ทางด้านความเคลื่อนไหวของพรรคฝ่ายค้าน วันที่ 7 ก.พ. ที่รัฐสภา นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า
สิ่งที่รัฐมนตรีทุกคนต้องทำคือการสร้างความเชื่อมั่นโดยเฉพาะรัฐมนตรีที่ถูกตั้งข้อสังเกตต้องทำใน 2 เรื่องหลักคือ กำหนดทิศทางการบริหารให้ชัดว่าจะเข้ามาทำอะไรและพิสูจน์ผลงานเพื่อประโยชน์ ส่วนรวมว่าไม่ได้เป็นตัวแทนของใคร กลุ่มใด เมื่อถามว่า เกิดข่าวขัดแย้งของทีมเศรษฐกิจตั้งแต่ยังไม่เริ่มทำงาน นายอภิสิทธิ์ตอบว่า ผู้เกี่ยวข้องได้ออกมาปฏิเสธแล้วแต่อยากแนะนำว่า หากเรื่องใดที่ยังไม่ได้ตกลงเป็นนโยบายของรัฐบาล ขอให้หลีกเลี่ยงการแสดงความเห็นไปคนละทิศละทาง เพราะทำให้เกิดความสับสน ส่วนตัวเห็นว่าการเรียกประชุม ครม.นัดเศษในวันที่ 8 ก.พ.ของนายกฯ เป็นการดีที่จะกำหนดทิศทางโดยรวมเพื่อแถลงนโยบายและเดินหน้าตามกรอบของนโยบายต่อไป
นายอภิสิทธิ์กล่าวต่อว่า การแยกหัวหน้าทีมเศรษฐกิจด้านการค้ากับการคลังจากกันก็ไม่เป็นปัญหา เรื่องวิธีการทำงานสุดแล้วแต่หัวหน้าทีมเป็นผู้กำหนด
แต่หัวหน้าทีมต้องมีภาวะความเป็นผู้นำ ช่วงนี้อย่าต่างคนต่างพูด เพราะทุกคนต้องการเห็นความเชื่อมั่น ให้ เศรษฐกิจเดินไปข้างหน้า การที่รัฐบาลวางกรอบว่าภายใน 6 เดือนจะเรียกความเชื่อมั่นคืนมาได้นั้น ต้องเร็วกว่านั้น จะใช้เวลาถึง 6 เดือนไม่ได้ เป็นการตั้งเป้าหมายเพื่อปรับทิศทางเศรษฐกิจให้ดีขึ้น ถือเป็นกรอบเวลาที่สมเหตุสมผล พรรคจะเปิดตัว ครม.เงาในวันที่ 8 ก.พ. โดยจะเรียกประชุมครั้งแรกต้นสัปดาห์หน้า ยอมรับว่า ครม.เงาทำงานลำบาก เพราะไม่มีทั้งงบประมาณและไม่มีข้าราชการสนับสนุน แต่ถือเป็นการท้าทายความสามารถของบุคคล และยังทำให้ฝ่ายค้านทำงานเป็นระบบ ครอบคลุม เข้มแข็ง สร้างสรรค์ และต้องมีความรับผิดชอบ การพูดหรือวิจารณ์อะไรจะผูกมัดตัวเองมากขึ้น และหวังไกลไปว่าวันข้างหน้าจะเป็นกลไกที่มีประโยชน์ จนกลายเป็นประเพณีไม่ว่าใครมาเป็นรัฐบาล ฝ่ายค้านจะได้ทำอย่างนี้
นายอภิสิทธิ์กล่าวถึงกรณีที่นักวิชาการวิเคราะห์ว่า รัฐบาลชุดนี้จะอยู่ได้ไม่เกิน 1 ปีว่า ถ้ารัฐบาลทำงานดี ไม่สร้างปัญหาจนบ้านเมืองเสียหาย ไม่ทุจริต การมีเสียงข้างมากในสภาฯ จะทำให้รัฐบาลมีเสถียรภาพ
แต่หากทุจริตก็ต้องเริ่มนับถอยหลัง ดังนั้น ภูมิคุ้มกันรัฐบาลที่ดีที่สุดคือการทำงานเพื่อส่วนรวมด้วยความซื่อสัตย์ น้อมนำกระแสพระราชดำรัส ในการเข้าเฝ้าฯ ถวายสัตย์ปฏิญาณตน จะเป็นตัวช่วยให้รัฐบาลทำงานได้ เมื่อถามว่า นายสมัครเสนอเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญและการนิรโทษกรรมอดีตกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทย นายอภิสิทธิ์ ตอบว่า เรื่องรัฐธรรมนูญกับเรื่องนิรโทษกรรมเป็นคนละเรื่องกัน การแก้รัฐธรรมนูญที่มีปัญหาในบางบทบัญญัติ ต้องช่วยกันโดยไม่ต้องกังวลว่า แก้ไขเสร็จแล้วต้องมีการเลือกตั้ง เพราะไม่ได้มีประเด็นตรงนั้น ไม่เข้าใจว่านายสมัครจะตื่นตระหนกในเรื่องนี้ทำไม ส่วนเรื่องการนิรโทษกรรมไม่ใช่เรื่องเร่งด่วนและไม่ใช่ปัญหาของคนส่วนใหญ่ของประเทศ ควรเอาเวลาไปแก้ไขปัญหาคนส่วนใหญ่ของประเทศก่อน
นายอภิสิทธิ์ยังกล่าวถึงกรณีที่จะทำหนังสือถึงกรมประชาสัมพันธ์ เพื่อขอให้มีรายการฝ่ายค้านพบประชาชนว่า
ต้องรอให้รัฐบาลแถลงนโยบายและทุกอย่างเป็นไปตามระบบเรียบร้อยก่อน อยากเห็นฝ่ายค้านมีพื้นที่ในการแสดงความเห็น จะเป็นประโยชน์กับบ้านเมือง และจะเป็นการลดแรงกดดันความขัดแย้ง ถ้าให้พื้นที่ทุกฝ่ายแสดงออกได้ ซึ่งคงจะหาเวลาที่เหมาะสมและเรียนให้นายกฯ ได้ทราบ แต่ตอนนี้ต้องเปิดโอกาสให้ นายกฯ เร่งทำนโยบายและแถลงนโยบายอย่างเต็มที่ ส่วนเรื่องอื่นอย่าเพิ่งไปหยิบยกเป็นประเด็นขึ้นมา



กระทู้ร้อนแรงที่สุดของวันนี้
























กระทู้ล่าสุด


รูปเด่นน่าดูที่สุดของวันนี้

















































Love illusion ความรักลวงตา เพลงที่เข้ากับสังคมonline
Love illusion Version 2คนฟังเยอะ จนต้องมี Version2กันทีเดียว
Smiling to your birthday เพลงเพราะๆ ไว้ส่งอวยพรวันเกิด หรือร้องแทน happybirthday