ย้ำน้ำบำบัดเชื้อโรคอื้อ ป้าเช็งประชดราดส้วม

"ป้าเช็ง"เจ้าของธุรกิจน้ำมหาบำบัดเข้ารับทราบข้อหาแล้ว โวยลั่นจะเอาน้ำมหาบำบัดไปราดส้วมแทน

ไม่จำหน่ายแล้วยังอ้างสรรพคุณลดโลกร้อน หรือใช้กำจัดหนูได้ ต่อไปจะเน้นทำสูตรปุ๋ยหมัก "กูหมักเอง" ด้านจุรินทร์ชี้ผลการตรวจวิเคราะห์น้ำมหาบำบัดมีค่าความเป็นกรดสูงมาก ไม่พบยาทั้งแผนปัจจุบันและยาสมุนไพรที่มีผลต่อการรักษา แต่พบแบคทีเรียที่เป็นอันตราย ดื่มเข้าไปมากๆจะทำให้ท้องเสียได้ หากนำไปหยอดตาก็อาจตาบอดได้เช่นกัน

เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 27 ม.ค.ที่บก.ปคบ. น.ส.ศรวรรณ ศิริสุนทรินทร์ หรือ "ป้าเช็ง" อายุ 72 ปี เจ้าของธุรกิจน้ำมหาบำบัด รักษาครอบจักรวาล

เดินทางเข้าพบพล.ต.ต.จตุรงค์ ภุมรินทร์ ผบก.ปคบ.เพื่อรับทราบข้อกล่าวหาเพิ่มเติมอีก 4 ข้อหา คือโฆษณาขายยาทางวิทยุโทรทัศน์โดยไม่ได้รับอนุมัติข้อความ เสียง หรือภาพ ที่ใช้ในการโฆษณาจากผู้อนุญาต, โฆษณาขายยาที่แสดงสรรพคุณยาว่าสามารถบำบัด บรรเทา รักษา หรือป้องกันโรค หรืออาการของโรค ที่รัฐมนตรีประกาศห้าม ตาม พ.ร.บ.ยา พ.ศ.2510, ประกอบกิจการและดำเนินการสถานพยาบาลโดยไม่ได้รับอนุญาต ตามพ.ร.บ.สถานพยาบาล พ.ศ.2541 และข้อหาประกอบโรคศิลปะ โดยไม่ขึ้นทะเบียนและรับใบอนุญาต ตามพ.ร.บ.ประกอบโรคศิลปะ พ.ศ. 2542 โดยมี ภญ.วีรวรรณ แตงแก้ว รองเลขาธิ การคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) และ น.พ.ธเรศ กรัษนัยวิวงศ์ ผอ.สำนักพยาบาลและการประกอบโรคศิลปะ มาร่วมการสอบสวนด้วย

น.ส.ศรวรรณเปิดเผยว่า ขณะนี้ตนหยุดขายและหยุดโฆษณาน้ำมหาบำบัดไปแล้ว แต่จะให้หยุดเรื่องสูตรการหมักขยะนั้นคงทำไม่ได้ จะต้องเดินหน้าต่อไป

เพราะเป็นการช่วยรณรงค์ลดโลกร้อน และช่วยให้ชาวบ้านได้นำไปใช้กับการทำเกษตรกรรม กำจัดหนู รวมไปถึงนำไปใช้ราดส้วมได้ ซึ่งในส่วนนี้ไม่เกี่ยวข้องกับการนำมาใช้กับคนแต่อย่างใด ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าต่อไปกระทรวงเกษตรและสหกรณ์จะมาดำเนินคดีกับตนอีกหรือไม่ สำหรับที่มีผู้เสียหายเข้าแจ้งความดำเนินคดีกับตนตามจังหวัดต่างๆ นั้นยินดีที่จะรับผิดชอบ หากเป็นผู้เสียหายจริง ไม่ใช่เป็นการจัดฉากมากลั่นแกล้งกัน ขอยืนยันว่าจะไม่หนีไปไหน การเป็นคดีความครั้งนี้ไม่รู้สึกกังวลใจ และไม่จำเป็นต้องวางแผนการต่อสู้คดีด้วย

น.ส.ศรวรรณกล่าวอีกว่า สำหรับการทำรายการ "ซุปเปอร์เช็ง" ทางสถานีเคเบิลทีวีนั้นก็คงจะทำต่อไป แต่จะไม่มีการโฆษณาเรื่องน้ำมหาบำบัดอีก ไม่ว่าจะเป็นการจำหน่ายหรือแจกฟรี รวมทั้งจะไม่นำเทปรายการเก่าๆ ที่บันทึกไว้มาออกอากาศซ้ำด้วย ที่ไม่ทิ้งก็เพราะตนทำรายการทีวีนี้มานานตั้งแต่ปี 2549 แล้ว

"ต่อไปป้าจะเน้นเรื่องสูตรการทำปุ๋ยหมัก สูตร "กูหมักเอง" รณรงค์ให้ความรู้กับชาวบ้าน ไม่ใช้ปุ๋ยสูตร "มึงจัดมา" แบบนี้ไม่เอา ป้าไม่กังวลในเรื่องคดีความ ถือเป็นเรื่องดีที่ทำให้มีเวลาหันมาดูแลสุขภาพร่างกายตัวเองบ้าง เพราะป้าทำงานตรงนี้มานานกว่า 30 ปีแล้ว เรื่องนี้ขอบอกตรงๆ ว่าป้าไม่รู้สึกเครียด ก็ไม่รู้ว่าจะเครียดไปทำไม ทุกคนคงเห็นแล้วว่าในวันนี้ป้าเดินมาหาตำรวจเอง ไม่ต้องให้ใครช่วย ป้าเดินขึ้นบันไดเร็วกว่าตั้งหลายคนที่เดินตามอีก" ป้าเช็งกล่าวกับสื่ออย่างอารมณ์ดี


ด้านพล.ต.ต.จตุรงค์กล่าวว่า ในเรื่องของคดี เมื่อผู้ถูกกล่าวหามาพบก็ต้องสอบสวน โดยได้ให้พ.ต.อ.พฤทธิพงษ์ ประยูรศิริ ผกก.4 บก.ปคบ.

สอบปากคำเอาไว้ เมื่อสอบสวนเสร็จก็ต้องปล่อยตัวไป เพราะผู้ถูกกล่าวหาเข้าพบพนักงานสอบสวนเอง อีกทั้งยังไม่มีพฤติกรรมที่จะหลบหนีด้วย หลังจากนี้เมื่อมีการสอบปากคำฝ่ายผู้กล่าวหาเสร็จสิ้นแล้วก็จะต้องเรียกตัวป้าเช็งมาสอบสวนเพิ่มเติมในบางประเด็นต่อไป

วันเดียวกัน นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รมว.สาธารณสุข (สธ.) กล่าวถึงความคืบหน้าการตรวจสอบน้ำมหาบำบัดและน้ำเจียระไนเพชรของป้าเช็งว่า

ผลการตรวจวิเคราะห์ทางห้องปฏิบัติการกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ พบว่า น้ำมหาบำบัดมีค่าความเป็นกรดสูงมาก ไม่พบยาทั้งแผนปัจจุบันและยาสมุนไพรที่มีผลต่อการรักษา แต่พบแบคทีเรียที่เป็นอันตราย คือ คลอสทรีเดียม เพอร์ฟรินเจนส์ (Clostridium perfringens) ถ้ารับประทานจะส่งผลให้เกิดอาหารคลื่นไส้ อาเจียน ท้องเสีย คล้ายกับอาหารเป็นพิษภายใน 48 ชั่วโมง หากมีบาด แผลทำให้แผลเน่า ซึ่งแบคทีเรียชนิดดังกล่าวตามเกณฑ์มาตรฐานกรณีเป็นยาสมุนไพรจะต้องไม่มีเชื้อชนิดนี้ปนเปื้อนโดยเด็ดขาด

รมว.สธ.กล่าวอีกว่า ส่วนน้ำเจียระไนเพชร พบว่ามีค่าความเป็นกรดสูงเกินที่จะใช้หยอดตาได้และสูงเกินที่จะอนุญาตตามกฎหมาย

โดยมีค่าพีเอช 3.15 ไม่พบตัวยาที่มีผลต่อการรักษาทั้งยาแผนปัจจุบันและยาสมุนไพร ที่สำคัญพบแบคทีเรีย 2 ชนิด ได้แก่ คลอสทรีเดียม เพอร์ ฟรินเจนส์ และบาซิลลัส พูมิลุส (Bacillus pumilus) ส่งผลให้เกิดอาการคลื่นไส้ อาเจียน ปวดท้องเช่นเดียวกัน นอกจากนี้ พบเชื้อราปนเปื้อน ซึ่งตามเกณฑ์มาตรฐานของยาหยอดตาต้องปลอดเชื้อโรค แบคทีเรีย และเชื้อรา 100% ค่าความเป็นกรด-ด่างที่เหมาะสมต้องมีค่าพีเอช 5.5-7.6 และมีตัวยาที่มีประสิทธิภาพต่อการรักษาและไม่เป็นอันตราย

"หากประชาชนนำยานี้ไปใช้หยอดตาเสมือนกับการนำน้ำกรดหรือน้ำส้มสายชูที่มีเชื้อโรคและเชื้อราไปใช้หยอดตา อาจจะมีผลกระทบต่อกระจกตา ถ้ามีแผลเดิมอยู่ก่อนแล้วอาจติดเชื้อรุนแรงและมีปัญหากับตาระดับรุนแรงจนอาจตาบอดได้ ซึ่ง อย.ได้รับทราบรายงานผลการตรวจสอบแล้วและจะนำส่งให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อใช้ประกอบการดำเนินคดีต่อไป" นายจุรินทร์กล่าว

นายจุรินทร์กล่าวอีกว่า ข้อหาที่ สธ.ได้แจ้งไว้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจเกี่ยวข้องกับพ.ร.บ. 2 ฉบับ คือ 1.พ.ร.บ.ยา พ.ศ.2530

ในฐานการผลิตและจำหน่ายยาโดยไม่ได้รับอนุญาต และโฆษณาโดยไม่ได้รับอนุญาตและโฆษณาเกินจริง และ 2.พ.ร.บ.การประกอบโรคศิลปะ พ.ศ.2542 ฐานประกอบโรคศิลปะโดยไม่ได้รับอนุญาต และจัดตั้งสถานพยาบาลโดยไม่ได้รับอนุญาต และได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่ตำรวจว่า หากมีผู้ร้องเรียนเกิน 10 รายอาจแจ้งข้อหาเพิ่มเติม เช่น ฉ้อโกงประชาชน ซึ่งขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ส่วนกรณีที่มีโทร ศัพท์ข่มขู่เจ้าหน้าที่ของสธ. มั่นใจว่าเจ้าหน้าที่ไม่มีใครกลัว ทุกคนทำตามหน้าที่ ไม่ได้มีการกลั่นแกล้งใคร

"ในการป้องกันไม่ให้ต้องตกไปเป็นเหยื่อของการโฆษณาต้องเสพโฆษณาสินค้าแต่ละชนิดทุกรูปแบบอย่างมีวิจารณญาณและไม่หลงเชื่อจนตกเป็นเหยื่อได้ง่ายๆ ซึ่งกรณีป้าเช็งเป็นตัวอย่างที่ช่วยให้คนไทยตระหนักและระวังในการเข้าไปบริโภคสินค้า สำหรับการป้องกันเพื่อไม่ให้เกิดป้าเช็ง 2 ประชาชนต้องเข้าใจว่าน้ำเหล่านี้ไม่มีสรรพคุณทางยา โดยหลักทางการแพทย์ไม่มีผลในการรักษาแต่จะมีโรคตามมา ส่วนในจังหวัดอื่นที่เริ่มมีการทำน้ำในลักษณะนี้ได้มอบหมายให้นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดทั่วประเทศเฝ้าระวังและชี้แจงประชาชน" นายจุรินทร์กล่าว

ต่อข้อถามจะต้องยึดน้ำหมักที่ยังมีอยู่จำนวนมากจากป้าเช็งเพื่อป้องกันไม่ให้มีการนำมาผลิตซ้ำหรือไม่ น.พ.พิพัฒน์ ยิ่งเสรี เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) กล่าวว่า

ป้าเช็งทำธุรกิจน้ำหมักชีวภาพมานาน ภายในบ้านมีถังสำหรับหมักน้ำชีวภาพ 500-600 ใบ ซึ่งไม่ได้นำมาใช้ในการรักษา แต่ส่วนที่ใช้รักษากองควบคุมยาจะต้องเข้าไปตรวจสอบอีกครั้ง เนื่องจากสูตรในการผสมเป็นคนละชนิดกัน โดยสูตรที่อ้างนำมาใช้ในการรักษาโรคได้ห้ามไม่ให้มีการจำหน่ายและผลิตไปแล้ว

วันเดียวกัน บรรยากาศที่บ้านป้าเช็งที่ซอยบงกช 50 ต.คลองสอง อ.คลองหลวง จ.ปทุม ธานี ยังมีชาวบ้านจากที่ต่างๆ เดินทางมาซื้อน้ำมหาบำบัดอยู่ตลอดทั้งวัน
แม้ว่าป้าเช็งได้ประ กาศหยุดขายแล้วก็ตาม โดยนางนัณชา สิทธิเศรษฐ ชาวบ้านจากกทม. กล่าวว่า เป็นโรคปวดตามตัวมานานไปปรึกษาแพทย์ก็บอกว่าต้องกินยาไปตลอดชีวิต ถ้ากินยาไปตลอดชีวิตโรคอื่นๆ จะตามมาหรือไม่ มีความเชื่อว่ายาของป้าเช็งทำให้ตนเองหายปวดตามเนื้อตัวจริงเพราะตนเองกินมาแล้วเห็นผลจึงต้องมาซื้อยาของป้าเช็ง

นางพร นิลโสภา มาจากนครปฐม กล่าวว่า มีอาชีพทำสวนผักผสม 7 ไร่ มีอาการเป็นเม็ดผื่นคันตามมือและเท้า

ไปหาหมอที่โรงพยาบาลมาหลายครั้งโดยให้ยามาทาก็ไม่หาย จึงขอยาจากเพื่อนบ้านที่ทำสวนผักด้วยกันมาทา เม็ดผื่นคันที่เคยแตกเป็นน้ำเหลืองได้แห้งไป โดยบอกว่าซื้อยามาจากป้าเช็ง จึงให้สามีขับรถพามาซื้อยาขวดละ 150 บาท แต่เสียค่าน้ำมันรถวิ่งมาที่นี่ 600 บาท เคยซื้อยาฝรั่งกินตอนแน่นหน้าอกก็ไม่หาย เชื่อว่ายาป้าเช็งทำให้หายจากโรคผื่นคัน

เครดิต :
เครดิต : เนื้อหาข่าว คุณภาพดี หนังสือพิมพ์ข่าวสด


ข่าวดารา ข่าวในกระแส บน Facebook อัพเดตไว เร็วทันใจ คลิกที่นี่!!
กระทู้เด็ดน่าแชร์