
ป่าไม้ตรวจสอบที่ดิน ‘แม่ธนาธร’ ส่อเพิกถอนคืนรัฐให้ชุมชน
หน้าแรกTeeNee ที่นี่ข่าววันนี้, ข่าวหน้าหนึ่ง ข่าวอื่นๆ ป่าไม้ตรวจสอบที่ดิน ‘แม่ธนาธร’ ส่อเพิกถอนคืนรัฐให้ชุมชน

เจ้าหน้าที่ป่าไม้และคณะได้ใช้รถยนต์เป็นยานพาหนะเดินทางเข้าไปตรวจสอบตามถนนที่มีการตัดผ่านที่ดินตามเอกสารสิทธิ์ ซึ่งเป็นพื้นที่สาธารณะ และเข้าไปยังพื้นที่สาธารณะ ที่ปรากฏในแผนที่ นส.3ก โดยมีสื่อมวลชนจากสำนักต่างๆ เฝ้าติดตามการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ปาไม้อย่างใกล้ชิด
ที่ผ่านมากรมป่าไม้ ได้เข้ามาดำเนินการเข้าพื้นที่ตรวจสอบเพื่อให้ทราบถึงข้อมูลข้อเท็จจริง โดยมีตัวแทนของนางสมพร ได้นำเอกสารหลักฐานซึ่งแสดงกรรมสิทธิ์ในที่ดินมาแสดงสิทธิการเข้าทำประโยชนในที่ดิน มาแสดงต่อเจ้าหน้าที่ พร้อมทั้งนำชี้แนวเขตที่ดินในครอบครองไปแล้ว และทางด้านนางสาวปารีณาก็ได้เข้ามาร่วมตรวจสอบด้วยในครั้งล่าสุด

โดยที่ศูนย์ป่าไม้ราชบุรีได้ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เข้าตรวจสอบตามหลักฐาน โดย น.ส.อรสา เศรษฐปราโมทย์ เป็นผู้แทนนางสมพร จึงรุ่งเรืองกิจ เจ้าของที่ดิน ได้นำมาแสดงไว้จำนวน 77 แปลง เนื้อที่ 3,098 ไร่ ประกอบด้วยโฉนดเนื้อที่ 3,098 ไร่ 1 งาน 27.3 ตารางวา ตามการนำชี้และตรวจสอบข้อเท็จจริง ซึ่งในครั้งนั้น น.ส.อรสา ได้นำเอกสารแสดงกรรมสิทธิ์ในที่ดินมาแสดงเป็นเอกสารโฉนดที่ดิน นส.3 ก, นส.3, นส.2 และ ภบท.5 ซึ่งในเอกสารสิทธิมีอยู่รวมทั้งสิ้นประมาณ 2,700-2,800 ไร่ นอกนั้นเป็น นส.2 กับ ภบท.5 (เป็นเอกสารการจับจอง) มีรายละเอียดแยกเป็น โฉนด จำนวน 1 แปลง, นส.3ก จำนวน 55 แปลง, นส.3 จำนวน 14 แปลง และ นส.2 จำนวน 7 แปลง รวม 77 แปลง

1.การแปลภาพถ่าย
2.ดูเรื่องระเบียบที่เกี่ยวของว่าออกเอกสารหลักฐานการถือครองมาได้อย่างไร วันนี้เราทำไปได้เกินครึ่งแล้ว รู้คร่าวๆแล้วว่าจะต้องเกี่ยวข้อง อะไรอย่างไร ซึ่งวันนี้จุดที่เราพาเข้ามาตรวจสอบนี้อยู่ในพื้นที่ของป่าสงวนแห่งชาติทั้งหมดซึ่งเป็นการประเมินคร่าวๆ นะว่า ในพื้นที่ที่มีเอกสารสิทธิ์ในตามแผนที่นี้ออกมาเราจะต้องไปดูว่าออกมาได้อย่างไร ด้วยวิธีใด และเราไปตรวจสอบทราบว่ามาในพื้นที่ของ 2,100 ไร่ซึ่งเป็นพื้นที่สีเขียวตามแผนที่นี้ที่มีการออกเอกสารสิทธิ์ออกมาก่อนการประกาศป่าสงวนแห่งชาติ พ.ร.บ.ป่าสงวนแห่งชาติออกเมื่อปี 2527 แต่เอกสารสิทธิ์ในพื้นที่นี้ออกเมื่อปี 2521 ก่อนหน้า 6-7 ปี แต่ก่อนที่จะออกเอกสารสิทธิ์นี้มันมีแนวเขตของป่าไม้ถาวร การที่จะมาออกเอกสารสิทธิ์ได้นั้นต้องมีระเบียบและขั้นตอนของมันอยู่ถ้ามี สค.1 ไม่เป็นไร แต่ถ้าไม่มี สค.1 เป็นการเดินสำรวจเข้ามาในเขตป่าไม้ถาวรก็จะแสดงว่าออกเอกสารสิทธิ์โดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย ก็ต้องนำเรื่องราวการตรวจสอบทั้งหมดส่งให้กรมที่ดิน อันนี้คือการปูให้เห็นคร่าวๆ ก่อนว่าการทำงานเป็นวิธีแบบนี้ แต่วันนี้เราเห็นคร่าวๆ แล้วว่าอยู่ในแนวเขตของป่าสงวนแห่งชาติ อยู่ในเขตป่าถาวร
วันนี้ก็รอให้หน่วยงานของกรมที่ดิน
1.ที่เราทำหนังสือไปแล้วว่าจะรับรองมาว่าพื้นที่นี้อยู่ในแนวเขตป่าสงวนแห่งชาติ อยู่ในเขตป่าไม้ถาวร อะไรอย่างไรจากกรมพัฒนาที่ดิน
2.เราจะเอาสาระบบมาดูว่าแต่ละแปลงมีการออกเอกสารสิทธิ์มาด้วยวิธีใด ออกมาด้วยชอบหรือไม่ชอบ ถ้าออกมาแบบไม่ชอบด้วยกฎหมายก็จะต้องส่งเรื่องให้กรมที่ดินเพิกถอนตามมาตรา 61 ต่อไป ที่ดินนี้ก็จะกลับมาเป็นของรัฐ กลับมาเป็นป่าสงวนที่มาซ้อนทับกับปฏิรูปที่ดิน และในส่วนที่เป็นป่าชุมชนจะสังเกตได้ว่าไม่มีการครอบครอง ไม่มีเอกสารสิทธิ์ให้ทางผู้ใหญ่บ้านที่มีความต้องการที่จะทำเป็นป่าชุมชนแบบคู่ขนานไปวันหนึ่งวันใดถ้ามีการเพิกถอนที่ดินเหล่านี้ได้ก็จะเพิ่มเป็นป่าชุมชนก็ไม่มีปัญหา เพราะเราต้องการให้ชุมชนเข้ามาดูแลเพราะวันนี้เรามี พ.ร.บ.ป่าชุมชนเข้ามา
ทีนี้ข้อสูดท้ายเรายังพบว่าในพื้นที่ที่ไม่มีเอกสารสิทธิ์นี้มีชาวบ้านเข้าไปครอบครองทำไร่มันสัมปหลัง ปลูกสับปะรดอยู่ ถามว่าเราจะดำเนินคดีไม้เราก็ต้องคัดกรอง พี่น้องชาวบ้านถ้าเขาอยู่ด้วยคุณสมบัติของเขา ให้อาศัยทำกินอยู่ในเขตป่าสงวนได้มีการผ่อนปรน ตรงนี้ภาครัฐดูแลก็จะไม่ถูกดำเนินคดี แต่ถ้ากลุ่มที่เรากำลังตรวจสอบนี้หากมีการออกเอกสารสิทธิ์ได้มาด้วยไม่ชอบตามกฎหมายเราก็จะต้องเพิกถอน การดำเนินการมีความคืบหน้าไปเยอะแล้วรู้เลาๆ แล้วว่าจะต้องไปในทิศทางอย่างไร นส.3ก มีเนื้อที่ 2,000 กว่าไร่เป็นพื้นที่สีเขียว รวมทั้งหมด 3,000 กว่าไร่

ลนายชีวะภาพ ชีวะธรรม กล่าวอีกว่า ส่วนพื้นที่ นส.3ก. ที่มีอยู่ 2,000 กว่าไร่นี้ ทางตัวแทนของนางสมพร ได้นำเอกสารสิทธิ์มาแสดงและนำชี้ทั้งหมดแล้ว พื้นที่ นส3.ก. นี้พื้นที่ไม่มีการขยับเปลี่ยนไปแน่นอน แต่พื้นที่ นส.3 อาจจะมีการบิดเบี้ยวไปได้ ส่วน พื้นที่โฉนดนั้นไม่มีปัญหา วันนี้เราแบ่งพื้นที่เป็น 3 กอง กองที่ 1 สน.3ก. นี้มีเนื้อที่ 2,000 กว่าไร่ เราให้ความสนใจที่สุด เพราะเราเดินมาเกินครึ่งทางแล้วซึ่งเราต้องใช้คำว่า น่าจะออกเอกสารสิทธิ์ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ก็ต้องเพิกฐานจะหาว่าเราทำอะไรไม่มีความคืบหน้า ตอนนี้เราทำไปได้ 70% แล้ว รอให้ทางกรมพัฒนาที่ดินตอบหนังสือมาเท่านั้น ให้ทางกรมที่ดินส่งสาระบบที่ดินมาให้เรา ก็น่าจะ "ฟันธงได้" เพิกถอนเอากลับมาเป็นพื้นที่สาธารณะประโยชน์ให้ชุมชนมอบให้ผู้ใหญ่ที่มีคามตั้งใจที่จะทำเป็นป่าชุมชน ส่วนที่เหลือก็จะนำไปแบ่งให้กับประชาชนที่ยังขาดแคลนที่ดินทำกินต่อ ทั้งหมดนี้เราจะฟันธงได้ เรามีหลักฐานเพียงพอ โดยมาจากภาพถ่ายทางอากาศที่เห็นว่าพื้นที่นี้อยู่ในรอบป่าไม้ถาวรประกอบกับเอกสารหลักฐานอื่นๆที่เรามีอยู่และเป็นไปตามกฎประกาศท้ายกระทรวง


เครดิต :
ข่าวดารา ข่าวในกระแส บน Facebook อัพเดตไว เร็วทันใจ คลิกที่นี่!!" ประกาศ "
ร่วมแสดงความคิดเห็น


กระทู้ร้อนแรงที่สุดของวันนี้
























กระทู้ล่าสุด


รูปเด่นน่าดูที่สุดของวันนี้















































