอมีที่ยืนในสังคมด้วย หลังเกิดเหตุการติดกล้องวงจรปิดทุกห้องตลอดจนขอให้ติดใบประกอบวิชาชีพครูทุกคนที่หน้าห้องรียน ดังนั้นหลังจากนี้จะเตรียมทีมงานสำหรับให้ข่าวกับสื่อโดยเฉพาะ และขอให้บิดางดให้ข่าวไปก่อน เพื่อป้องกันการสื่อสารที่คลาดเคลื่อน
" ประกาศ "
ร่วมแสดงความคิดเห็น



กระทู้ร้อนแรงที่สุดของวันนี้
























กระทู้ล่าสุด


รูปเด่นน่าดูที่สุดของวันนี้
















































