"ปรากฏว่าเมื่อเอาเข้าจริงๆ ถึงตอนนี้ผ่านมากว่า 1 สัปดาห์แล้ว ชาวนาก็ยังไม่สามารถนำข้าวเปลือกไปจำนำได้ ทั้งนี้ เพราะรัฐบาลไม่ยึดหลักเกณฑ์เดิม แต่กลับเพิ่มหลักเกณฑ์ใหม่ ที่ไม่อำนวยความสะดวกแก่ชาวนา และเป็นการตัดสิทธิโดยสิ้นเชิง เพราะในโควต้า 9 แสนตัน ที่จะรับจำนำถึงสิ้นเดือนกันยายนนี้ จะต้องเป็นชาวนาที่ไม่เคยนำข้าวเปลือกไปจำนำตามโครงการเลย หากชาวนารายใดเคยนำข้าวเปลือกไปจำนำแล้ว ในรอบล่าสุดก่อนสิ้นสุดโครงการก่อนหน้านี้ ก็ไม่สามารถนำข้าวเปลือกจำนำในรอบนี้ได้"
อุปนายกสมาคมชาวนาไทยกล่าวว่า เมื่อเพิ่มหลักเกณฑ์ดังนี้แล้วจะมีชาวนาที่ไหนจะได้สิทธิ รัฐบาลควรยึดหลักเกณฑ์เดิมคือที่ไม่เกินรายละ 350,000 บาท โดยหากใครยังจำนำไม่ถึงยอดดังกล่าวก็สามารถจำนำเพิ่มได้ เมื่อชาวนานำข้าวเปลือกไปจำนำเพื่อหวังเงินจะได้ราคาตันละ 11,800 บาท ไม่ได้ ทำให้พ่อค้าในท้องตลาดกดราคารับซื้ออย่างหนัก เพราะข้าวเปลือกนาปรังออกในช่วงนี้ และเป็นช่วงปลายฤดูการเก็บเกี่ยว ปัจจุบันราคาถูกกดลงต่ำมากเพียงตันละ 6,000 กว่าบาทเท่านั้น ถือว่าขาดทุนแล้ว
"ชาวนาจะเดินทางเข้าพบนายกรัฐมนตรีที่ทำเนียบรัฐบาลอีกครั้ง และอาจไปกันหลายจังหวัดเพื่อให้นายกฯทบทวนการทำงานในการแก้ไขปัญหาของชาวนา และขอความชัดเจนอีก หากยกเลิกโครงการรับจำนำข้าวเปลือก และให้ใช้โครงการประกันราคาข้าวแทน ซึ่งทุกอย่างไม่มีอะไรที่ชัดเจนเลย ขณะที่ในปลายปีนี้ข้าวเปลือกนาปีจำนวนมหาศาลจะเริ่มออกสู่ท้องตลาดแล้ว" นายวิเชียรกล่าว