เขาดินถ่ายทอดสดครอบครัวแพนด้า

จัดงานยิ่งใหญ่ “สู่ข้าวเอาขวัญ แพนดาน้อย”  ดีเดย์ 4-5-6 ก.ค. เน้นศิลปวัฒนธรรมล้านนา  ส่วนวันที่ 5 ก.ค. จัดพิธีใหญ่  มีขบวนแห่จากชุมชน

มุ่งหน้าร่วมเฉลิมฉลองที่สวนสัตว์เชียงใหม่ พิเศษสุดเปิดให้ยลโฉม “แพนด้าน้อย” ครั้งแรกตัวเป็น ๆ ขณะที่แม่ลูกยังสมบูรณ์แข็งแรงดี ส่วน “ช่วง ช่วง” ส่งเสียงร้องทักทาย   ลั่น ด้านคนไทยยังแห่ส่งตั้งชื่อทางไปรษณียบัตรมากว่า 4 หมื่นใบแล้ว ส่วนเอสเอ็มเอส ตามรายการทีวี ยอดทะลุกว่า 1 ล้านชื่อ “สวนสัตว์ดุสิต” ไอเดียกระฉูด ติดตั้งโทรทัศน์วงจรปิด รับสัญญาณถ่ายทอดสด ภาพ-เสียง ครอบครัวแพนด้า ให้คนเมืองหลวงได้ดู


เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 11 มิ.ย. ที่สวนสัตว์เชียงใหม่ นายวิศิษฏ์ วิชาศิลป์ รองผู้อำนวยการองค์การสวนสัตว์แห่งประเทศไทย

ได้เดินทางมาตรวจความพร้อมของการจัดงาน “สู่ข้าวเอาขวัญ แพนด้าน้อย” พร้อมเข้าดูสุขภาพร่างกายของหลินฮุ่ย และแพนด้าน้อย ก่อนจะเดินทางตรวจสอบโดมหิมะ และเรียกประชุมเจ้าหน้าที่สวนสัตว์เชียงใหม่ ด้านนายวิศิษฏ์ เปิดเผยว่า หลังจากที่คณะกรรมการการจัดงานได้ประชุม ร่วมกับทางจังหวัดในการหารือเรื่องการจัดงาน   และดำเนินงาน ซึ่งตอนนี้ทุกอย่างก็คืบหน้าและชัดเจนมากขึ้น โดยกำหนดจัดงานวันที่ 4, 5, 6 กรกฎาคมนี้ โดยรูปแบบของงานจะเป็นกิจกรรมเชิงวัฒนธรรมทั้งหมด และพิธีกรรมจะเป็นการ  แสดงความปีติยินดีให้แก่แพนด้าน้อย ตามคำแนะนำของสภาวัฒนธรรมจังหวัดเชียงใหม่
 
โดยกิจกรรมหลักของงานทั้งสามวันจะมีกาดหมั้ว นิทรรศการภาพประทับใจแพนด้าน้อย นิทรรศการอนุรักษ์สัตว์ป่า

จัดฉายภาพยนตร์เกี่ยวกับแพนด้าในระบบ 3 มิติ การแสดงของเด็ก ๆ จากโรงเรียนต่าง ๆ การแสดงดนตรีพื้นเมืองทั้งสามวัน แต่ในวันที่ 5 ก.ค. จะเป็นพิธีใหญ่ ในช่วงเช้าจะเป็นการทำบุญและประกอบพิธีสู่ข้าวเอาขวัญ แพนด้าน้อย โดยอาจารย์ชื่อดังของล้านนา ตามหลักประเพณีล้านนาดั้งเดิม และมีขบวนแห่จากชุมชนต่าง ๆ ในจังหวัดเชียงใหม่ร่วมจัดขบวนจาก ชุมชน แยกย้ายกันเดินขบวนมาจนถึงสวนสัตว์ เชียงใหม่ เพื่อร่วมเฉลิมฉลองที่สวนสัตว์เชียงใหม่ 


นายวิศิษฏ์ กล่าวต่อว่า ที่พิเศษที่สุดคือจะมีการเปิดให้ชมแพนด้าน้อยตัวเป็น ๆ ไม่ต้องดูผ่านโทรทัศน์วงจรปิด โดยทั้งสามวันนี้เราจะเปิดให้ดูวันละ 2 รอบ

รอบแรก 10.00-11.30 น. และรอบบ่าย 14.30-16.00 น. โดยจะให้เข้าชมได้ครั้งละ 30 คน คนละประมาณ 3-5 นาทีเท่านั้น ซึ่งในวันงานดังกล่าวอาจจะมีการเปิดให้คนเข้าชมโดมหิมะด้วย เพราะตอนนี้โดมหิมะการดำเนินการคืบหน้าไปมากตอนนี้อยู่ในขั้นตอนการตกแต่งภายในทั้งหมด ซึ่งหลังจากตกแต่งแล้วใน วันที่ 15 มิ.ย. จะเปิดเดินเครื่องสร้างหิมะทดสอบระบบใหญ่ครั้งสุดท้าย ส่วนเรื่องการดำเนินการตั้งชื่อลูกแพนด้า ขณะนี้เท่าที่ได้รับรายงานจากทุกสวนสัตว์ในประเทศไทยเองที่สวนสัตว์เชียงใหม่  มีไปรษณียบัตรส่งมากว่า 4 หมื่นใบแล้ว ที่สวนสัตว์เขาดิน สวนสัตว์โคราช สวนสัตว์เขาเขียว สวนสัตว์สงขลา และที่องค์การสวนสัตว์ที่กรุงเทพฯ  เองก็มีมาอีกจำนวนมาก แสดงว่าประชาชนทั่วประเทศให้ความสนใจ นอกจากนั้นประชาชนที่ส่งเอสเอ็มเอส ในรายการโทรทัศน์ช่องต่าง ๆ ก็มีกว่า 1 ล้านชื่อทีเดียว ซึ่งเราจะปิดรับสมัครในวันที่ 12 มิ.ย. แล้ว
  
ด้าน สพญ.กรรณิการ์ นิ่มตระกูล สัตวแพทย์ประจำตัวหลินฮุ่ย เปิดเผยว่า สำหรับสุขภาพล่าสุดของแพนด้าแม่ลูกดีขึ้นมากเรียกว่าสุขสบาย


โดยเฉพาะลูกแพนด้าที่อ้วนขึ้นอีกมากจากที่ดูด้วยสายตา เพราะอ้วนกลมเห็นได้ชัด สีที่ขาเริ่มลามไปถึงต้นขาคล้ายแพนด้าตัวโต ตอนนี้เหลือเพียงต้องการความชัดเจนหรือเข้มขึ้นเท่านั้น ซึ่งต้องรอการตรวจสุขภาพในวันพรุ่งนี้ ซึ่งเชื่อว่าน้ำหนักน่าจะเพิ่มขึ้นมากกว่าเดิมอีกมากทีเดียว ช่วงกลางคืนที่ผ่านมานั้น หลินฮุ่ยปล่อยลูกนอนบนพื้นเองและนานขึ้น เพราะเริ่มวางใจว่าลูกโตและแข็งแรงมากกว่าเดิมมาก ส่วนตัวหลินฮุ่ยเอง ก็สามารถกินไผ่ได้เพิ่มเป็น 3-4 กิโลกรัม แต่ยังชอบกินไผ่ลูกศรซึ่งหายากและปลูกอยู่ไกลถึงดอยอินทนนท์ เราจึงพยายามกระตุ้นให้กินไผ่อื่น เช่น ไผ่ตง ซึ่งวันนี้เจ้าหน้าที่ขึ้นไปตัดไผ่ตงเพื่อความ สด และใหม่ลงมาให้เพื่อจะกินได้มากขึ้น
 
สพญ.กรรณิการ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ช่วงนี้ทางทีมวิจัยก็พยายามป้อนขนมปังไผ่ชิ้นเล็ก ๆ ใส่ปากหลินฮุ่ยให้มากขึ้น เพราะอุดมไปด้วยโปรตีน แคลเซียม ที่จะช่วยให้น้ำนมสมบูรณ์

ซึ่งก็กินได้มากประมาณ 2,000 กรัมต่อวัน ให้กินมากกว่าช่วงช่วงด้วยซ้ำ เพราะช่วงช่วงน้ำหนักกำลังพุ่งและอาจจะเข้าสู่ขั้นอ้วนจึงต้องมีการควบคุมด้านอาหาร ซึ่งพฤติกรรมของช่วงช่วง ที่ไม่ได้เจอหลินฮุ่ยและลูกของมันเอง ก็มีปรากฏให้ทีมวิจัยได้เห็นเป็นพัก ๆ เช่นตอนที่ช่วงช่วงกลับเข้าคอกกัก และอยู่ห่างจากหลินฮุ่ย และลูกน้อย ประมาณ 15 เมตร มีกรงกั้นหลายชั้น เจ้าช่วงช่วงก็จะส่งเสียงร้อง หลินฮุ่ยก็จะส่งเสียงร้องตอบสลับกันไปมา บางครั้งลูกแพนด้าก็ร้องตอบบ้าง ซึ่งเป็นภาพน่ารักที่ทีมวิจัยเห็นแล้วเป็นปลื้มมากเหมือนกับการส่งเสียงร้องถามด้วยความเป็นห่วง
  
ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า บรรยากาศ ทั่วไปพบมีบรรดานักท่องเที่ยวจำนวนมากหลั่งไหลเดินทางมาเยี่ยมชมความน่ารักของลูกหมีแพนด้า ช่วงช่วง และหลินฮุ่ย

แม้จะไม่ได้เห็นตัวเป็น ๆ แต่ดูจากภาพโทรทัศน์วงจรปิด ก็สร้างความประทับใจให้กับนักท่องเที่ยวที่เข้ามาเยี่ยมชมอย่างมาก ในวันนี้ทางเจ้าหน้าที่ไปรษณีย์ก็มาทำการตั้งบูธ ให้บริการจำหน่ายไปรษณีย์ที่ใช้ส่งตั้งชื่อลูกแพนด้า และนำตู้ไปรษณีย์พร้อมตราปั๊ม   มาให้บริการประชาชน ซึ่งก็มีประชาชนให้ความสนใจมาใช้บริการจำนวนมาก
 
ที่อาคารพิพิธภัณฑ์สัตว์ สวนสัตว์ดุสิต นายโสภณ ดำนุ้ย ผู้อำนวยการองค์การสวนสัตว์ เปิดเผยถึงความคืบหน้า การเจรจาข้อตกลงกับรัฐบาลจีนเพื่อขอหมีแพนด้าให้อยู่ในเมืองไทยต่อไปว่า

ในวันที่ 13 มิ.ย.นี้ ตนจะเดินทางไปพร้อมกับ นายสุวิทย์ คุณกิตติ รมว.ทรัพยากรธรรมชาติฯ เพื่อเจรจาข้อตกลงเบื้องต้นกับทางรัฐบาลจีน 2 ประเด็นด้วยกัน คือ การตั้งศูนย์วิจัยแพนด้าแบบถาวรขึ้นในประเทศไทย และขอขยายเวลาให้ลูกแพนด้าอยู่เมืองไทย ตามสัญญาเดิม 2 ปี เป็น 4 ปี เพื่อส่งคืนหมีแพนด้าพร้อมกันทั้งพ่อ แม่ ลูก ซึ่งกระแสของคนไทยส่วนใหญ่นั้น อยากให้หมีแพนด้าอยู่แบบพร้อมหน้าพร้อมตา ไม่อยากให้พรากลูก พรากแม่กันไป
 
ขณะเดียวกัน ทางสวนสัตว์ดุสิตได้มีการติดตั้งโทรทัศน์วงจรปิด เพื่อรับสัญญาณภาพ และเสียง

ซึ่งยิงตรงถ่ายทอดสดมาจากศูนย์วิจัยแพนด้า ผ่านระบบสตรีมมิ่ง มายังอาคารพิพิธภัณฑ์ และศูนย์อาหาร เพื่อให้ประชาชนมีโอกาสชื่นชมความน่ารักของหมีแพนด้า “ช่วงช่วง”, “หลินฮุ่ย” และแพนด้าน้อย ทุกอิริยาบถอย่างใกล้ชิด โดยไม่ต้องเดินทางไปถึง จ.เชียงใหม่ ทั้งนี้จะขยายการติดตั้งเพิ่มเติม หากแพนด้าน้อยได้ชื่ออย่างเป็นทางการแล้ว.

ข่าวดารา ข่าวในกระแส บน Facebook อัพเดตไว เร็วทันใจ คลิกที่นี่!!
กระทู้เด็ดน่าแชร์