หลังจากเกิดเหตุการณ์นี้ขึ้น ตนยังไม่เชื่อในสิ่งที่เกิดขึ้น เพื่อนหรือญาติก็ไม่มีใครเชื่อ เพราะตนเองกับครอบครัวนายเอ็มรู้จักกันดี ไปมาหาสู่กันตลอด พร้อมยอมรับในสิ่งที่ตำรวจและญาติของนางสาวน้ำหวานตั้งข้อสงสัย ตนก็ไม่คัดค้านอะไร สามารถพิสูจน์ได้ตามกระบวนการ แต่เชื่อว่าเหตุการณ์ครั้งนี้เกิดจากความสมยอมของฝ่ายหญิง เพราะถ้าอ้างว่าข่มขืนคงเป็นไปได้ยาก ไม่ใช่นิสัยของนายเอ็ม ส่วนกรณีความเหมาะสมที่นายเอ็มได้พานางสาวน้ำหวานไปมีเพศสัมพันธ์ในโรงเรียนนั้น ส่วนตัวมองว่าอาจเป็นนิสัยของผู้ชายทั่วไป เพราะเมื่อเกิดอารมณ์ก็คงไม่ทันคิด เป็นเรื่องธรรมชาติของผู้ชาย
ส่วนกรณีที่มีข้อมูลว่านายเอ็มมีญาติเป็นนักการเมืองท้องถิ่น อาจจะทำให้นายเอ็มรอดคดีได้นั้น ครูลั่นทม บอกว่า ปกติครอบครัวของนายเอ็มก็ไม่เคยใช้เส้นสายอะไรกับใคร เชื่อว่าจะไม่มีใครเข้ามาช่วยเหลือทางคดีแน่ เพราะถ้าเกิดจะมีคนช่วยครอบครัวคงช่วยไปนานแล้ว ไม่ปล่อยให้ครอบครัวญาติพี่น้องลำบากแบบนี้ เนื่องจากตอนนี้ทุกคนยังดิ้นรนเพื่อเตรียมต่อสู้กันอยู่”
ครูลั่นทม ยังเล่าว่า ตนเองเคยเดินทางไปที่บ้านนายเอ็มหลังจากทราบเรื่อง เพื่อที่จะไปเยี่ยม ถามถึงความเป็นมา แต่ก็ไม่พบว่าใครอยู่บ้าน จนกระทั่งวันต่อมา ตำรวจตั้งข้อสงสัยว่านายเอ็มได้ข่มขืนนางสาวน้ำหวาน ตนเองก็กลับไปที่บ้านอีกครั้ง จึงได้เจอพ่อแม่และนายเอ็ม โดยแม่นายเอ็มบอกว่า จะขอไปอาศัยพักอยู่กับญาติชั่วคราว เพื่อเตรียมตัวต่อสู้คดี หลังจากนั้นก็ไม่สามารถติดต่อหรือโทรพูดคุยอะไรได้ ตนเองจึงเชื่อว่าเอ็มและพ่อแม่ ไม่มีเจตนาหลบหนี เพียงแค่ไปหาเงินสำหรับใช้จ่ายเท่านั้น และทุกอย่างก็จะเป็นไปตามกระบวนการกฎหมาย
