พัลลภ ไม่ต้องการให้รัฐเจรจากับกลุ่มป่วนใต้

"พัลลภ" ไม่สนับสนุนให้รัฐบาล เจรจากับโจรก่อการร้ายทางใต้


เพราะจะทำให้กลุ่มก่อการร้ายยกระดับเป็นองค์กร และเข้าเป็นสมาชิก OIC ได้ ระบุการแก้ปัญหาผิดพลาดมาตั้งแต่"รัฐบาลทักษิณ"



พล.อ.พัลลภ ปิ่นมณี ที่ปรึกษาผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน


เปิดเผยก่อนเป็นประธานมอบนโยบายสมาชิก(กอ.รมน.) จาก 50 เขต ที่ห้องรัตนโกสินทร์ ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร(กทม.)

โดยกล่าวถึงกรณีที่ พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ นายกรัฐมนตรี มีแนวความคิดที่จะเจรจาร่วมกับแกนนำกลุ่มโจรก่อการร้ายทางภาคใต้ว่า หากพูดตามความเป็นจริงนั้น ไม่ทราบว่าจะเจรจาไปไปในทิศทางไหน

แต่โดยส่วนตัวแล้วเห็นว่าหากมีการเจรจาย่อมเท่ากับเป็นการยอมรับขบวนการโจรก่อการร้ายต่างๆ ซึ่งขณะนี้เราไม่ยอมรับ แต่หากเจรจาแล้วก็จะเป็นการทำให้ขบวนการเหล่านั้นถูกกฎหมายขึ้นมาทันที

อีกทั้งจะเป็นช่องทางที่ทำให้กลุ่มเหล่านี้เข้าเป็นสมาชิกองค์กรอิสลาม 57 ชาติ(OIC) ด้วย หลังจากที่พวกนี้พยายามมา 2 ครั้งแล้วในการเข้าไปเป็นสมาชิก แต่ OIC มีหลักเกณฑ์อยู่ 3 ประการในการรับเข้าเป็นสมาชิก คือ

1.ผู้เข้าสมาชิกจะต้องเป็นองค์กรที่จัดตั้งแน่นอน

2.ต้องมีการสู้รบในพื้นที่

3.ต้องมีการเจรจาระหว่างรัฐกับขบวนการ ดังนั้นหากวันนี้ไปเจรจา จะทำให้กลุ่มเหล่านี้ยกระดับเป็นองค์กร และเข้าเป็นสมาชิก OIC ได้ และจะเป็นปัญหาของประเทศมากยิ่งขึ้น


จะเจรจาระดับรัฐบาลไม่ได้ ถ้าเป็นเรื่องส่วนตัวก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง


"แต่ถ้ารัฐไปเจรจาผมไม่เห็นด้วย ถ้าเข้าหลักเกณฑ์เขาจะเอาเรื่องทุกอย่างไปเข้า OIC ถ้าเกิดปัญหาเขาจะให้องค์การนี้เข้ามาดูแลในประเทศไทย" พล.อ.พัลลภ ระบุ

ผู้สื่อข่าวถามว่า แนวทางการแก้ปัญหาทางภาคใต้เดินมาถูกทางหรือยัง พล.อ.พัลลภ กล่าวว่า สำหรับนโยบายนี้พูดง่ายๆ ผิดพลาดมาตั้งแต่รัฐบาลชุดที่แล้ว และสิ่งที่ท่านนายกฯ พูดถึงการสมานฉันท์ ก็หมายถึงการสมานฉันท์กับคนดีที่ไม่เข้าใจอุดมการณ์ ประเพณี หรือศาสนา

แต่พวกที่ทำผิดกฎหมายก็ต้องถูกดำเนินการตามกฎหมายอยู่แล้ว นี่คือนัยที่ท่านนายกฯ พูดแต่จะเอาพระไปสมานฉันท์กับโจรไม่ได้

ต่อข้อถามว่า ถ้าอย่างนั้นจะทำยังไงให้แกนนำกลุ่มโจรก่อการร้ายยุติบทบาท พล.อ.พัลลภ กล่าวว่า สิ่งสำคัญหากจะเอาประชาชนมาเป็นแนวร่วมทางเดียว ก็คือต้องทำลายกองโจรเท่านั้น เพราะปัญหากองโจรหลักๆ แล้วคือกองกำลังติดอาวุธแนวร่วม เดินถือปืนอยู่ข้างหลังชาวบ้าน

หากเขายอมทิ้งอาวุธ ก็ว่ากันไปตามกระบวนการยุติธรรม แต่หากไม่วางอาวุธ เราต้องเด็ดขาด ต้องทำลายกองโจรก็จะดึงประชาชนมาได้


ผู้สื่อข่าวถามต่อว่า


ในการเข้ามารับตำแหน่งมีใบปลิวโจมตีในอ.ยะหา จ.ยะลา ว่าจะทำให้สถานการณ์ทางภาคใต้รุนแรงขึ้นไปอีก พล.อ.พัลลภ กล่าวว่า เป็นเรื่องธรรมดา เคยพูดเสมอว่า ไม่เคยต้องการให้ใครมารัก 100% เพียงแค่ 70% ก็ดีแล้ว

ฉะนั้นปัญหานี้เป็นปัญหาที่ซับซ้อน ผู้ที่เป็นปฏิปักษ์ต่อรัฐก็ไม่อยากให้ไปทำงานแถวนั้น ซึ่งเป็นเรื่องธรรมดา ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร

ต่อข้อถามว่า อาจมีการโยงไปถึงเหตุการณ์กรือเซะเพื่อให้เกิดความรุนแรงหรือไม่ ที่ปรึกษา ผอ.รมน. กล่าวว่า ไม่เชื่อว่าจะมีการนำอดีตมาเชื่อมโยง หรือจะนำความผิดมาครั้งก่อนมาโยนให้ แต่อยากบอกว่าที่กรือเซะเป็นการสู้รบเราถูกโจมตีก่อน และก่อนที่จะเข้าไปทหารก็ตายไป 3 บาดเจ็บสาหัสอีก 8 เรื่อง

กรณีที่โดนย้ายภายใน 24 ชม. ก็ไม่เคยเสียใจ แต่ที่เสียใจอย่างหนึ่ง หากรู้ว่าจะโดนประณามอย่างทุกวันนี้จะเข้าไปในมัสยิดก่อน 7 โมงเช้า

ผู้สื่อข่าวถามอีกว่า จะนำแนวทางเหมือนเหตุการณ์กรือเซะมาใช้ในการแก้ปัญหาวันนี้หรือไม่ พล.อ.พัลลภ กล่าวว่า ต้องแล้วแต่สถานการณ์ ถ้าเรามีทางเลือกเราก็ไม่ทำ เราพยายามเอาเขามาดำเนินคดีทางกฎหมาย แต่ถ้าไม่ยอมวางอาวุธ เราก็ต้องจำเป็นต้องรักษาประเทศชาติ และความมั่นคง พูดง่ายๆ ไม่เคยมีความคิดสู้แบบตาต่อตา ฟันต่อฟัน แต่พูดมาเสมอว่าชีวิตแลกด้วยชีวิตในการทำสงครามกองโจร


พล.อ.พัลลภ กล่าวว่ากรณีการเคลื่อนไหวของผู้ชุมนุมกลุ่มต่างๆ


โดยส่วนตัวแล้วไม่เคยคิดที่จะนำมวลชนมาปะทะกับมวลชน วันนี้การปฏิบัติการต่อกลุ่มม็อบมีทางเดียว คือดึงคนให้ออกมาให้เหลือน้อยที่สุด หลายคนมองว่าตนจะเอามวลชนมาปะทะกัน

แต่วันนี้ จะเอามวลชน ทั้งกทม.และต่างจังหวัด 7 แสนคน มาทำความเข้าใจและให้ยึดติดในพื้นที่ เชื่อว่าถ้าม็อบมีมวลชนจำนวนน้อยไม่ขึ้นถึง 5 หมื่นหรือแสนคนปัญหาจะไม่มี

ต่อข้อถามว่าเป็นห่วงเรื่องจะมีการสร้างเงื่อนไขทางการเมืองหรือไม่ พล.อ.พัลลภ กล่าวว่า วันนี้ใช้ทุกฝ่าย ตำรวจ พลเรือน ทหาร เข้าดูแลพื้นที่อยู่แล้ว ฉะนั้นผู้ที่จะสร้างสถานการณ์ขึ้นมาก็เป็นไปได้ยาก

ส่วนเรื่องการยุบพรรคจะเป็นชนวนหรือไม่นั้น เห็นว่าการยุบพรรคไม่น่าจะเป็นนำมาซึ่งปัญหา เพราะการยุบพรรคว่าไปตามกระบวนการทางยุติธรรม เมื่อศาลตัดสินออกมาทุกฝ่ายก็ต้องเคารพ

ส่วนการเคลื่อนไหวของอดีตนายกฯทักษิณ นั้น มองว่าเป็นเรื่องปกติ เพราะวันนี้คตส.กำลังอยู่ระหว่างการตรวจสอบทรัพย์สินครอบครัวและลูกเมีย จึงเป็นเรื่องปกติที่ต้องดิ้นรน ฉะนั้น ถือว่าเป็นวิธีการหนึ่งที่พ.ต.ท.ทักษิณจะต้องต่อสู้



ขอขอบคุณ : ข้อมูลข่าวที่มีคุณภาพ

จาก หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ

เครดิต :
 

ข่าวดารา ข่าวในกระแส บน Facebook อัพเดตไว เร็วทันใจ คลิกที่นี่!!
กระทู้เด็ดน่าแชร์