คมชัดลึก : ไทยเป็นเจ้าภาพประชุมโลกร้อนนัดแรก ก่อนส่งไม้ต่อเวทีใหญ่ที่แอฟิกาใต้ ปลายปีนี้ ย้ำต้องจับจุดแข็งภาคเกษตร ดินรับการปรับตัว ส่วนเอ็นจีโอ เรียกร้องให้อาเซียนแสดงความเป็นผู้นำในเวทีเจรจาเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพ ภูมิอากาศ ยกภัยพิบัติในไทย อินโดนีเซีย ฟิลลิปินส์ ผลพวงจากโลกร้อน เลขาธิการสผ.กล่าวว่า สำหรับไทยยังเน้นจุดยืนเดิมคือการสนับสนุนพิธีสารเกียวโต ให้ประเทศพัฒนาแล้วต้องรับผิดชอบในการลดก๊าซเรือนกระจก ขณะเดียวกันไทยยังพร้อมลดก๊าซภายในประเทศเองแบบไม่มีเงื่อนไข และอยู่ภายใต้ความเหมาะสมของประเทศตัวเอง พร้อมจะเปิดรับการช่วยเหลือทางด้านการเงินและเทคโนโลยีสำหรับการปรับตัว ซึ่งล่าสุดสผ.ได้ส่งราย งานแห่งชาติฉบับที่ 2 ให้กับสำนักงานอนุสัญญาฯไปแล้ว โดยพบว่าจากการคาดการณ์การปล่อยก๊าซเรือนกระจกในช่วง 10 ปีที่เดิมเคยประเมินว่าจะมีสัดส่วนแบบก้าวกระโดดนั้นไม่ได้เกิดขึ้นจริง โดยตัวเลขการปล่อยก๊าซขณะที่อยู่ 229 ล้านตันคาร์บอนไดออกไซด์ต่อปี หรือ 0.1% ของอัตราการปล่อยของโลกเท่านั้น
(4เม.ย.) นางนิศากร โฆษิตรัตน์ เลขาธิการสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า ระหว่างวันที่ 3-8 เม.ย.นี้ ทส.เป็นเจ้าภาพร่วม กับสำนักงานเลขาธิการกรอบอนุสัญญาหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ จัดประชุมโลก United Nations Climate Change Conference , Bangkok , 2011 ซึ่งถือเป็นการประชุมแรกต่อจากเวทีโลกร้อนครั้งที่ 16 ที่เมืองแคนคูน เม็กซิโก เมื่อปลายปี 2553 โดยมีผู้แทนจากทั่วโลกกว่า 2 , 000 คน ภายใต้คณะทำงาน 2 ชุดว่าด้วยการความร่วมมือระยะยาวของอนุสัญญาฯ และคณะทำงานภายใต้พิธีสารเกียวโต เข้าร่วมประชุมเพื่อเตรียมความพร้อมในการกำหนดข้อเจรจา และท่าทีเบื้องต้นของประเทศภาคีสมาชิก ก่อนจะสรุปในเวทีโลกร้อนครั้งที่ 17 ที่เมืองเดอบัน ประเทศแอฟริกาใต้ในปลายปีนี้
“สำหรับการเตรียมความพร้อมภายในประเทศ ก่อนพิธีสารเกียวโตฉบับแรกจะสิ้นสุดลงในปี 2555 คาดว่าภาคพลังงานจะเป็นกลุ่มแรกๆที่ต้องลดก๊าซเรือนกระจก เพราะขณะนี้ 70% ของการปลดปล่อยมาจากส่วนนี้ ขณะที่ภาคเกษตร จะเป็นจุดแข็งที่รัฐจะเร่งให้เกษตรกรมีการปรับตัวรองรับกับการเปลี่ยนแปลงอย่างเป็นระบบ พร้อมกันนี้ สผ.กำลังทบทวนแผนแม่บทโลกร้อน ตามข้อเสนอของภาคประชาชนที่ต้องการให้มีแผนปฏิบัติการเป็นรายจังหวัดด้วย ทั้งนี้หลังการจัดเวที 4 ภูมิภาคแล้วจึงจะสรุปเสนอต่อคณะกรรมการนโยบายการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศแห่งชาติ ต่อไป” นางนิศากร ระบุ
วันเดียวกันที่หน้าองค์การสหประชาชาติ นักกิจกรรมรณรงค์ด้านสภาพภูมิอากาศจากกรีนพีช อ็อกแฟรม และกองทุนสัตว์ป่าโลก สวมชุดกันหนาว ชุดกันฝน และชุดชายหาดเพื่อแสดงถึงความโกลาหลของสภาพภูมิอากาศที่กำลังสร้างผลกระทบอันรุนแรงไปทั่วทั้งภูมิภาคในขณะนี้ และได้พบกับนางคริสเตียน่า ฟิกูเอเรส เลขาธิการบริหารของกรอบอนุสัญญาสหประชา ชาติว่าด้วยการเปลี่ยน แปลงสภาพภูมิอากาศ เพื่อเรียกร้องให้เกิดข้อตกลงด้านสภาพภูมิอากาศที่มุ่งมั่นจากรัฐบาลต่าง ๆ ทั่วโลก ในนามของประชาชนในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่มีความล่อ แหลมมากที่สุดและมีการรับมือน้อยที่สุดจากผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
“เราต้องการส่งสาส์นถึงผู้นำประเทศ โดยเฉพาะผู้แทนจากประเทศในกลุ่มอาเซียน ว่าข้อตกลงที่เป็นธรรม มุ่งมั่นและมีผบังคับใช้ทางกฎหมาย เป็นสิ่งจำเป็นต่อความอยู่รอดของประชากรในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยต้องการเห็นอาเซียนควรมีจุดยืนร่วมที่เข้มแข็งและเป็นหนึ่งเดียวเพื่อยกระดับการตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศให้เร่งรัดและจริงจังมากขึ้น ” เซลดา โซริยาโน ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย กรีนพีซ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้กล่าว
ด้าน ชาลิมาร์ ไวทัน ผู้ประสานงานด้านนโยบายและงานรณรงค์เอเชียตะวันออก จากอ็อกซ์แฟม กล่าวว่า ช่วง 2-3 สัปดาห์ที่ผ่านมา อากาศในฤดูร้อนของ ไทยกลับมีอุณหภูมิต่ำกว่า 20 องศาเซลเซียส นอกจากนี้ อุทกภัยและดินถล่มในภาคใต้ ก็ส่งผลกระทบต่อผู้คนกว่า 2 ล้านคน ช่วงเดือนเดียวกันนี้ได้เกิดภัยพิบัติทางตอนกลางและตอนใต้ของประเทศฟิลิปปินส์ส่งผลกระทบต่อวิถีชีวิตประชาชนนับหมื่นคน ในประเทศอินโดนีเซีย ปัญหาอุทกภัยยังส่งผลให้ประชาชนหลายพันคนต้องอพยพย้ายถิ่นฐาน ทั้งนี้เอเชียตะวันออกเฉียงใต้เป็นภูมิภาคที่มักได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่สุดขั้ว และมีความเสี่ยงค่อนข้างสูง ผู้แทนอาเซียนจะต้องรับประกันด้วยว่าจะต้องมีการให้การสนับสนุนด้านทรัพยากรทั้งหลายที่จำเป็นต่อการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเพราะนี่เป็นเรื่องเร่งด่วน และต้องเรียกร้องให้ประเทศพัฒนาแล้วลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกให้ได้มากที่สุด
“กลุ่มเอ็นจีโอ ได้ยื่นข้อเสนอเชิงนโยบายต่ออาเซียนระหว่างการประชุมที่กรุงเทพฯ หนึ่งในข้อเสนอต่างๆ คือการรับประกันว่าคณะกรรมการกองทุนเพื่อการปรับตัวที่จะจัดตั้งขึ้นใหม่ นั้นจะต้องประกอบด้วยกลุ่มประเทศกำลังพัฒนาเป็นหลัก ทั้งเรียกร้องให้อาเซียนผลักดันในเรื่องเป้าหมายการลดก๊าซเรือนกระจกโดยที่การปล่อยก๊าซจะเพิ่มสูงสุดในปี 2558 และลดลงหลังจากนั้น และเรียกร้องให้ประเทศที่พัฒนาแล้วลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกให้ได้ร้อยละ 40 ภายในปี 2563 และจะต้องลดลงอย่างน้อยร้อยละ 95 ภายในปี 2593 ให้ได้ต่ำกว่าระดับในช่วงปีฐาน 2533 ” ผู้แทนจากกองทุนสัตว์ป่าโลก ระบุ
ชี้ภัยพิบัติไทย-อินโด-ปินส์เหตุโลกร้อน
เครดิต : ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดยหนังสือพิมพ์คมชัดลึก

ข่าวดารา ข่าวในกระแส บน Facebook อัพเดตไว เร็วทันใจ คลิกที่นี่!!


กระทู้ร้อนแรงที่สุดของวันนี้
























กระทู้ล่าสุด


รูปเด่นน่าดูที่สุดของวันนี้
















































Love illusion ความรักลวงตา เพลงที่เข้ากับสังคมonline
Love illusion Version 2คนฟังเยอะ จนต้องมี Version2กันทีเดียว
Smiling to your birthday เพลงเพราะๆ ไว้ส่งอวยพรวันเกิด หรือร้องแทน happybirthday