สังคมรับไม่ได้! "สาวเรย์" ไม่ถูกดำเนินคดี หลังแชทลวงยุติธรรมจังหวัดพังงาให้ผัว และเพื่อนรุมฆ่าอย่างโหดร้ายทารุณ ชี้เป็นตัวการสำคัญมีพยานหลักฐานมัดตัวแน่นหนา ร่วมกระทำผิดชัดเจน ...
จากคดีสะเทือนขวัญคนร้ายอุ้มฆ่านายฉวี อินทระ ยุติธรรมจังหวัดพังงา ฆ่ายัดใส่ในถังพลาสติกโบกปูนและนำทิ้ง ในคลองบางจากหมู่ 13 บ้านแสงวิมาน ต.คลองน้อย อ.ปากพนัง จ.นครศรีธรรมราช ซึ่งต่อมาตำรวจได้ควบคุมตัว 4 ผู้ต้องหา ประกอบด้วย นายสวัฒน์ หรือปาล์ม มาลาวะ อายุ 20 ปี นายวิระเดช หรือสาม แปะดำ อายุ 22 ปี นายสิทธิพงศ์ หรือตี๋ บุบผาคร อายุ 22 ปี และนายชัยชนะ หรือดุก เกิดมุสิก อายุ 21 ปี ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ โดยยังเหลือคนร้ายตามหมายจับอีก 1 คน นายอดิศักดิ์ หรือหมู ทองสมจา อายุ 40 ปีหัวหน้าแก๊ง ในขณะที่ น.ส.ณัฐนันท์ หรือเรย์ อินทร์ดำ อายุ 24 ปี สาวที่แชทลวงนายฉวี ไปให้นายอดิศักดิ์ สามีพร้อมพวกฆ่ายัดถังโปกปูนถ่วงน้ำ ได้ดอดเข้ามอบตัวกับตำรวจอ้างไม่ได้มีส่วนร่วมในการฆ่านายฉวี ส่วนที่ต้องแชทลวงนายฉวี มาที่บ้านเพราะถูกนายอดิศักดิ์ ข่มขู่บังคับ ตำรวจจึงไม่ออกหมายจับ ไม่ดำเนินคดีกับ น.ส.ณัฐนันท์ เพราะให้ความร่วมมือให้ข้อมูลกับตำรวจเป็นอย่างดี อาจจะกันไว้เป็นพยานในคดีนี้ ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น คืบหน้าวันที่ 3 ก.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในสังคมโลกโซเชียลต่างวิพากษ์วิจารณ์การที่ตำรวจไม่ดำเนินคดีกับ น.ส.ณัฐนันท์ โดยอ้างแม้จะร่วมอยู่ในเหตุการณ์แต่ไม่ได้ร่วมทำร้ายนายฉวี แต่ที่ต้องแชทเฟซบุ๊กล่อลวงนายฉวี ผู้ตายมาพบที่บ้านจนถูกฆ่าตายอย่างทารุณนั้นเพราะถูกนายอดิศักดิ์ สามีข่มขู่บังคับหากไม่ทำตามจะฆ่าน้องชายของตนให้ตาย ซึ่งเป็นเพียงข้ออ้างเท่านั้น น.ส.ณัฐนันท์ น่าจะรู้มาตั้งแต่ต้นว่าเมื่อนายฉวี มาพบจะเกิดอะไรขึ้น จึงน่าจะมีวิธีการ โอกาสหรือเวลาในการแจ้งให้นายฉวี ทราบ แต่กลับพาไปถึงบ้านและเข้าไปร่วมอยู่ในห้องนอน อีกทั้งยังหาอุบายหลอกเอาโทรศัพท์มือถือของนายฉวี ออกมานอกห้อง ก่อนที่นายอดิศักดิ์ และพวกจะบุกเข้าไปในห้องจับนายฉวี มัดมือมัดเท้าและกระทำทารุณอย่างโหดเหี้ยมผิดมนุษย์ โดยที่ผู้ต้องหาที่ถูกจับกุมต่างยืนยันว่า น.ส.ณัฐนันท์ อยู่ในห้องและเห็นเหตุการณ์ด้วยตลอด...