|
สำหรับบรรยากาศภายในหมู่บ้านไร่ข่วงเปา ซึ่งเป็นหมู่บ้านที่สามารถถ่ายรูปภาพดังกล่าวได้นั้น พอพลบค่ำชาวบ้านก็จะเก็บตัวอยู่ในบ้านไม่ค่อยออกมาเดินไปมา เหมือนแต่ก่อน
เพราะหลายคนมีความกลัวว่าอาจจะเจอเปรต จึงอาศัยอยู่แต่ภายในบ้านเรือนของตนเอง พระประสพชัย กล่าวด้วยว่า เปรตในภาพเป็นเปรตที่มาขอส่วนบุญ และเป็นเปรตที่ไม่มีขา ไม่มีมือ และก็แบกของหนัก ตามหลักพระพุทธศาสนาแสดงว่าครั้งเมื่อตอนเป็นคนเคยขโมยของวัด หรือใส่รองเท้าขึ้นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ภายในวัด พอตอนตายไปก็จะเป็นเปรต และยังไม่ได้ไปผุดไปเกิด ดังนั้น เมื่อไม่มีมือจึงต้องนำสิ่งของต่าง ๆ ใส่บ่าแบกไว้เป็นการทรมานในครั้งที่ตายไปแล้ว
สำหรับเปรตตามหลักคำสอนของพระพุทธศาสนามีหลายประเภท หัวเป็นควาย วัว หรือว่าเป็นม้าก็มี เพราะชอบเอาสัตว์เหล่านี้มาชนกัน ส่วนตัวจะเป็นร่างมนุษย์ หรืออีกประเภทจะเป็นเปรตที่ลิ้นยาว และมีไม้เสียบ ประเภทนี้ ตอนเป็นคนเคยบ้วนน้ำลายลงในวัด พอตายไปก็เป็นเปรตประเภทนี้
นายเอกชัย เล่าว่า ในวันดังกล่าวที่สามารถถ่ายรูปได้ หลังจากตนได้ทำการบ้านเสร็จแล้ว จึงนอนเล่นอยู่ภายในห้องนอนของตนเองที่ชั้นสอง
จนกระทั่งถึงเวลาดังกล่าว ได้เปิดผ้าม่านเพื่อจะดูว่าฝนได้ตกแล้วหรือไม่อย่างไร จนกระทั่งเจอเงาสีดำที่อยู่เหนือต้นไม้ และหลังคาบ้านของเพื่อนบ้าน ขณะนั้นก็เกิดความกลัวเหมือนกัน ว่าสิ่งที่เห็นเป็นเปรต หรือไม่อย่างไร จากนั้นได้ตั้งสติ ก่อนที่จะหยิบโทรศัพท์มือถือออกมาถ่ายรูปไว้ จำนวน 3 ภาพ จากนั้น เงาสีดำ ที่ดูได้อย่างชัดเจน เพราะมีแสงของพระจันทร์ที่ส่องสว่างให้เห็นเด่นชัดว่ามีศีรษะ เป็นตัว และต้นขา ก่อนจะเคลื่อนตัวไปอย่างช้า ๆ โดยมุ่งไปทางวัดไร่ข่วงเปาแล้วก็หายไป หลังได้ถ่ายรูปเปรต ก็เกิดความกลัว ได้นอนทันที จนกระทั่งในรุ่งเช้า จึงได้นำภาพและรายละเอียดมาเล่าให้พี่ชาย และแม่ของตนเองทราบ ก่อนจะนำภาพลงไว้ในคอมพิวเตอร์ พอชาวบ้านทราบเรื่อง จนเป็นกระแสข่าวแพร่สะพัดออกไป
ส่วนชาวบ้านในหมู่บ้านได้จับกลุ่มวิพากวิจารณ์ทุกวันถึงการพบเปรต และสามารถถ่ายรูปได้ โดยมีบางคนที่มีความเชื่อในเรื่องนี้ ได้นำภาพไปสอบถามกับร่างทรงในหมู่บ้านอื่น
จึงทำให้ทราบมาว่า บริเวณบ้านที่อยู่ใกล้วัดนั้น มีผู้ที่เสียชีวิตไปแล้ว แต่ไม่ได้ไปผุดไปเกิด ประกอบกับลูกหลานไม่ได้ทำบุญอุทิศส่วนกุศลไปให้ จึงได้ออกมาแสดงตนให้ชาวบ้านได้เห็น โดยที่ผ่านมา ร่างทรงยังได้บอกอีกว่าเปรตตัวนี้ได้ออกมาในลักษณะนี้แล้วหลายครั้ง เพื่อให้ชาวบ้านได้เห็น ซึ่งได้แสดงตัวออกมาแล้วถึง 3 ครั้ง จนในครั้งที่ 4 จึงมีผู้พบเห็น ประกอบกับในวันดังกล่าวเป็นวัดทำบุญใหญ่ ทานเปรตพลี จึงได้ออกมาแสดงตน เพื่อที่จะไปรับส่วนกุศลที่จะมีผู้ทำบุญไปถึง จากเรื่องราวดังกล่าว ที่ร่างทรงได้บอกมา ยิ่งทำให้ชาวบ้านเกิดความเชื่ออย่างมาก
|