ทรท.มั่นใจแจงคนเชื่อ-สุดารัตน์กรี๊ดริงโทน"ท้าก..ษิณ ออกไป"
โดย ผู้จัดการออนไลน์ 2 มีนาคม 2549 18:05 น.
ทรท. เผย แม้วขึ้นเวที3ทุ่ม เชื่อมั่นเต็มที่ปราศรัยวันที่ 3มี.ค. คนส่วนใหญ่เข้าใจ ระบุพวกไม่เห็นด้วยอย่าพยายามสร้างความวุ่นวาย-ก่อกวน ส่วน หมอมิ้ง ยัน ปฏิรูปการเมืองรอบสองหลังเลือกตั้ง พร้อมยังรอ 3 พรรคฝ่ายค้านเปลี่ยนใจส่งผู้สมัครรับเลือกตั้ง ด้าน เจ๊หน่อย กรี๊ดลั่นเจอสื่อใช้ริงโทน"ท้าก...ษิณ ออกไป" ฉุนไม่ถูกหูไล่เปลี่ยนเพลงให้ใหม่
วันนี้(2 มี.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 15.00 น.ที่พรรคไทยรักไทย ถ.เพชรบุรีตัดใหม่ อดีตพนักงานรสพ.ประมาณ 50 คน ได้เดินทางมามอบช่อดอกไม้แก่นายกรัฐมนตรี โดยนพ.พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี เป็นผู้ออกมารับช่อดอกไม้แทน พร้อมกันนี้กลุ่มดังกล่าวยังได้เรียกร้องให้รัฐบาลช่วยแก้ปัญหา เนื่องจาก รสพ.ถูกยุบตามมติครม.และขณะนี้ผ่านไปแล้ว 8 เดือนยังไม่ได้รับเงินชดเชยแต่อย่างใด ดังนั้นจึง อยากให้นายกรัฐมนตรีมาเป็นนายกฯอีกครั้งเพื่อจะได้แก้ปัญหา
นพ.พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช รองเลขาธิการพรรคไทยรักไทย กล่าวถึงการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ว่า พรรคได้ประชุมกันแล้วและมีจุดยืนที่ชัดเจน โดยเห็นพ้องกับพรรคอื่น ๆ ว่าสมควรต้องมีการปฏิรูปการเมือง ซึ่งถือเป็นภารกิจหนึ่งว่า หลังจากการเลือกตั้งแล้วจะต้องมีการปฏิรูปการเมืองและแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยต้องระดมความเห็นให้กว้างขวางและให้เสร็จโดยเร็ว ส่วนรายละเอียดนั้น พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีจะพูดผ่านเวทีปราศรัยใหญ่ในวันที่ 3 มี.ค. นี้
ส่วนกระแสข่าวว่าหากพรรคไทยรักไทยได้เป็นรัฐบาลจะแก้ไขรัฐธรรมนูญภายใน 180 วันแล้วยุบสภานั้น นพ.พรหมินทร์ กล่าวว่า ข่าวยังค่อนข้างสับสน เพราะเรื่อง 180 วันในกระบวนการแล้วยังมีหลายขั้นตอน แต่ในเมื่อบ้านเมืองอยู่ในภาวะแตกแยกแบบนี้ถ้ากติกามีปัญหาก็ต้องแก้กติกาให้เร็วที่สุด ซึ่งหลังจากการเลือกตั้งก็ต้องให้คนกลางมาแก้ไขรัฐธรรมนูญให้เร็วและรอบคอบ สำหรับอายุของรัฐบาลหลังการเลือกตั้งนั้น รองเลขาธิการนายกฯ กล่าวว่า รายละเอียดดังกล่าวขอให้ฟังในวันที่ 3 มี.ค. ซึ่งโดยหลักใหญ่แล้วคือการแก้ไขรัฐธรรมนูญ และระหว่างนี้รัฐบาลต้องมีภารกิจดูแลประเทศและพอรัฐธรรมนูญเสร็จแล้วก็ว่าตามนั้น
นพ.พรหมินทร์ ยังกล่าวถึงการปราศรัยในวันที่ 3 มี.ค.ว่า พรรคไทยรักไทยไม่มีเจตนาระดมคนเพื่อเคลื่อนไหว แต่เป็นเรื่องที่นายกฯไม่มีโอกาสชี้แจง ที่สำคัญเราไม่ได้เคลื่อนไหวแต่เชิญประชาชนมาร่วมรับฟังข้อเท็จจริง และพรรคจะแถลงจุดยืนเรื่องการปฏิรูปการเมืองของพรรค ที่สำคัญเราจะดำเนินการให้อยู่ในความสงบซึ่งต่างกันเพราะเราไม่ไปปลุกเร้าขับไล่หรือต่อสู้กับใคร แต่ให้กลับเข้ามาหากรอบกติกาโดยชุมนุมอย่างสงบ ไม่มีค้างคืนและประชาชนที่เข้ามาก็เป็นกำลังใจมารับฟังข้อเท็จจริง ซึ่งถือเป็นการเริ่มต้นในระบบการหาเสียงตามรัฐธรรมนูญ
วันนี้มีความพยายามหนีออกจากกรอบกติกาอยู่เรื่อย ๆ เพราะหากไร้กติกาก็ไม่รู้ว่าจุดยืนจะอยู่อย่างไร วันนี้เรากำลังสู้ระหว่างความคิดในกรอบและความคิดนอกกรอบ ซึ่งกรอบใหญ่ของบ้านเมืองคือรัฐธรรมนูญ เพราะประชาชนหมู่มากมีความแตกต่างหลากหลายทางความคิด นพ.พรหมินทร์ กล่าว
ส่วน นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ เลขาธิการพรรคไทยรักไทย กล่าวถึงการเปลี่ยนสโลแกนหาเสียงเพื่อรณรงค์การเลือกตั้ง ว่า พรรคมองแล้วว่าสโลแกนใหม่สามารถสื่อสารกับประชาชนได้อย่างดีในสิ่งที่พรรคจะดำเนินการ โดยเรื่องการแก้รัฐธรรมนูญนั้น นายกฯจะเป็นคนชี้แจงให้เกิดความชัดเจน อย่างไรก็ตามถึงวันนี้เรายังอยากเรียกร้องให้ฝ่ายค้านมาลงเลือกตั้ง มาเจรจากันเพื่อนำไปสู่การเลือกตั้ง ซึ่งนายกฯได้พูดผ่านสาธารณชนไปหลายครั้งแล้ว ก็ยังหวังว่าฝ่ายค้านจะมาลงสมัครรับเลือกตั้ง
ผู้สื่อข่าวถามว่า การจัดปราศรัยของนายกฯในวันที่ 3 มี.ค. เกรงว่าจะมีเหตุการณ์ม็อบชนม็อบหรือไม่ นายสุริยะ กล่าวว่า เราพยายามป้องกันจุดนี้ ไม่อยากให้มีการปะทะเกิดขึ้น โดยเราจะพูดเชิงสร้างสรรค์ ไม่รุนแรง นายกฯจะชี้แจงข้อกล่าวหา ทำความเข้าใจกับประชาชน ส่วนหลังการเลือกตั้งวันที่ 2 เม.ย.เสร็จสิ้นแล้วปรากฏว่าพรรคไทยรักไทยได้เป็นรัฐบาลมาแก้ไขรัฐธรรมนูญ จะอยู่เป็นรัฐบาลต่ออีกนานเท่าไหร่ นายสุริยะ กล่าวว่า นายกฯจะเป็นผู้ชี้แจงในประเด็นนี้
รายงานข่าวจากแกนนำพรรคไทยรักไทยเปิดเผยว่า การปราศรัยของพ.ต.ท.ทักษิณ ในวันพรุ่งนี้(2 มี.ค.)จะเน้นชี้แจงข้อกล่าวหาที่ถูกพาดพิงในหลายเรื่อง ส่วนนโยบายการหาเสียงของพรรคนั้น จะเป็นการตอกย้ำนโยบาย 4 ปี สร้าง และเน้นการปฏิรูปการเมืองและแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยรัฐบาลชุดนี้จะเป็นรัฐบาลเฉพาะกิจ อยู่ประมาณ 6 เดือน เพื่อจัดงานเฉลิมฉลองการครองราชย์สมบัติ 60 ปี ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ และแก้ไขรัฐธรรมนูญ จากนั้นจะทำการยุบสภาให้มีการเลือกตั้งใหม่ทันที โดยระหว่างที่เป็นรัฐบาลอยู่นั้นจะไม่ทำการออกกฎหมายที่ไม่จำเป็น เพราะจะทำให้ถูกโจมตีได้ง่ายเนื่องจากไม่มีฝ่ายค้าน และพ.ต.ท.ทักษิณ จะให้ส.ส.ตั้งกระทู้สดสอบถามการบริหารงานของรัฐมนตรีแต่ละกระทรวง โดยบางกระทู้นายกฯจะเดินทางไปตอบด้วยตัวเอง เพื่อเป็นการทำให้เห็นว่ารัฐบาลให้ความสำคัญกับการตรวจสอบและฝ่ายนิติบัญญัติ ถึงแม้จะไม่มีฝ่ายค้านก็ตาม
อย่างไรก็ตามในส่วนที่รัฐบาลอ้างว่าจะขออยู่เพื่อจัดงานเฉลิมฉลองการครองราชย์สมบัติ 60 ปี ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ นั้น ทางแกนนำได้บอกกับพ.ต.ท.ทักษิณว่าเรื่องดังกล่าวเป็นเรื่องอ่อนไหว จึงเสนอแนะนายกฯให้พูดเรื่องนี้ให้น้อยที่สุด และไม่ควรพูดบนเวทีปราศรัย
สำหรับการจัดงานวันที่ 3 มี.ค.นั้น พ.ต.ท.ทักษิณจะเปิดปราศรัยที่ท้องสนามหลวงในวันที่ 3 มี.ค.ในเวลาประมาณ 19.30 น. ซึ่งจะมีการถ่ายทอดผ่านวีดีโอคอนเฟอเรนซ์ไปยังจังหวัดใหญ่ๆทั่วประเทศ เพื่อป้องกันไม่ให้ประชาชนและผู้สนับสนุนพรรค เดินทางเข้ามากทม.มากเกินไป เพราะเกรงข้อครหาว่าขนม็อบมาชนม็อบ ส่วนกำหนดการปราศรัยในจังหวัดอื่นๆของพ.ต.ท.ทักษิณนั้น ล่าสุดมีดังนี้ วันที่ 4 มี.ค. เดินสายหาเสียงและปราศรัยใหญ่ที่ จ.เชียงใหม่ และวันที่ 5 มี.ค.จะหาเสียงและปราศรัยที่ จ.ขอนแก่น
ด้าน คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ รองหัวหน้าพรรคไทยรักไทย กล่าวถึงการขึ้นเวทีของพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ในวันที่ 3 มีนาคมนี้ว่า ไม่ใช่การปราศรัย เป็นแค่เวทีเปิดใจหลังจาก 2-3 เดือนที่ผ่านมาโดนโจมตีฝ่ายเดียวโดยไม่มีโอกาสชี้แจง ก่อนหน้านี้ก็พยายามจะเปิดสภาเพื่อให้ซักฟอก แต่ฝ่ายค้านก็ไม่ยอมรับ ทางพรรคจึงจัดเวทีนี้ขึ้น ตามเจตนารมณ์ของนายกฯที่ต้องการให้บ้านเมืองสงบสุข ส่วนการเตรียมตัวนั้น ไม่มีอะไรเป็นพิเศษ เพียงแต่คิดว่า อาจมีคนมาเป็นจำนวนมาก จึงต้องเพิ่มเครื่องขยายเสียงให้ดังขึ้นเพราะเกรงคนข้างหลังจะไม่ได้ยิน ซึ่งเวทีนี้พยายามหลีกเลี่ยงความรุนแรง มิฉะนั้น เราจัดม็อบชนม็อบมาตั้งนานแล้ว จึงต้องจัดกันคนละวันกับกลุ่มผู้ต่อต้านรัฐบาล ดังนั้น ในวันดังกล่าวถ้าไม่มีคนที่ไม่หวังดีเข้ามาก่อเรื่อง ก็คงไม่เกิดปัญหา แต่ขอร้องให้โอกาสนายกฯได้พูดบ้าง อย่าเพิ่งมาก่อกวนกันและคิดว่าเวทีปราศรัยครั้งนี้ จะไม่มีการถ่ายทอดสด
ผู้สื่อข่าวถามว่า หลังการเปิดใจของนายกฯครั้งนี้จะทำให้สถานการณ์ดีขึ้นหรือไม่ คุณหญิงสุดารัตน์ กล่าวว่า ถ้าคนที่ไม่ถูกใจ จ้องแต่จะหาเรื่องพูดไปเท่าไหร่ ก็คงไม่ถูกใจอยู่ดี ทั้งที่เราถอยไปหลายก้าวแล้ว แต่เราก็จะเอาคนส่วนใหญ่ซึ่งคิดว่าเขาคงจะเข้าใจ ในส่วนของต่างจังหวัดนั้น พรรคได้ย้ำว่าอย่าเดินทางเข้ามาเพราะเกรงว่าคนจะเยอะเกินไปจึงสั่งให้ว่าที่ผู้สมัคร จัดเวทีปราศรัยในพื้นที่ตนเอง สำหรับนโยบายหาเสียงของพรรคนั้น ขณะนี้พรรคพร้อมแล้ว เพียงต้องรอให้นายกฯได้ปราศรัยครั้งนี้เสร็จก่อน คาดว่าจะเปิดนโยบายได้ในสัปดาห์หน้า
นอกจากนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในระหว่างที่คุณหญิงสุดารัตน์ให้สัมภาษณ์อยู่นั้น ปรากฏว่า มีเสียงโทรศัพท์ของผู้สื่อข่าวดังขึ้น เป็นเสียงริงโทนว่า "ท้าก...ษิณ ออกไป" ทำให้คุณหญิงสุดารัตน์ หันมองด้วยความไม่พอใจ โดยหลังจากให้สัมภาษณ์เสร็จแล้วได้เดินเข้ามาบอกผู้สื่อข่าวด้วยนำเสียงเหน็บแนมเล็กน้อยว่า เมื่อกี้เสียงโทรศัพท์ใคร มีเพลงเยอะ เดี๋ยวจะเปลี่ยนให้ใหม่