กมธ.ปกครอง วุฒิสภา ชี้ ไม่ควรเผาทำลายลำไย แต่ควรนำมาทำเป็นปุ๋ยมากกว่า เชื่อ หวังทำลายหลักฐานบางอย่าง แนะรัฐบาลพิจารณาใหม่ ...
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (27 มิ.ย.) ดร.นิลวรรณ เพชระบูรณิน สว.สรรหา ประธานคณะอนุกรรมาธิการการส่งเสริมท้องถิ่นด้วยองค์ความรู้ สู่ชุมชน คณะกรรมาธิการปกครอง วุฒิสภา ได้เดินทางไปตรวจสอบลำไยตามโกดังของ จ.ลำพูน และ เชียงใหม่ ที่ทางรัฐบาลรับจำนำไว้เป็นลำไยอบแห้งเมื่อปี 2546-2547 ที่เหลืออยู่ตามโกดังต่างๆ จำนวน 46,000 ตัน โดยลำไยทั้งหมดเริ่มมีเชื้อรา ทางรัฐบาลจึงได้อนุมัติวงเงิน 90 ล้านบาท เพื่อเผาทำลายทั้งหมด ทางคณะกรรมธิการฯ เห็นว่าเป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้องหาจะมีวิธีที่ดีกว่าดี จึงได้เดินทางเข้ามาตรวจสอบทั้งที่ จ.ลำพูน และเชียงใหม่ โดยเข้าพบปะเครือข่ายผู้ปลูกลำไย ทั้งลำพูนและเชียงใหม่ เพื่อรับทราบปัญหาที่เกิดขึ้นอย่างแท้จริงของลำไย เพื่อหาต้นตอของวงจรอุบาทว์เส้นทางลำไยที่เป็นสาเหตุให้รัฐเสียผลประโยนชน์มหาศาลในแต่ละปีในการนำเงินออกมารับจำนำ และประกันราคาลำไยทั้งสดและอบแห้ง พร้อมทั้งแนะวิธีที่จะทำลายลำใยอย่างถูกต้อง
ดร.นิลวรรณ กล่าวว่า ตนอยากจะเสนอแนะที่ ครม. อนุมัติเงินจำนวน 90 ล้านบาท เพื่อทำลายลำไยโดยการเผาลำไย 46,000 ตัน เป็นเรื่องที่ถูก แต่ไม่ถูกต้องที่สุด เนื่องจาก ลำไยถือว่าเป็นขยะชีวภาพต้องนำไปทำปุ๋ยชีวภาพเท่านั้น สิ่งนี้อยู่ในกฎหมายของกรมทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ที่ระบุไว้อย่างชัดเจน ดังนั้นเมื่อมีการนำไปเผาหรือทำเชื้อเพลิงอัดแท่งนั้น ค่าความร้อนต่ำมากไม่มีใครซื้อ เพราะฉะนั้นสิ่งที่จะทำลายที่เป็นไปตามหลักวิชาการคือต้องทำปุ๋ยชีวภาพ ตนเสนอแนะว่าหากนำไปทำปุ๋ยชีวภาพ จะป้องกันการไปไม่ถึงปุ๋ยได้อย่างไร คือการลอบนำไปขายท้องตลาด และนำเข้าไปผสมลำไยล็อตใหม่ทำให้คุณภาพเสีย ทำให้เสียชื่อเสียงมาแล้ว ส่วนเรื่องการที่จะนำไปทำปุ๋ยต้องทำหลังจากเดือน ก.ย. อาจมีการสอดแทรกกับของใหม่ได้
ผู้สื่อข่าวถามถึงการที่เกิดวงจรอุบาทว์ของลำไยจะแก้ไขอย่างไร ดร.นิลวรรณ กล่าวว่า ตนมาจากภาคเอกชนและอนุกรรมาธิการที่มาช่วยงานนี้ มองเห็นว่าน่าจะปล่อยให้เป็นไปตามกลไกที่ไม่เข้าไปสู่วงจรของการจำนองจำนำ ที่เปิดโอกาสให้มีการคอรับชั่น ซึ่งที่ผ่านมาในปีหลังๆก็ไม่มีปัญหาจะมีปัญหาเมื่อปี 46-47 ซึ่งมีการรับจำนำไว้และมีการเก็ยไม่ถูกต้องเมื่อมีคนมาซื้อเขาก็ไม่ซื้อเพราะคุณภาพลำไยไม่ได้ตามที่ตกลง ดังนั้นหากภาครัฐไม่รู้กลไกลของตลาด ตนอยากให้เกษตรกรยืนอยู่บนขาของตัวเองคิดนวกรรมเองจัดการกันเองเป็นกลุ่ม ซึ่งกลุ่มลำไยน่าจะมีการจับกลุ่มกันได้ เพื่อดำเนินการในเรื่องนี้ ตนมาดูในวันนี้ตนมาในฐานะให้องค์ความรู้ เมื่อทางรัฐบาลอนุมิติเงินมาให้เผาลำไยทิ้งอ้างว่ามีเชื้อราเยอะ แต่ตนคิดว่าการเผาน่าจะทำลายหลักฐานอะไรบางอย่างเท่านั้น เพราะในขณะนี้ลำไยอาจจะมีไม่ถึง 46,000 ตันจริง จึงอาจจะมีการบิดเบือนว่ามันมีเชื้อรา แต่ในทางวิทยาศาสตร์แล้วการมีเชื้อรานำมาทำปุ๋ยหมัก จะได้ผลดีไม่เกิดอันตรายกับพืชและสัตว์ เพราะฉะนั้นเหตุผลที่จะนำมาเผาหรือทำแท่งเชื้อเพลิงเป็นเหตุผลที่เบี่ยงเบนทำลายหลักฐานมากกว่า แต่ทางกรรมาธิการของตนที่มาในครั้งนี้เพราะจะแนะว่าไม่ควรเผาลำไย ควรจะนำไปทำปุ๋ยดีกว่า
ส.ว.เชื่อเผาลำไยหวังทำลายหลักฐาน
เครดิต : ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดยหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

ข่าวดารา ข่าวในกระแส บน Facebook อัพเดตไว เร็วทันใจ คลิกที่นี่!!


กระทู้ร้อนแรงที่สุดของวันนี้
























กระทู้ล่าสุด


รูปเด่นน่าดูที่สุดของวันนี้
















































Love illusion ความรักลวงตา เพลงที่เข้ากับสังคมonline
Love illusion Version 2คนฟังเยอะ จนต้องมี Version2กันทีเดียว
Smiling to your birthday เพลงเพราะๆ ไว้ส่งอวยพรวันเกิด หรือร้องแทน happybirthday