เมื่อวันที่ 16 ธ.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ได้โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊ก
ชื่อ "จดหมายเปิดผนึกจากใจ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ถึงคนไทยทั้งประเทศ" ใจความว่า ขอกราบขอบพระคุณประชาชนจำนวนมากที่แสดงความห่วงใยต่อตนและนายสุเทพ เทือกสุบรรณ ส.ส.สุราษฎร์ธานี พรรคประชาธิปัตย์ เกี่ยวกับความพยายามของกรมสอบสวนคดีพิเศษ ( ดีเอสไอ ) ที่ใช้อำนาจบิดเบือน ยัดเยียดข้อกล่าวหาให้กับตนและนายสุเทพว่าเป็นฆาตกร ขอให้ทุกท่านสบายใจว่าเราทั้งสองไม่หวั่นไหวและจะยืนหยัดต่อสู้เพื่อพิสูจน์ความจริงว่า สิ่งที่รัฐบาลของตนได้ดำเนินการทั้งหมดในช่วงที่มีการชุมนุมที่ผิดกฎหมายและมีกองกำลังติดอาวุธแฝงอยู่นั้น ไม่ได้มีคำสั่งใดเป็นใบอนุญาตให้ฆ่าประชาชน ตรงกันข้าม เราบริหารสถานการณ์ด้วยความอดทนอดกลั้นยึดประโยชน์ชาติเป็นที่ตั้ง และพยายามสุดความสามารถที่จะมิให้เกิดความสูญเสีย
"หากศาลจะตัดสินให้ประหารชีวิตผมและคุณสุเทพจากคดีนี้ เราก็พร้อมที่จะน้อมรับ เพราะเราเป็นนักการเมืองที่มีความรับผิดชอบต่อประชาชน ได้รับการบ่มเพาะจากพรรคประชาธิปัตย์ให้ยอมตายเพื่อรักษาระบบ โดยไม่มีวันยอมทำลายระบบเพื่อรักษาตัวเอง อันเป็นวิสัยของคนเห็นแก่ตัวที่เข้ามาแสวงประโยชน์จากการเมือง ไม่ใช่ของนักการเมืองมืออาชีพที่ต้องเสียสละตัวเองเพื่อพี่น้องประชาชน ความรับผิดชอบทางการเมืองต่อเหตุการณ์ปี 2552 -2553 เป็นหน้าที่ของพวกผม
เราจะไม่มีการปลุกมวลชนเพื่อมาปกป้องตัวเอง แต่จะเป็นแบบอย่างให้คนไทยได้เห็นว่านักการเมืองไม่ได้เลวทั้งหมด
และผมกับคุณสุเทพขอเป็นตัวอย่างในการยกระดับมาตรฐานการเมืองไทยให้เห็นชัดเจนจากกรณีนี้ พี่น้องจึงไม่ต้องเป็นห่วงผมหรือคุณสุเทพ ผมเชื่อว่าหากเราสองคนจะมีอันเป็นไป แต่อุดมการณ์ของพรรคจะได้รับการสานต่อจากคนรุ่นใหม่ เสมือนกับคำที่ว่าตายหนึ่งเกิดแสน และพรรคประชาธิปัตย์จะไม่มีวันตาย เพราะเราไม่เคยทรยศต่อความไว้วางใจของประชาชน" โพสต์ของนายอภิสิทธิ์ระบุ
นายอภิสิทธิ์กล่าวต่อว่า แต่สิ่งสำคัญ ที่ต้องขอความร่วมมือจากประชาชนให้เป็นพลังขับเคลื่อนประเทศนี้ไปข้างหน้าอย่างสันติวิธี
ช่วยกันหยุดความล้มเหลวทางการเมือง ซึ่งลำพัง ตนและพรรคประชาธิปัตย์ไม่สามารถที่จะดำเนินการให้ประสบความสำเร็จได้ การยุติความล้มเหลวทางการเมืองโดยประชาชน เป็นเพียงสิ่งเดียวที่จะช่วยให้ประเทศของเราก้าวข้ามอุปสรรคที่ขวางทางบ้านเมืองมานานหลายปีไม่ให้เดินไปข้างหน้า นั่นคือความต้องการอยู่เหนือกฎหมายของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ซึ่งทุกคนสามารถทำได้ด้วยการร่วมกันล้มประชามติที่นายกรัฐมนตรีผู้เป็นน้องสาวกำลังจะทำเพื่อรื้อรัฐธรรมนูญทั้งฉบับ หวังลบมาตรา 309 เพื่อล้มคดีทั้งหลายของพี่ชายนักโทษ หากประชาชนทำสำเร็จก็จะเป็นประวัติศาสตร์หน้าใหม่ของการเมืองไทย เปรียบเสมือนการปฏิวัติโดยประชาชนตามระบบที่ไม่เสี่ยงต่อการเสียเลือดเนื้อ เพื่อยืนยันว่าประชาชนและกฎหมายยิ่งใหญ่กว่าอำนาจเงินและอำนาจรัฐ
"ผมและพรรคประชาธิปัตย์จะยืนหยัดเคียงข้างพี่น้องประชาชนเพื่อนำบ้านเมืองไปข้างหน้า หลังจากที่เราติดหล่มผลประโยชน์ของคนๆ เดียว จนบ้านเมืองเสียหายมานานหลายปี มาร่วมกันคว่ำประชามติแก้รัฐธรรมนูญเพื่อนักโทษ ก้าวข้าม พ.ต.ท.ทักษิณ นำพาประเทศเดินไปข้างหน้า ผมและพรรคประชาธิปัตย์พร้อมร่วมสุขทุกข์กับพี่น้อง เปลี่ยนวิกฤตให้เป็นโอกาสอย่างราบรื่น ไร้ความรุนแรง เพื่ออนาคตที่มั่นคงของประเทศของเราสืบไป" นายอภิสิทธิ์ กล่าว