Teenee.com imusic ฟังเพลง happy Game เกม Quiz Flash ทายใจ xchange บอร์ดชุมชนที่นี่ chat แชทดิจิตอล แชทยอดนิยม
มือถือเกม มือถือความรัก tnews คุยคุ้ยข่าว คุยคุ้ยข่าวกีฬา คุยคุ้ยข่าวดารา วาไรตี้อาหารสมอง นินจานารุโตะ

หน้าหลักบันเทิงดารา เกาะกระแสดาราไทย ปาปารัสซี่ gossip ดารา รูปดาราไทย
รูปดาราต่างประเทศ,ญี่ปุ่น,เกาหลี ฯลฯ เรื่องย่อละคร ชุมชนEntertain ดูทุกอย่างด้านบันเทิงจากเพื่อนๆ


โฆษณาดีๆ
Samorn.com ผมร่วง
ผมบาง ~ ศีรษะล้าน
รับประกันผลการใช้ 100 %
ไม่ได้ผล ยินดีคืนเงิน คลิกที่นี่
DVD 30 บาท
10 แผ่น ฟรี 3 แผ่น


ชื่อผู้ใช้ : รหัสผ่าน :   Remember สมัครสมาชิก   ลืมรหัสผ่าน
เป็นไปได้ยังไง? เด็ก 8 ขวบ แต่งงาน?
 
เด็กชายชาวอังกฤษ 'รีซ เฟลมมิ่ง' อายุ 8 ขวบ ได้เข้าพิธีวิวาห์กับ 'เอลลีเนอร์ เพอร์โกลฟ' วัยเดียวกัน ซึ่งเป็นเพื่อนนักเรียนหญิงที่เขา 'หลงรัก' เมื่อต้นเดือนก.ค.ที่ผ่านมา โดยหลังจากแต่งงานผ่านไปแค่วันเดียว เจ้าบ่าวก็เสียชีวิต!!

คอลัมน์ ร่อนตามลม โดย raikorn@hotmail.com



รีซ เฟลมมิ่ง วัย 8 ขวบ เข้าพิธีแต่งงานกับเอลลีเนอร์

หนังสือพิมพ์ เดอะ ซัน ของอังกฤษ นำ "ข่าววิวาห์" ของเด็กอายุ 8 ขวบคู่หนึ่งมาลงให้อ่านกัน ว่าเจ้าบ่าวตัวน้อยนั้นชื่อ รีซ เฟลมมิ่ง เป็นเด็กชาวเมืองเดอร์บี้ ในอังกฤษ ซึ่งแต่งงานไปเรียบร้อยกับ เอลลีเนอร์ เพอร์โกลฟ เพื่อนนักเรียนหญิงที่เขา "หลงรัก" ไปเมื่อต้นเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา

รีซ นับว่า "โชคดี" ที่สมหวัง ได้แต่งงานกับ ผู้หญิงที่เขารัก และฝันอยากแต่งงานด้วย แต่ที่ "โชคร้าย" ก็คือ หลังจากแต่งงานผ่านไปแค่วันเดียว เจ้าบ่าวตัวน้อยก็เสียชีวิตในเช้ารุ่งขึ้น เมื่อวันที่ 5 กรกฎาคมที่ผ่านมา!!!

เรื่องราวที่คละเคล้าไปด้วยทุกข์ สุข ของรีซ ได้รับการถ่ายทอดโดย นางลอร์เรน เฟลมมิ่ง แม่ของหนูน้อย ที่เล่าให้เดอะ ซันฟังว่า เธอตัดสินใจจัดพิธีแต่งงานให้ลูกชาย กับ เอลลีเนอร์

ซึ่งเป็นทั้งเพื่อนนักเรียน และ เพื่อนบ้านที่อยู่ใกล้ๆ กัน
เพราะมันเป็นความปรารถนาของลูกชายที่ต้องการทำก่อนตาย!!! คุณแม่วัย 28 เล่าว่า ลูกชายเธอป่วยด้วยโรคลิวคีเมีย (โรคมะเร็งเม็ดเลือดขาว) มา 4 ปีแล้ว ผ่านการรักษาทั้งเคมีบำบัด และฉายรังสี แรกๆ ก็ต้องวนเวียนเข้า-ออกโรงพยาบาล แต่หลังสุดเมื่ออาการของโรคเริ่มทรุดหนัก รีซก็ต้องใช้ชีวิตอยู่บนเตียงที่บ้าน โดยลอร์เรน และมิค ธอมป์สัน สามีใหม่ของเธอรู้จากหมอที่รักษาว่า รีซจะมีชีวิตอยู่ได้อีกไม่นานเมื่อเดือนพฤษภาคม และได้จ้างพยาบาลมาคอยดูแลลูกชายที่บ้านด้วย

ลอร์เรน เฟลมมิ่ง วัย 28 แม่ของรีซ โชว์รูปแต่งงานของลูกชาย



คุณแม่ที่ยังมีอาการโศกเศร้า เล่าถึงวันที่รู้ความในใจของลูกชายว่า เป็นวันที่อาการของรีซทรุดหนักมาก

แต่เขาบอกกับเธอว่า "แม่...ผมยังไม่อยากตาย" เพราะเขาอยากจะแต่งงานกับเอลลีเนอร์ เพื่อนนักเรียนหญิง ที่เขาคิดมาตลอดว่า คือผู้หญิงที่เขาอยากแต่งงานด้วย

"รีซและเอลลีเนอร์ เป็นเพื่อนสนิทกันมานานหลายปี รีซชอบพูดอยู่บ่อยๆ ว่า อยากแต่งงานกับเอลลีเนอร์ เหมือนมันเป็นเรื่องสำคัญที่เขาตั้งใจอยากทำให้ได้ เขาเคยขอเธอแต่งงานมา 2-3 ครั้ง จนในที่สุดเธอก็รับปาก มันอาจจะดูประหลาด ดูแปลกที่เราจัดงานแต่งงานให้พวกเขา แต่ฉันคิดว่ามิตรภาพของเขาทั้งสองมันแน่นแฟ้นมาก"

รีซนั่งรถเฟอร์รารี่



จากที่ตอนแรก ลอร์เรนตั้งใจจะจัดพิธีแต่งงานให้ลูกชายแบบ "สมจริง" มีบาทหลวง (จริง) มาทำพิธีให้ และเจ้าสาวตัวน้อย ก็จะก้าวลงมาจากรถลิมูซีนคันโต เดินเข้าสู่บริเวณสถานที่จัดงาน

แต่ทุกอย่าง ก็ต้องล้มพับไป เมื่อรีซป่วยจนลุกจากเตียงไม่ค่อยไหว ท้ายสุด ลอร์เรนเลยตัดสินใจจัดพิธีแต่งงานแบบเรียบง่ายขึ้นที่บ้านของเธอ โดยมี ฮันน่าห์ แม่ของเจ้าสาว มารับบทเป็น "บาทหลวง" นำคู่บ่าวสาวตัวน้อยกล่าวคำปฏิญาณแก่กัน แลกแหวนแต่งงานให้แก่กัน โดยเจ้าบ่าวเลือกใส่เสื้อตัวโปรดยี่ห้อ เน็กซ์ พร้อมถือดอกกุหลาบ 1 ดอก เข้าพิธี จากนั้นก็มีการออกใบทะเบียนสมรส (ปลอม) ให้แก่ทั้งคู่ ไว้เป็นหลักฐานพยานของความรักอันใสบริสุทธิ์

แต่สิ่งสำคัญอย่างหนึ่งที่ขาดหายไปในพิธีก็คือ เจ้าบ่าวกลับเลือกที่จะไม่ "จุมพิต" เจ้าสาวซะงั้น

เพราะ เขิน" หรือด้วยเหตุผลใดก็สุดจะเดากัน ทั้งที่รีซนั้นขึ้นชื่อว่า ออกแวว "เจ้าชู้" ตั้งแต่เด็ก ลอร์เรนเล่าว่า ตอนนอนป่วยที่โรงพยาบาล รีซยังเคย "แอบปิ๊ง" พยาบาลคนหนึ่ง กระทั่งพยาบาลคนนั้นต้องบอกกับหนุ่มน้อยอย่างเอ็นดูว่า เธอหมั้นแล้ว

"บรรยากาศของพิธีในวันนั้น มันไม่สามารถบรรยายออกมาเป็นคำพูด รีซและเอลลีเนอร์ ต่างนิ่งเงียบ แต่ภายในห้องนอนของรีซ ซึ่งเราใช้เป็นห้องประกอบพิธี เต็มไปด้วยความรู้สึกต่างๆ มากมาย"

รีซเสียชีวิตในเช้าวันรุ่งขึ้น แต่เป็นการจากไปที่แม่ของเขาเชื่อว่า "รีซจากไปอย่างมีความสุข"

เพราะนอกจากจะได้แต่งงานกับเอลลีเนอร์ รีซยังมีโอกาสได้นั่งรถยี่ห้อหรูอย่าง เฟอร์รี่และพอร์ซ ที่เขาใฝ่ฝันอยากจะมีโอกาสนั่งสักครั้งในชีวิต และได้นั่งรถดับเพลิงไปกับเจ้าหน้าที่ดับเพลิง ที่เขารู้สึกว่าเป็น "ฮีโร่" สำหรับเขา "ฉันสูญเสียลูกชาย แต่รีซถูกโรคร้ายปล้นเอาสิ่งต่างๆ มากมายที่เขาควรจะได้ไปจากชีวิตเขา แต่ยังดีที่เขาสามารถทำสิ่งที่ฝันให้เป็นจริง ขณะที่เขายังมีเวลาเหลืออยู่"


ที่มา หนังสือพิมพ์มติชนรายวัน วันที่ 11 สิงหาคม พ.ศ. 2551 ปีที่ 31 ฉบับที่ 11111


ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: หนังสือพิมพ์มติชน

 โดย :พังจูดี้ (สมาชิก) โพสเมื่อ [ วันจันทร์ ที่ 11 สิงหาคม 2551 เวลา 08:05 น.]  



Vote เพิ่มคะแนนกระทู้นี้

[ เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Topic Bookmark | ส่งกระทู้นี้ต่อให้เพื่อน ]
นโยบายของเว็บไซต์ กรุณาอ่านก่อนใช้งานระบบใด ๆ
" ประกาศ "
ร่วมรับผิดชอบต่อสังคม ไม่ใช้คำหยาบ เพราะอาจมีเด็กประถมอ่านอยู่ด้วย ร่วมเป็นตัวอย่างที่ดีกันนะครับ ส่วนคนที่ชอบสาปแช่งให้ส่งข้อความลูกโซ่ รู้ไว้เลยว่าคุณผิดศีลข้อ4อยู่ แต่ผิดยกกำลังเท่าไรขึ้นอยู่กับมีคนอ่านเท่าไร
ร่วมแสดงความคิดเห็น
 ร่วมตั้งกระทู้เว็บบอร์ด กับ TeeNee.com
ความเห็น :
เพศ : ชาย   หญิง   ไม่ระบุ
โดย :
กรอกเลขให้ตรงภาพ ก่อนกดปุ่ม submit ส่งข้อความ :

 

  
 
ทางทีมงานไม่ขอรับผิดชอบข้อความต่างๆ ขอให้ผู้โพสรับผิดชอบตัวเอง และรับผิดชอบต่อสังคม
ถ้าข้อความใดส่งผลต่อประเทศชาติ ทีมงานพร้อมจะส่งรายละเอียดให้เจ้าหน้าที่ เพื่อตามจับตัวผู้กระทำผิด