
ซีพี เตรียมผลิตหน้ากากอนามัย ให้รพ.จุฬาฯ เป็นศูนย์กลางแจกจ่าย
หน้าแรกTeeNee ที่นี่ข่าววันนี้, ข่าวหน้าหนึ่ง ข่าวอื่นๆ ซีพี เตรียมผลิตหน้ากากอนามัย ให้รพ.จุฬาฯ เป็นศูนย์กลางแจกจ่าย

ทันกำหนด 5 สัปดาห์ดังที่ "เจ้าสัวธนินท์" ประกาศสร้าง รง.ผลิตหน้ากากอนามัย ตั้งเป้า 3 ล้านชิ้น/เดือน ก่อนส่งมอบ รพ.จุฬาฯ เป็นศูนย์กลางแจกจ่ายให้ รพ.ทั่วประเทศ
หลังจาก นายธนินท์ เจียรวนนท์ ประธานอาวุโส เครือเจริญโภคภัณฑ์ มีนโยบายลงทุน 100 ล้านบาท ก่อสร้างโรงงานผลิตหน้ากากอนามัยแจกฟรีแก่บุคลากรทางการแพทย์และประชาชน เพื่อใช้ในการป้องกันโรค โดยได้เคยกล่าวไว้เมื่อวันที่ 5 มี.ค. 63 ว่าจะใช้ระยะเวลาในการสร้างโรงงานหน้ากากใน 5 สัปดาห์นั้น
ทั้งนี้ เหลือเพียงขั้นตอนการขออนุญาตจาก อ.ย. คาดว่าจะสามารถเดินเครื่องผลิตได้ในสัปดาห์หน้า เบื้องต้นตั้งเป้าผลิต 3 ล้านชิ้นต่อเดือน ก่อนส่งต่อให้บุคลากรทางการแพทย์ทั่วประเทศ โดยมี รพ.จุฬาฯ เป็นศูนย์กลางในการแจกจ่ายหน้ากากอนามัยไปยังโรงพยาบาลต่างๆ เมื่อบุคลากรทางการแพทย์มีหน้ากากอนามัยใช้อย่างเพียงพอแล้ว จึงจะแจกจ่ายให้กับประชาชนต่อไป

"ผมขอขอบคุณหมอ พยาบาล และบุคลากรทางการแพทย์ ที่เสียสละเพื่อคนไทย ในภาวะวิกฤติโรคระบาดเช่นนี้ รวมทั้งขอขอบคุณทีมงานทุกคนทั้งในไทยและจีน ที่ร่วมฝ่าฟันอุปสรรคต่างๆ เพื่อสร้างโรงงานผลิตหน้ากากอนามัยเพื่อบุคลากรทางการแพทย์และคนไทยได้ทันใน 5 สัปดาห์ ทั้งที่โดยปกติต้องใช้ระยะเวลาถึง 3 เดือน โดยเราวางแผนไว้ว่า หลังวิกฤติโควิด 19 จบลง จะมอบโรงงานผลิตหน้ากากอนามัยนี้ให้กับ รพ.จุฬาฯ และรายได้จากการจำหน่ายหน้ากากอนามัยหลังหักต้นทุน ซึ่งทางเราจะควบคุมราคาตามที่กระทรวงพาณิชย์กำหนด เรามอบให้ศูนย์โรคหัวใจ รพ.จุฬาฯ ทั้งหมด"

"เราได้ร่วมมือกับ สจล ลาดกระบัง ในการใช้ระบบสมองอัจฉริยะ AI ในการตรวจหน้ากากทุกชิ้น เพื่อให้ได้ตามมาตรฐาน ก่อนจะใช้เครื่องจักรบรรจุลงซอง จากซองลงแพ็ก แพ็กละ 12 ชิ้น จากแพ็กบรรจุลงลัง และจากลังไปเข้าโกดัง ซึ่งต้องอัตโนมัติทั้งหมด ทำให้ทางวิศวกรของซีพีเราต้องออกแบบเครื่องจักรเองบางส่วน เพื่อให้หน้ากากดำเนินการได้ตั้งแต่ต้นจนจบ นอกจากนี้ ในการติดตั้งเครื่องจักร เนื่องจากผู้เชี่ยวชาญเจ้าของเทคโนโลยีและเครื่องจักรที่จีนบินมาไม่ได้ ทางเราจึงต้องทำเอง ติดตั้งเอง จึงแก้ปัญหาด้วยการปรึกษาผู้เชี่ยวชาญผ่าน teleconference ทางไกล โดยใช้ระบบ True Versual World และสามารถติดตั้งได้เองภายใน 4 วัน อย่างมีคุณภาพ" นายศักดิ์ชัย กล่าว

ตามมาตรฐานการผลิต หน้ากากอนามัยจะประกอบด้วย 3 ชั้น ชั้นแรกเป็นนอนวูฟเวนชนิดสปันบอนด์ (สีเขียว) เคลือบสารไฮโดรโฟบิกเพื่อเพิ่มสมบัติกันน้ำ ชั้นต่อมาเป็นนอนวูฟเวนชนิดเมลต์โบลวน์ (สีขาว) ใช้ป้องกันเชื้อโรค และชั้นสุดท้ายเป็นนอนวูฟเวนชนิดสปันบอนด์ (สีขาว) โดยนอนวูฟเวนชนิดสปันบอนด์ (spunbond nonwoven)

การก่อสร้างโรงงานผลิตหน้ากากอนามัย นายภูมิชัย ตรัยดลานนท์ รองกรรมการผู้จัดการ ธุรกิจอุปกรณ์การเกษตร 2 บริษัท เกษตรภัณฑ์อุตสาหกรรม จำกัด (KPI) ในฐานะหัวหน้าทีมควบคุมการก่อสร้างโรงงานหน้ากากอนามัยฟรีเพื่อคนไทย กล่าวว่า โรงงานที่ผลิตหน้ากาก จะต้องทำห้องปลอดฝุ่น (Clean Room) ซึ่งต้องทำให้เสร็จใน 3 สัปดาห์ เป็นความยากที่ต้องทำให้ได้ รวมทั้งวางแผนด้านกำลังคน เพื่อให้โรงงานเสร็จสมบูรณ์ตามกำหนดเวลาและได้มาตรฐาน

"เครื่องจักรผลิตหน้ากากต้องไปต่อคิวโรงงานที่มีคิวผลิตเครื่องจักรยาวเหยียด และทุกประเทศแย่งกันหมด ซึ่งตามโจทย์ของคุณธนินท์ เครื่องจักรต้องทันสมัย เป็นแบบอัตโนมัติ ดังนั้น เครื่องที่สั่งมาจะทำงานต่อเนื่องได้วันละ 3 กะ แล้วใช้กำลังคนเพียงกะละ 3 คน นอกจากนี้ ตลอดการเตรียมการขนส่ง เราถูกยกเลิกเที่ยวบินไม่ต่ำกว่า 5 ครั้ง เพราะความเข้มงวดในการส่งออก ทำให้ต้องวางแผนรายวัน ซึ่งเราพบว่ามีเที่ยวบินว่างที่ซีอาน ทำให้ต้องลากเครื่องจักรโดยใช้รถบรรทุกจากโรงงานกว่า 1,700 กม. เพื่อไปขึ้นเครื่อง แต่พอไปถึงก็ถูกยกเลิกเที่ยวบินอีก หรืออย่างวัตถุดิบตัวที่ใช้กรองชื่อว่า เมลโบรนด์ (Meltblown) ซีพีใช้เครือข่ายทั่วโลกในการตามหาวัตถุดิบที่หายาก ขาดตลาด ราคาแพง ซึ่งเราถูกยกเลิกออเดอร์กว่า 20 ครั้ง เพราะหลายประเทศเริ่มเข้มงวดด้านการส่งออก ซึ่งกว่าจะมาถึงวันนี้ได้ไม่ง่ายเลย" ดร.ธีระพล กล่าว

นอกจากนี้ นายธนินท์ เจียรวนนท์ ยังให้ข้อคิดในภาวะวิกฤติเช่นนี้ทิ้งท้ายไว้ว่า ในยามวิกฤติต้องคิดว่าจะทำอย่างไร จะรับมืออย่างไร ตนผ่านวิกฤติมาหลายครั้ง แต่ครั้งนี้รุนแรงกว่าสงครามโลกครั้งที่ 2 เพราะเป็นโรคระบาดทั่วโลก ลองหาทางออกที่พอจะทำได้ เช่น ร้านอาหารอาจไม่ต้องจ้างพนักงานออก แต่เปลี่ยนมาส่งอาหารให้ผู้บริโภคถึงที่ โดยให้พนักงานที่อยู่ว่างๆ เป็นผู้ส่ง และสอบถามผู้บริโภคถึงสิ่งที่ต้องการเพิ่มเติม ซึ่งอาจไม่จำเป็นต้องเป็นอาหารก็ได้ แต่เป็นสิ่งที่เขาต้องการ หากทางร้านหาให้เขาได้ครบ พร้อมไปส่งถึงที่ ในภาวะที่ไม่มีใครอยากออกจากบ้าน เขาจะนึกถึงเราก่อนเป็นคนแรก และแม้ในวันหน้าทุกอย่างจะดีขึ้นก็ต้องไม่ประมาท ความสำเร็จควรดีใจได้เพียงวันเดียว นั่นคือดีใจเพียงวันเดียวพอ วันต่อๆ ไปต้องคิดหาทางรับมือและคิดไว้เสมอว่า หากเกิดวิกฤติขึ้นอีกจะทำอย่างไร จะรับมืออย่างไร

" ประกาศ "
ร่วมแสดงความคิดเห็น



กระทู้ร้อนแรงที่สุดของวันนี้
























กระทู้ล่าสุด


รูปเด่นน่าดูที่สุดของวันนี้















































