จ้อน-พเยาว์ พูลธรัตน์สิ้นแล้วเส้นเลือดในสมองตีบคร่าชีวิต

จ้อน-พเยาว์ พูลธรัตน์สิ้นแล้วเส้นเลือดในสมองตีบคร่าชีวิต

คม-ชัด-ลึก

"จ้อน" พเยาว์ พูลธรัตน์ วีรบุรุษเหรียญทองแดงคนแรกของประเทศไทย เสียชีวิตแล้วด้วยโรคเส้นเลือดในสมองตีบ ทำให้ประสาทบังคับกล้ามเนื้อไม่ทำงาน รวมป่วยนาน 5 ปี รดน้ำศพเวลา 17.00 น. ศาลา 4 วัดตรีทศเทพ วันนี้

นางอดาวัลย์ พูลธรัตน์ อดีตผู้สมัคร ส.ส.ประจวบคีรีขันธ์ เขต 3 พรรคไทยรักไทย ภรรยาคู่ทุกข์คู่ยาก อยู่ด้วยกันนานถึง 18 ปี กล่าวว่า เมื่อเวลา 16.00 น. วันที่ 13 สิงหาคม ร.ต.อ.พเยาว์ พูลธรัตน์ อายุ 50 ปี สามี ซึ่งเป็นอดีต ส.ส.ประจวบคีรีขันธ์ เขต 3 พรรคประชาธิปัตย์ ที่ป่วยด้วยโรค "โรคเอแอลเอส" หรือเส้นเลือดในสมองตีบ เสียชีวิตลงแล้วอย่างสงบ หลังจากรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาลศิริราชนาน 8 เดือน

นางอดาวัลย์ กล่าวว่า สามีเข้ารับการรักษาตัวด้วยโรคประสาทบังคับกล้ามเนื้อไม่ทำงาน ไม่สามารถเดินและขยับแขนขาได้มาตั้งแต่ปี 2545 โดยมีอาการป่วยหลังจากสามีได้เป็น ส.ส.เพียง 1 ปี จึงพาไปตระเวนรักษาทั้งแพทย์แผนปัจจุบันและแพทย์แผนไทย กระทั่งเสียชีวิต

จ้อน-พเยาว์ พูลธรัตน์สิ้นแล้วเส้นเลือดในสมองตีบคร่าชีวิต

ตั้งสวดพระอภิธรรมวัดตรีทศเทพ

นางอดาวัลย์ กล่าวว่า จะนำศพไปตั้งสวดพระอภิธรรมที่วัดตรีทศเทพ กทม. ในวันจันทร์ที่ 14 สิงหาคม เวลา 17.00 น. จะจัดพิธีอาบน้ำศพที่ศาลา 4 พร้อมกับขอพระราชทานเพลิงศพ เนื่องจากที่ผ่านมา ร.ต.อ.พเยาว์ เป็นผู้สร้างชื่อเสียงให้กับประเทศชาติ ในฐานะนักชกมวยสากลสมัครเล่นเหรียญทองแดงโอลิมปิก

นายประมวล พงศ์ถาวราเดช อดีต ส.ส.ประจวบคีรีขันธ์ เขต 3 พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ที่ผ่านมา ส.ส.ระดับบริหารของพรรคประชาธิปัตย์ ส.ส.ในพื้นที่ และ ส.ส.ของพรรคร่วมรัฐบาล รวมทั้ง พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร รักษาการนายกรัฐมนตรี เป็นห่วงอาการป่วยของ ร.ต.อ.พเยาว์ มาตลอด และยังได้ร่วมกันจัดฟุตบอลระดมทุนในการรักษาที่ต้องใช้จ่ายเป็นจำนวนมาก นายวิรัช ปิยพรไพบูลย์ ประธานหอการค้าจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ กล่าวว่า ร.ต.อ.พเยาว์ ถือเป็นนักสู้ตัวจริงบนเวทีผืนผ้าใบและเวทีการเมือง ที่กล้าต่อสู้กับปัญหาอิทธิพลเถื่อน แม้จะเคยพ่ายแพ้การเลือกตั้ง ส.ส.มา 2 ครั้ง แต่ก็ไม่เคยย่อท้อ

ด้าน นายอลงกรณ์ พลบุตร รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ได้รับทราบข่าวจากนางอดาวัลย์ว่า สาเหตุการเสียชีวิตมาจากอาการกล้ามเนื้อเสื่อมมาตั้งแต่ 6-7 ปีที่แล้ว ซึ่งทางครอบครัวและทางพรรคได้พยายามหาทางรักษา กระทั่งปี 2548 เริ่มมีอาการทรุดหนัก ทั้งนี้ พรรคได้ให้ความช่วยเหลือเรื่องค่ารักษาพยาบาลให้กับครอบครัวประมาณกว่า 1 ล้านบาท

จ้อน-พเยาว์ พูลธรัตน์สิ้นแล้วเส้นเลือดในสมองตีบคร่าชีวิต

เด็กบางสะพานคว้าเหรียญประวัติศาสตร์

สำหรับประวัติชีวิตของ ร.ต.อ.พเยาว์ พูลธรัตน์ นั้นเป็นเด็กหนุ่มจากบางสะพาน สร้างชื่อเสียงให้ประเทศไทยในการแข่งขันกีฬามวยสากลสมัครเล่น รุ่นไลท์ฟลายเวท ได้เหรียญทองแดงกีฬาโอลิมปิกเหรียญแรกของประเทศไทย ที่เมืองมอนทรีออล ประเทศแคนาดา เมื่อปี 2519

ด้วยวัย 19 ปี พร้อมกับประสบการณ์ชกมวยสากลเพียง 2 ปี ร.ต.อ.พเยาว์กลายเป็นขวัญใจคนทั้งประเทศเพียงชั่วข้ามคืน หลังเหรียญรางวัลโอลิมปิก และก้าวเข้าสู่วงการมวยสากลอาชีพที่เขาใฝ่ฝัน จนสามารถครองแชมป์โลกได้สำเร็จในปี 2526 หลังโค่น ราฟาเอล โอโรโน จากนั้นร.ต.อ.พเยาว์ก็ชนะติดต่อกันเรื่อยมา 8 ไฟท์รวด ก่อนจะพ่ายแพ้ให้กับ วาตานาเบ้ นักชกชาวญี่ปุ่น และ ก้องธรณี พยัคฆ์อรุณ นักชกชาวไทย เมื่อถึงปลายทางของเวทีผ้าใบ ร.ต.อ.พเยาว์ตัดสินใจแขวนนวม

จ้อน-พเยาว์ พูลธรัตน์สิ้นแล้วเส้นเลือดในสมองตีบคร่าชีวิต

อำลาผ้าใบสู่เวทีการเมือง

หลังอำลาชีวิตพ่อค้ากำปั้น ร.ต.อ.พเยาว์กลับไปรับราชการเป็นตำรวจ จนติดยศ "ร้อยตำรวจเอก" ก่อนผันตัวเองมาเป็นนักการเมือง โดยได้รับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ในปี 2544 ในนามพรรคประชาธิปัตย์ เวลานั้นชื่อ "ส.ส.จ้อน" กลายเป็นสถานะทางสังคมใหม่ของอดีตนักชกเหรียญทองแดงโอลิมปิก

แต่ดูเหมือนชีวิตของ ร.ต.อ.พเยาว์จะคืนสู่สามัญเร็วเกินไป ในปี 2545 "อดีตนักมวยเหรียญทองแดงโอลิมปิก" ป่วยเป็นโรคเส้นเลือดในสมองตีบ จนร่างกายไม่สามารถขยับเขยื้อนและพูดจาได้ ต้องนั่งอยู่บนรถเข็นมาโดยตลอด เป็นผลให้หมดสภาพการเป็น ส.ส.ประจวบคีรีขันธ์ ไปโดยปริยาย

ต่อสู้บนเวทีพรรคปชป.

ต่อมาการเลือกตั้งในปี 2548 ทางพรรคประชาธิปัตย์ ได้เตรียมให้ ร.ต.อ.พเยาว์ ขึ้นเป็น ส.ส.บัญชีรายชื่อ แต่เนื่องจากมีอาการทรุดหนักไม่สามารถหาเสียงได้

ขณะที่นางอดาวัลย์ต้องการลงสมัคร ส.ส.เขตแทนสามี ขณะที่พรรคประชาธิปัตย์สำรวจพบว่านายประมวล พงษาวราเดช มีคะแนนดีกว่า จึงตัดสินใจจะให้ลงสมัคร ส.ส.เขตแทน

เมื่อ ร.ต.อ.พเยาว์ รู้ข่าวจึงฝากข้อความไปถึงผู้ใหญ่ในพรรคประชาธิปัตย์โดยการใช้ปากคาบปากกว่าเขียนข้อความว่า "ฝากเมียผมด้วย"

แต่ในที่สุดนางอดาวัลย์ เกิดความไม่มั่นใจว่าพรรคประชาธิปัตย์จะจัดให้ ร.ต.อ.พเยาว์ ลงบัญชีรายชื่ออันดับเท่าใด จึงตัดสินใจมาลงสมัคร ส.ส.ประจวบฯ เขต 3 ในนามพรรคไทยรักไทยแทน

นางอดาวัลย์ ได้แถลงข่าวการตัดสินใจลงสมัคร ส.ส.ประจวบฯ เขต 3 ในนามพรรรคไทยรักไทย พร้อมกรรมการบริหารพรรค ด้วยน้ำตานองหน้า สุดท้ายการเลือกตั้ง นางอดาวัลย์ ก็พ่ายแพ้ เนื่องจากกระแสคนใต้ ไม่เอาพรรคไทยรักไทย

แม้ว่าเส้นทางการเมืองของ ร.ต.อ.พเยาว์ ไม่โดดเด่น และเป็นที่รู้จักของคนทั่วไปเหมือนอาชีพนักชก แต่อาชีพนักการเมือง เป็นอาชีพที่ ร.ต.อ.พเยาว์ รักไม่น้อยไปกว่าการชกมวย

จ้อน-พเยาว์ พูลธรัตน์สิ้นแล้วเส้นเลือดในสมองตีบคร่าชีวิต

ต่อสู้กับโรคร้าย"เอแอลเอส"

ร.ต.อ.พเยาว์ สู้กับโรคร้ายด้วยกำลังใจที่ดี แต่ด้วยภาวะของ "โรคเอแอลเอส" ซึ่งไม่มีทางรักษาได้ ทุกวัน ร.ต.อ.พเยาว์และครอบครัวต้องอยู่อย่างลำบาก เนื่องจากหัวหน้าครอบครัวไม่สามารถขยับเขยื้อนและพูดจาได้ ค่าใช้จ่ายในการดูแลรักษา ร.ต.อ.พเยาว์ แต่ละเดือนนั้นร่วมครึ่งแสน ในขณะที่ภาครัฐให้ความช่วยเหลือได้เพียงเดือนละ 5 พันบาท

ปากคาบเขียนวอนภาครัฐช่วย

ที่ผ่านมา ร.ต.อ.พเยาว์เคยเขียนหนังสือเรียกร้องภาครัฐผ่านสื่อเพื่อเข้ามาช่วยเหลือดูแล โดยใช้ปากคาบหลอดกาแฟแล้วจิ้มไปยังพยัญชนะและสระบนแผ่นกระดาษ มีข้อความตอนหนึ่งว่า

"ผมเป็นโรคเอแอลเอสไม่มีทางรักษาได้ ในอังกฤษมีคนเป็นกันมาก บ้านเราคนที่จะเป็นมีเพียงหนึ่งในล้าน ผมโชคไม่ดี อาการของโรคจะมีอาการหายใจติดขัด จะกินอาหารก็ลำบาก มีอาการสำลักตลอดเวลา ทุกวันผมต้องต่อสู้กับโรคที่เป็นอยู่ เดินไม่ได้ แขน-ขาขยับไม่ได้ แต่ความจำและสมองของผมยังดีอยู่ ขอให้รัฐบาลจัดงานวิจัย จัดงบประมาณให้มากกว่านี้ จากการรักษาของผมด้วยสมุนไพร ทำให้ผมรู้ว่าสาเหตุการป่วยมาจากส่วนหนึ่งของเลือดเสีย ซึ่งอาการดังกล่าวเกิดจากการต่อสู้ ซึ่งร่างกายไม่สามารถจะนำเลือดที่เสียส่วนนี้มาฟอกให้ดีได้

หลังรักษาตัวได้ประมาณ 2 ปี ทำให้รู้ว่าเลือดเสีย และไขมันที่ยังคั่งค้างอยู่ที่เป็นกลุ่มก้อนนั้น ได้พิสูจน์ออกมาแล้วว่าเป็นส่วนหนึ่งของไขมันและเลือด มีพยานจำนวนมากที่ได้เห็นได้รู้ มีหมอรักษาแผนโบราณอยู่ที่ ต.ตาขวัญ อ.เมือง จ.ระยอง

ผมขอเรียกร้องว่า ครั้งหนึ่งผมได้เหรียญทองแดงในปี 2519 และได้รับความช่วยเหลือในปี 2545 ผมกำลังจะหมดลมหายใจ ใครจะช่วยเหลือในเรื่องยา ซึ่งตกเดือนละประมาณ 25,000 บาท และค่าอาหารทางด้านโปรตีน และอื่นๆ ก็ตกเดือนละประมาณ 20,000 บาท" ร.ต.อ.พเยาว์ กล่าวในที่สุด

สุดท้ายของวีรบุรุษนักชกคืออนิจจัง

ล่าสุด ร.ต.อ.พเยาว์รักษาตัวอยู่ในห้องไอซียู โรงพยาบาลศิริราช นาน 8 เดือน กระทั่งเสียชีวิตลงในวันที่ 13 สิงหาคม 2549 เวลา 16.00 น. รวมเวลาต่อสู้กับโรคร้ายร่วม 5 ปี

เครดิต :

ข่าวดาราบน Facebook อัพเดตไว เร็วทันใจ คลิกที่นี่!!



รวมเรื่องเด็ด ประเด็นดัง วันนี้