เมื่อวันที่ 8 ก.ย. นายอำพน กิตติอำพน เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เปิดเผยถึงภาวะสังคมไทยในไตรมาสสอง (เม.ย.-มิย.) ปี 2551
จากการติดตามการเคลื่อนไหวภาวะทางสังคม ยังพบว่าสังคมไทยในด้านคุณภาพคน โดยเฉพาะการมีงานทำของคนไทยเพิ่มขึ้นเป็นจำนวน 36.80 ล้านคน เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 1 ล้านคน หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 2.8 ส่วนผู้ว่างงานนั้นมีเพียง 5.1 แสนคน ลดลงจากปีก่อนที่มีจำนวน 5.8 แสนคน หรือลดลงประมาณ ร้อยละ 11.2 ทำให้อัตราการว่างงานอยู่ในระดับต่ำ และลดลงอย่างต่อเนื่องจากปี 49 ที่อยู่ในระดับร้อยละ 1.7 เหลือร้อยละ 1.6 ในปี 50 และลดลงเหลือเพียงร้อยละ 1.4 ในปี 51
ทั้งนี้ สถานการณ์ด้านแรงงานที่อยู่ในเกณฑ์ดี มาจากการจ้างงานในภาคการเกษตรที่เพิ่มขึ้นร้อยละ 2.7
เพราะราคาพืชผลที่ปรับสูงขึ้นมากจูงใจให้เกษตรกรขยายการผลิตด้วยการเพิ่มพื้นที่ หรือเพิ่มรอบการเพาะปลูกโดยเฉพาะข้าวนาปรังและพืชสำคัญชนิดอื่น เช่น อ้อย ปาล์มน้ำมัน ที่เร่งขยายผลผลิตสนองความต้องการทั้งด้านอาหารและใช้ผลิตพลังงาน ขณะที่การจ้างงานนอกภาคเกษตรเพิ่มขึ้นร้อยละ 2.9 โดยขยายตัวดีในภาคการค้า การก่อสร้างและบริการอื่นๆ ยกเว้นในอุตสาหกรรมที่ใช้แรงงานเข้มข้น เช่น อุตสาหกรรมเครื่องนุ่งห่มและสิ่งทอกลุ่ม วัสดุก่อสร้าง อุตสาหกรรมเครื่องหนัง และเครื่องเรือน เป็นต้น
อย่างไรก็ตาม จากกระแสวัตถุนิยมหรือบริโภคนิยม กระตุ้นให้เกิดความต้องการเงินเพื่อจับจ่ายใช้สอยเพิ่มขึ้น
รวมทั้งแนวคิดของคนบางกลุ่ม เรื่องการทำงานสบายได้เงินมากและรวดเร็ว นำไปสู่การแพร่ขยายของอาชีพที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม เช่น ค้ายาเสพติด ที่จับกุมผู้ทำความผิดได้มากถึง 52,334 ราย เพิ่มขึ้นร้อยละ 13.2 ขณะที่ในกลุ่มเด็กและเยาวชนเพิ่มขึ้นเป็น 3,003 คดี หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 30.3
นอกจากนี้ ยังมีการแอบแฝงค้าบริการทางเพศของกลุ่มผู้มีงานประจำอยู่แล้ว และขยายวงมาสู่นักเรียน นักศึกษา เพราะต้องการนำเงินไปใช้สอย
ซึ่งกลายเป็นปัญหาหลายเรื่อง โดยเฉพาะพฤติกรรมทางเพศที่ไม่ถูกต้องเป็นปัญหาที่ไม่ถูกต้องเพิ่มขึ้น จนนำไปสู่ปัญหาอื่น เช่น การตั้งท้องไม่พึงประสงค์ การเสพยาเสพติด และพฤติกรรมก้าวร้าวรุนแรง นางสุวรรณี คำมั่น ที่ปรึกษาด้านนโยบาย สศช. กล่าวว่า จากการศึกษาปัญหาการแอบแฝงการขายบริการทางเพศที่ถือเป็นภัยมืดในยุคโลกาภิวัตน์ พบว่าคนไทยมีพฤติกรรมเลียนแบบตะวันตก จากการเช่าหอพักร่วมกัน การล่าแต้มและนำไปสู่การขายบริการทางเพศ โดยมีแนวโน้มที่ผู้ขายบริการทางเพศจะมีสูงถึง 48,000 คน ทั้งจากกลุ่มที่ทำงานอิสระบางเวลา และกลุ่มนักศึกษาที่
สศช.ได้ศึกษาเชิงลึกพบว่า นักเรียนนักศึกษา ร้อยละ 44.4 เข้าสู่วงการในอายุเฉลี่ย 16 ปี และอายุต่ำสุดเพียง 13 ปี
โดยปัจจัยที่นำพาสู่การบริการทางเพศ พบว่าปัญหาทางการเงิน เลียนแบบเพื่อนที่มีฐานะดี จากการขายบริการทางเพศ ได้เงินแบบไม่ต้องทำงานหนัก ซึ่งร้อยละ 60 มีรายได้ถึงเดือนละ 20,000 บาท อีกทั้งการใช้อินเตอร์เน็ตและโทรศัพท์มือถืออย่างสะดวก ยังสนับสนุนให้เกิดการซื้อขายบริการทางเพศมากขึ้นด้ว ทั้งนี้ สศช.เห็นว่าหากมีการพัฒนาสถาบันครอบครัว โดยเฉพาะให้ผู้ปกครองมีความรู้เข้าใจในหลักจิตวิทยาการเลี้ยงดูบุตรให้ถูกต้อง จัดตั้งศูนย์ให้คำปรึกษาทางอินเตอร์เน็ต สร้างสภาพแวดล้อมให้เหมาะสม โดยเฉพาะนิสัยสร้างจริยธรรม และเพิ่มบทลงโทษอย่างรุนแรงกับนายหน้า เจ้าของสถานประกอบการที่แอบแฝงขายบริการ รวมทั้งผู้ซื้อบริการนักเรียนนักศึกษาอายุต่ำกว่า 18 ปี ก็จะเป็นทางออกให้กับปัญหาเหล่านี้ได้มากขึ้น
สภาพัฒน์ ห่วงวัยรุ่น ขายเซ็กซ์ งานเสริม!
หน้าแรกTeeNee ที่นี่ข่าววันนี้, ข่าวหน้าหนึ่ง ข่าวอาชญากรรม สภาพัฒน์ ห่วงวัยรุ่น ขายเซ็กซ์ งานเสริม!
เครดิต : ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดยหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

ข่าวดารา ข่าวในกระแส บน Facebook อัพเดตไว เร็วทันใจ คลิกที่นี่!!


กระทู้ร้อนแรงที่สุดของวันนี้
























กระทู้ล่าสุด


รูปเด่นน่าดูที่สุดของวันนี้
















































Love illusion ความรักลวงตา เพลงที่เข้ากับสังคมonline
Love illusion Version 2คนฟังเยอะ จนต้องมี Version2กันทีเดียว
Smiling to your birthday เพลงเพราะๆ ไว้ส่งอวยพรวันเกิด หรือร้องแทน happybirthday