ญาติร้องไห้ระงม พบอีก 9 ศพ ใต้น้ำตกมรณะ

ไทยรัฐ

โศกนาฏกรรมวิปโยครับสงกรานต์ปีหมูไฟ เมื่อจู่ๆ มีน้ำป่าไหลหลากลงมาจากเทือกเขาบรรทัด ซัดถล่ม 3 น้ำตกชื่อดังในเขต จ.ตรัง คือน้ำตกสายรุ้ง หมู่ 4 ต.นาชุมเห็ด อ.ย่านตาขาว น้ำตกไพรสวรรค์ หมู่ 4 ต.โพรงจะเข้ อ.ย่านตาขาว และน้ำตกลำปลอก หมู่ 10 อ.ปะเหลียน เมื่อช่วงบ่ายวันที่ 14 เม.ย.ที่ผ่านมา กระแสน้ำกวาดร่างนักท่องเที่ยวชาย หญิงและเด็ก หลายร้อยคนที่กำลังลงเล่นน้ำกันอย่างสนุกสนานช่วงเทศกาลสงกรานต์ จมหายในพริบตา หลังเกิดเหตุหลายหน่วยงานต่างระดมกำลังลงพื้นที่เพื่อค้นหาศพอย่างเร่งด่วน ก่อนจะพบร่างเหยื่อน้ำป่า ซึ่งส่วนใหญ่ถูกน้ำซัดไปกระแทกกับก้อนหินเสียชีวิตถึง 28 ศพ มีผู้บาดเจ็บถูกหามส่งโรงพยาบาลจำนวนมาก และยังมีผู้สูญหายไม่ทราบชะตากรรมอีกหลายสิบคน แต่การค้นหาต้องยุติลง เนื่องจากความมืด และจะเริ่มค้นหาอีกครั้งในช่วงเช้าวันรุ่งขึ้น คาดว่าจะพบศพเพิ่มอีกจำนวนมาก

ระดมค้นหาศพที่น้ำตกสายรุ้ง

ผู้สื่อข่าวรายงานถึงความคืบหน้าในการระดมค้นหาร่างผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์น้ำป่าพัดถล่ม เริ่มขึ้นตั้งแต่ช่วงเช้าวานนี้ (15 เม.ย.) เมื่อเวลา 08.00 น. นายอานนท์ มนัสวานิช ผวจ.ตรัง ได้เรียกประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พร้อมกับสั่งการให้เจ้าหน้าที่ค้นหาต่อไป โดยในเบื้องต้นที่น้ำตกไพรสวรรค์ และน้ำตกลำปลอก ไม่พบผู้เสียชีวิตเพิ่ม จึงให้ระดมกำลังมาที่น้ำตกสายรุ้งเป็นหลัก สำหรับน้ำตกสายรุ้ง ตั้งอยู่ในเขตห้ามล่าสัตว์ป่าเทือกเขาบรรทัด ห่างจากชายหาดบ้านลาด-นาโยง ลึกเข้าไปราว 2 กม. เป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของ จ.ตรัง และเป็นจุดที่พบผู้เสียชีวิตมากที่สุดถึง 18 ศพ

พบเพิ่ม 9 ศพกองรวมใต้น้ำ

จากการค้นหานานหลายชั่วโมง ปรากฏว่าในช่วงเช้าที่ผ่านมาพบร่างผู้เสียชีวิตเพิ่มอีก 9 ศพ โดยศพเกือบทั้งหมดถูกกระแสน้ำพัดมากองรวมกันอยู่ในแอ่งน้ำลึกใต้น้ำตก และบางส่วนติดค้างอยู่ตามซอกหิน สภาพแต่ละศพแหลกเหลว ศีรษะแตก แขนขาหัก เพราะกระแทกกับโขดหิน เจ้าหน้าที่กู้ภัยต้องช่วยกันลำเลียงศพแต่ละศพออกจากจุดเกิดเหตุอย่างทุลักทุเล เนื่องจากพื้นที่เป็นลำธารน้ำไหลเชี่ยว มีก้อนหินน้อยใหญ่กีดขวางระเกะระกะ และทันทีที่เจ้าหน้าที่หามศพมาถึงฝั่ง บรรดาญาติผู้เสียชีวิตนับร้อยคนที่มารอรับร่างไร้วิญญาณของคนที่ตนรัก ต่างกรูกันเข้ามาขอดูหน้าศพว่าใช่ญาติของตนหรือไม่ หลายคนเมื่อรู้ว่าผู้เสียชีวิตเป็นญาติพี่น้องก็ถึงกับโผเข้ากอดศพร่ำไห้โฮเป็นที่น่าเวทนา บรรยากาศเต็มไปด้วยความเศร้าสลด ขณะเดียวกัน มีบรรดาไทยมุงหลายร้อยคนมายืนดูการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ ทำให้การทำงานเป็นไปด้วยความยากลำบากเนื่องจากสถานที่คับแคบ และรถราติดขัดยาวเหยียด

มท.2 รีบลงดูพื้นที่วิปโยค

ต่อมาเวลา 11.00 น. นายบัญญัติ จันทน์เสนะ รมช.มหาดไทย เดินทางมายังน้ำตกสายรุ้ง เพื่อบัญชาการค้นหาศพ และตรวจเยี่ยมให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ชุดกู้ภัย โดยมีนายอานนท์ มนัสวานิช ผวจ.ตรัง นายวีระพงศ์ หลีเจริญ นายอำเภอย่านตาขาว รายงานสรุปเหตุการณ์และยอดผู้เสียชีวิต รวมทั้งขั้นตอนการค้นหาผู้เสียชีวิต หลังรับฟังรายงานแล้ว นายบัญญัติได้สั่งการให้ค้นหาผู้เสียชีวิตจนถึงที่สุด พร้อมกันนี้ยังกำชับให้ประสานงานไปยังสื่อมวลชนทุกแขนงขอความร่วมมือในการประชาสัมพันธ์เหตุการณ์ เพื่อไม่ให้ประชาชนสับสนและตกใจ และให้ตั้งศูนย์ข้อมูลเพิ่มเติม เพื่อให้ญาติของผู้เสียชีวิตได้รับความสะดวก

นายกฯสุรยุทธ์ร่วมเสียใจด้วย

นายบัญญัติ จันทน์เสนะ รมช.มหาดไทย เปิดเผยว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่มีใครคาดคิดมาก่อน เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วเกินการจะแจ้งเตือนทัน ทางจังหวัดเองหลังจากได้รับรายงานก็ระดมเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายมาช่วยกัน ก็สามารถช่วยได้มาก เพราะมีผู้รอดชีวิตจำนวนมากเช่นกัน ตนได้รับรายงานตั้งแต่เมื่อวานแล้ว และการมาวันนี้ก็มาในนามของรัฐบาล นำความห่วงใยและการมาแสดงความเสียใจจาก พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ นายกรัฐมนตรี รวมทั้งมาเยี่ยมและให้กำลังใจแก่ผู้ที่สูญเสียและผู้ปฏิบัติงาน จากข้อมูลที่ได้รับรายงานเบื้องต้นขณะนี้มีผู้เสียชีวิตแล้ว 37 ศพ บาดเจ็บ 21 ราย และสูญหายอีก 4 ราย ผู้เสียชีวิตเป็นนักท่องเที่ยวจากต่างจังหวัดและใน จ.ตรัง

เตรียมหามาตรการล้อมคอก

รมช.มหาดไทยกล่าวอีกว่า อยากฝากถึงประชาชนในช่วงที่มีลักษณะอากาศเช่นฝนตกหนัก การแจ้งเตือนภัยธรรมชาติจากกรมอุตุนิยมวิทยาก็ให้เชื่อและระวัง เพราะภัยจากธรรมชาติสร้างความเสียหายมาก การพยายามเรียนรู้ธรรมชาติก็จะช่วยป้องกันได้ส่วนหนึ่ง เท่าที่ทราบเหตุการณ์เช่นนี้เคยเกิดขึ้นที่นี่มาครั้งหนึ่งแล้ว แต่คนมาเที่ยวเห็นว่าไม่น่าจะมีอะไร เพราะฝนก็ไม่ได้ตกมาก แต่บังเอิญมีฝนตกลงมาก่อนแล้ว ส่วนการป้องกันไม่ให้เกิดภัยแบบนี้อีกก็ต้องมีการศึกษาสถานการณ์ของแต่ละพื้นที่ เช่น น้ำตกแห่งนี้ต่อไปต้องสำรวจภูมิประเทศทั้งหมด และต้องมีการประเมินสถานการณ์ว่า หากช่วงที่ฝนตกลงมาจะให้คนมาเที่ยวได้หรือไม่

น้ำทะลักอาจมาจากตัดต้นไม้

ผู้สื่อข่าวถามว่า สาเหตุที่น้ำทะลักลงมาเพราะมีการ ตัดไม้ทำลายป่าหรือไม่ นายบัญญัติกล่าวว่า เป็นไปได้หมด ต้องเอาข้อเท็จจริงเข้ามาว่ากัน การฟังอย่างเดียวคงไม่ได้ ต้องเอาข้อกฎหมายมาว่ากัน และต้องมีการสำรวจจากแผนที่ภาพถ่าย แต่ปัญหาทั้งหมดลำพังการดูแลของเจ้าหน้าที่อย่างเดียวคงไม่สามารถทำได้ ต้องอยู่ที่ประชาชนด้วย ส่วนการช่วยเหลือผู้ประสบภัยครั้งนี้นั้น เบื้องต้นก็มีระเบียบการช่วยเหลือไว้แล้ว ทั้งผู้บาดเจ็บและผู้เสียชีวิต เหตุการณ์ครั้งนี้ขอให้เป็นประสบการณ์และบทเรียน เป็นไปได้ก็อย่าให้เกิดขึ้นอีก ผู้สื่อข่าวถามว่า จะมีการติดตั้งหอเตือนภัยหรือไม่ นายบัญญัติกล่าวว่า เป็นไปได้ที่จะมีการติดตั้งหอเตือนภัย รวมถึงพื้นที่เสี่ยงอันตรายเกิดภัยอื่นๆ ควรจะมีระบบการแจ้งเตือน ทั้งเตือนโดยคนแบบสมัยก่อน หรือจะนำเทคโนโลยีมาใช้ก็ได้

สั่งปิด 3 น้ำตกมหาภัยชั่วคราว

เมื่อถามว่า พื้นที่เกิดเหตุอยู่ในเขตอุทยาน ทาง อบต.ไม่สามารถเข้าไปดูแลได้ ทำให้เกิดปัญหา นายบัญญัติ กล่าวว่า ปกติ อบต.ต้องดูแลความปลอดภัยและทรัพย์สินในพื้นที่อยู่แล้ว ส่วนการปฏิบัติจริงอาจจะคาบเกี่ยวกับหน่วยงานต่างๆ ส่วนปัญหาที่ชาวบ้านบริเวณแถบนี้มักถูกจับกุมจากเจ้าหน้าที่อุทยานฯนั้น ก็ต้องไปดูว่าเพราะอะไร ต้องไปดูกฎหมาย ผู้สื่อข่าวถามอีกว่า จะมีการปิดน้ำตกเหล่านี้ชั่วคราวหรือไม่ นายบัญญัติกล่าวว่า ต้องให้ทางจังหวัดปรึกษาหารือกัน ขณะที่นายอานนท์ มนัสวานิช ผวจ.ตรัง กล่าวถึงการสั่งปิดน้ำตกดังกล่าวว่า เบื้องต้นจะมีการประชุมหารือจากหลายฝ่ายอีกครั้งหนึ่ง ในส่วนตัวแล้วไม่อยากให้ปิด แต่ต่อไปจะมีการหารือกันว่าเราจะช่วยกันป้องกันเหตุร้ายเหล่านี้อย่างไร ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ต่อมาในช่วงเย็นวันเดียวกัน ทาง จ.ตรังมีคำสั่งให้ปิดน้ำตกทั้ง 3 แห่งที่เกิดเหตุชั่วคราว ห้ามนักท่องเที่ยวเข้าไปเที่ยวชมโดยเด็ดขาด จนกว่าสถานการณ์จะเข้าสู่ภาวะปกติ

นายก อบต.อัดอุทยานฯหวงพื้นที่

นายประสิทธิ์ สมบัติทอง นายก อบต.นาชุมเห็ด เปิดเผยว่า ก่อนหน้านี้ทางชาวบ้านมีการตั้งชมรมรักษ์สายรุ้งขึ้น เพื่อเข้าไปดูแลน้ำตกสายรุ้ง มีการจัดระเบียบรถ เก็บค่าจอดรถคันละ 10 บาท และชมรมดังกล่าวยังเข้าไปช่วยดูแลนักท่องเที่ยวด้วย โดยจะพยายามเตือนนักท่องเที่ยวที่มาเที่ยว หากสถานการณ์ไม่ดีก็จะเตือนไม่ให้ขึ้นไปเที่ยว ต่อมาเมื่อปี 2549 ทางอุทยานฯได้ให้ชมรมดังกล่าวออกจากพื้นที่ เพื่อจะเข้าไปดูแลเอง อย่างไรก็ตาม ครั้งนี้คิดว่าเป็นอุบัติเหตุคงไม่มีใครป้องกันได้ อนาคตต่อไปอยากให้มีระบบเตือนภัย นอกจากนี้ ทาง อบต.มีความประสงค์จะเข้าไปดูแลน้ำตกตรงนี้เอง แต่ทราบว่าติดขัดเรื่องข้อกฎหมายอยู่

ยันไม่มี จนท.ดูแลนักท่องเที่ยว

ด้านนายบุญชูเจือ ศรีเกตุ สมาชิกสภา อบจ.ตรัง เขต อ.ย่านตาขาว กล่าวว่า หลังจากชาวบ้านไม่เข้าไปจัดการดูแล โดยให้อุทยานฯดูแลแทน แต่ทางอุทยานฯก็ไม่ได้ส่งเจ้าหน้าที่เข้าไปดูแลแต่อย่างใด วันเกิดเหตุไม่มีเจ้าหน้าที่ของอุทยานฯมาดูแลนักท่องเที่ยว เมื่อมีเหตุการณ์ เกิดขึ้นก็กลายเป็นโศกนาฏกรรม หากมีเจ้าหน้าที่เข้าไปดูแล อาจจะแจ้งเตือนได้ทัน ความเสียหายคงไม่มากมายขนาดนี้

ก.ทรัพยากรฯรับจะเร่งแก้ปัญหา

ขณะที่นายไพศาล กุวลัยรัตน์ โฆษกกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เปิดเผยว่า ที่ผ่านมาได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่อุทยานฯเข้าไปดูแลสถานที่ท่องเที่ยวที่อยู่ในเขตอุทยานฯ ที่มีนักท่องเที่ยวเข้าไปเที่ยวมาก และครั้งนี้ทางรัฐมนตรีก็มีนโยบายให้มารีบแก้ไขปัญหา โดยจะนำเรื่องการติดตั้งเครื่องเตือนภัยในเขตอุทยานฯไปปรึกษาหารือกัน และจะมีการวางระบบการบริการนักท่องเที่ยวในเขตอุทยานฯใหม่ให้มีประสิทธิภาพ เชื่อว่าจะสามารถแก้ไขปัญหาได้ ส่วนกรณีการตัดไม้ทำลายป่านั้น บริเวณเทือกเขาบรรทัดอยู่ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า มีกฎหมายเฉพาะในการเข้าไปบุกรุก ซึ่งการบุกรุกเข้าทำลายป่าในส่วนนี้อาจจะมีบ้าง แต่เราสามารถควบคุมได้ สำหรับเรื่องข้อพิพาทเกี่ยวกับที่ดินทำกินนั้น เราพยายามแก้ไขปัญหาอยู่

อุทยานฯโต้บอกแล้วไม่เชื่อเอง

นายเฉลิมศักดิ์ วานิชสมบัติ อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า ได้ระดมเจ้าหน้าที่ในสังกัดกรมอุทยานฯในภาคใต้ 200-300 นาย ออกค้นหานักท่องเที่ยวในเขตน้ำตกสายรุ้งเพิ่มเติมตั้งแต่เมื่อคืนวันที่ 14 เม.ย. ต่อถึงวันที่ 15 เม.ย. เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นยอมรับว่าไม่คาดคิดว่าจะเกิดอย่างรุนแรง จนมีนักท่องเที่ยวเสียชีวิตนับสิบๆราย ถือเป็นภัยธรรมชาติที่ไม่มีใครคาดคิด และไม่อยากให้เกิดขึ้น อย่างไรก็ตาม เท่าที่ได้รับรายงานจากเจ้าหน้าที่อุทยานฯบอกว่า บริเวณน้ำตกสายรุ้งเมื่อวันที่ 14 เม.ย. ไม่มีฝนตกเลย แต่รอบๆเทือกเขาบรรทัดมีฝนตกอยู่ และเจ้าหน้าที่สังเกตว่าน้ำตกเปลี่ยนเป็นสีแดง จึงเตือนนักท่องเที่ยว ปรากฏว่ามีบางส่วนเชื่อ แต่บางส่วนก็ไม่เชื่อ เพราะไม่เห็นมีฝนในบริเวณพื้นที่เกิดเหตุ นอกจากนี้ ยังได้กำชับให้หัวหน้าอุทยานแห่งชาติฯทุกแห่งที่มีน้ำตก กำชับนักท่องเที่ยวเรื่องของการเล่นน้ำตกและให้ช่วยดูแลเรื่องความปลอดภัยให้กับนักท่องเที่ยวด้วย

ชี้เป็นเหตุสุดวิสัยไม่คาดคิด

ผู้สื่อข่าวถามว่า น้ำตกสายรุ้งเป็นหนึ่งในน้ำตกที่กรมอุทยานฯโปรโมตให้นักท่องเที่ยวเดินทางเที่ยว ใช่ หรือไม่ อธิบดีกรมอุทยานฯกล่าวว่า ใช่และเป็นเรื่องปกติที่ช่วงเทศกาลหรือวันหยุดยาวจะมีนักท่องเที่ยวเข้าไปเที่ยวมากกว่าปกติ โดยเฉพาะสงกรานต์ ซึ่งคงไม่มีใครคาดคิดว่าในช่วงนี้ซึ่งเป็นฤดูแล้งจะมีฝนตกลงมาและมีน้ำป่าเกิดขึ้น เป็นเหตุสุดวิสัย ส่วนความช่วยเหลือ กรมอุทยานฯ จะตรวจสอบดูว่ามีงบประมาณส่วนใดบ้างที่จะช่วยเหลือได้ เมื่อถามต่อว่า ที่มีข่าวว่าเกิดความขัดแย้งระหว่างเจ้าหน้าที่เขตห้ามล่าสัตว์ป่าเทือกเขาบรรทัด จ.ตรัง ซึ่งดูแลรับผิดชอบน้ำตกสายรุ้งกับองค์การบริหารการปกครองส่วนท้องถิ่น จนทำให้ไม่มีการแจ้งเหตุเตือนภัยกับนักท่องเที่ยวจริงหรือไม่ นายเฉลิมศักดิ์กล่าวว่า ทราบข่าวมาเหมือนกันว่ามีความขัดแย้ง ทั้งนี้ตนจะเดินทางไปสอบถามข้อเท็จจริงจากทั้ง 2 ฝ่าย ตามปกติแม้กรมอุทยานฯจะดูแลผลประโยชน์เรื่องการเก็บค่าเข้าชม แต่ก็มีการแบ่งสัดส่วนให้ท้องถิ่นเข้ามาดูแลอยู่แล้ว โดยที่ท้องถิ่นไม่เข้ามาบริหารเอง

ฝนตกน้อยแต่ดินอุ้มน้ำไม่ไหว

ด้านนายอภิชัย ชวเจริญพันธุ์ อธิบดีกรมทรัพยากรธรณี กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมกล่าวว่า กรมทรัพยากรธรณี ได้จัดทำแผนที่เสี่ยงภัยดินถล่ม และน้ำป่าไหลหลากในเขต จ.ตรัง ครอบคลุมเขตชุมชนที่อยู่รอบพื้นที่เสี่ยงภัยแล้ว ส่วนแหล่งท่องเที่ยวไม่ได้ เข้าไปทำเพราะอยู่ในเขตพื้นที่อุทยานแห่งชาติ แต่อย่าง ไรก็ตาม ขณะนี้เครือข่ายชุมชนชาวบ้านกำลังเข้าไปตรวจสอบในพื้นที่ โดยจากการตรวจวัดปริมาณน้ำฝนที่ตกในช่วง 3 วัน ตั้งแต่วันที่ 12-14 เม.ย. พบว่า ปริมาณน้ำฝนมีเพียง 30 มิลลิเมตรต่อวันเท่านั้น ซึ่งน้อยมาก แต่ไม่แน่ใจว่าจะมีต้นไม้ใหญ่ หรือดินที่อุ้มน้ำ ไปกักขังน้ำไว้หรือไม่ พอต้นไม้หรือดินไม่สามารถอุ้มน้ำฝนที่ตกลงมาสะสมได้ น้ำจึงไหลบ่าจนเกิดเหตุขึ้น

ประกาศเป็นพื้นที่ภัยพิบัติแล้ว

นายอนุชา โมกขะเวส อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กล่าวว่า ขณะนี้น้ำตกทั้ง 3 แห่ง ทาง จ.ตรัง ได้ประกาศให้เป็นพื้นที่ภัยพิบัติ ทั้งนี้ ทางราชการมีแนวทางการประชาสัมพันธ์ล่วงหน้าเรื่องพื้นที่ที่มีฝนตกต่อเนื่อง การไปเที่ยวตามแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ จะมีความเสี่ยง เพราะปริมาณน้ำสูงขึ้น ดังนั้น การเล่นน้ำในแถบเทือกเขาบรรทัดนั้น ถ้าไม่จำเป็นอย่าลงไปเล่นน้ำในแอ่งน้ำ เพราะกระแสน้ำรุนแรงจะทำให้พลัดตกลงไป โดยน้ำดังกล่าวไม่ใช่โคลนถล่ม แต่เป็นน้ำสะสม จึงมีโอกาสที่น้ำป่าจะไหลหลากอยู่ตลอดเวลา ประชาชนสามารถสังเกตสิ่งผิดปกติหากจะมีน้ำป่าไหลหลากได้จากพฤติกรรมของสัตว์ที่จะเปลี่ยนแปลงไป มีความแตกตื่นผิดปกติ เพราะสัตว์จะมีสัญชาตญาณรับรู้เร็ว หรือสภาพภูมิประเทศเปลี่ยนแปลงไป เช่น น้ำเพิ่มเอ่อขึ้นหรือแรงขึ้นผิดปกติ ควรรีบขึ้นฝั่งทันที นอกจากนี้อาจเกิดเสียงดังที่เรียกว่าป่าลั่นดังออกมา จะเป็นสิ่งที่ทำให้ประชาชนสังเกตได้ อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ควรหลีกเลี่ยงที่จะไปท่องเที่ยวในจุดอันตราย

ค่าทำศพรายละ 1.5 หมื่นบาท

นายสุวิทย์ คนีกุล รองอธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เปิดเผยถึงการช่วยเหลือผู้เสียชีวิตจากเหตุน้ำตกวิปโยคว่า เบื้องต้นจะให้เงินสงเคราะห์ศพละ 15,000 บาท แต่หากผู้เสียชีวิตเป็นหัวหน้าครอบครัวด้วยจะได้เพิ่มเป็น 40,000 บาท ซึ่งถือว่าเป็นค่าช่วยทำศพ ขณะที่นางจรวยพร ธรณินทร์ ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวว่า จากการประสานกับกรมอุตุนิยมวิทยาคาดว่า วันนี้ทั่วทุกภาคของประเทศมีฝนฟ้าคะนองกระจาย ทำ ให้ถนนเปียกลื่นและทัศนวิสัยไม่ดี จึงขอฝากเตือนให้ ผู้ใช้รถใช้ถนนเพิ่มความระมัดระวังในการเดินทาง ไม่ขับรถเร็ว โดยเฉพาะในเขตพื้นที่ภาคใต้ คาดว่าจะมีฝนตกหนักและน้ำป่าไหลหลากกะทันหัน จึงขอเตือนประชาชนในพื้นที่ให้ระมัดระวังอันตรายที่จะเกิดขึ้นจากสภาพอากาศที่แปรปรวน โดยเฉพาะการไปท่องเที่ยวและเล่นน้ำบริเวณน้ำตก

การท่องเที่ยวตรังรับผลกระทบ

นายวิโชค อ้างมณี ผอ.ททท.ภาคใต้ เขต 2 (นครศรีธรรมราช ตรัง พัทลุง) เปิดเผยถึงผลกระทบต่อการท่องเที่ยวของ จ.ตรัง หลังเกิดเหตุน้ำป่าถล่มมีนักท่องเที่ยวเสียชีวิตว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมีผลกระทบอย่างมาก ที่ผ่านมาทาง ททท.และ จ.ตรัง ได้ประชาสัมพันธ์การท่อง เที่ยวมาตลอด และได้ผลเป็นที่น่าพอใจทำให้มีจำนวนนักท่องเที่ยวเพิ่มมากขึ้น แต่พอเกิดเหตุการณ์เช่นนี้และมีผู้เสียชีวิตจำนวนมาก นักท่องเที่ยวก็ต้องตกใจ และยิ่งวันเกิดเหตุเป็นช่วงเทศกาลสงกรานต์ ข่าวที่ออกไปก็ยิ่งกระทบต่อภาพรวมของการท่องเที่ยวมากยิ่งขึ้น ปกติตามสถานที่ท่องเที่ยวส่วนใหญ่จะมีการติดป้ายต่างๆ เพื่อเป็นการเตือนนักท่องเที่ยว แต่ที่น้ำตกสายรุ้งไม่มี ต่อไปคงต้องมีการประสานงานกับเจ้าของพื้นที่ให้มีการดำเนินการ โดยเฉพาะศูนย์การท่องเที่ยวกีฬาและนันทนาการ ที่รับผิดขอบโดยตรงเกี่ยวกับป้ายแนะนำตามแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ ต้องเข้าไปดูแล

สธ.ให้ผู้บาดเจ็บรักษาตัวฟรี

ด้าน นพ.ปราชญ์ บุณยวงศ์วิโรจน์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวว่า นพ.มงคล ณ สงขลา รมว. สาธารณสุข ได้สั่งการให้ระดมหน่วยแพทย์ฉุกเฉินใน จ.ตรัง และ จ.พัทลุง 6 แห่ง ได้แก่ รพ.พัทลุง รพ.ตรัง รพ.กงหรา รพ.ย่านตาขาว รพ.นาโยง และ รพ.ปะเหลียน เดินทางไปช่วยเหลือผู้บาดเจ็บเป็นการด่วน และให้การรักษาฟรี โดยตั้งศูนย์ประสานงานช่วยเหลือผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตที่ รพ.ตรัง โทร. 0-7521-8018 ตลอด 24 ชั่วโมง จากเหตุการณ์ครั้งนี้มีผู้บาดเจ็บทั้งหมด 29 ราย ส่วนใหญ่บาดเจ็บเล็กน้อย มีบาดแผลถลอกตามร่างกาย ทำแผลและให้กลับบ้านไปแล้ว 28 ราย แพทย์รับไว้นอนรักษาที่ รพ.ย่านตาขาว 1 ราย คือ น.ส.พิศสมาน ทองชู อายุ 21 ปี ชาว อ.กันตัง จ.ตรัง มีอาการเจ็บหน้าอก มีแผลถลอกตามตัวเล็กน้อย แพทย์เอกซเรย์ปอดแล้ว ไม่พบสิ่งผิดปกติ และแพทย์ ได้อนุญาตให้กลับบ้านได้หลังจากตรวจร่างกาย เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 15 เม.ย. โดยอาการปกติ ไม่มีไข้

ญาติทยอยรับศพออกจาก รพ.

ปลัดกระทรวงสาธารณสุขกล่าวอีกว่า ขณะเดียวกันกระทรวงสาธารณสุขได้ส่งทีมแพทย์ 10 ทีม พร้อมให้การช่วยเหลือผู้รอดชีวิตที่บริเวณน้ำตกทั้ง 3 แห่งด้วย จากการวิเคราะห์ลักษณะของการบาดเจ็บในครั้งนี้ เป็นการบาดเจ็บที่เกิดจากแรงกระแทกของกระแสน้ำ และจากของแข็ง หากผู้ที่ได้บาดเจ็บรายใดที่กลับไปบ้านแล้ว และมีอาการผิดปกติ เช่นเจ็บแน่นหน้าอก หายใจไม่สะดวก ปวดท้อง ปวดมึนศีรษะ ขอให้กลับไปตรวจรักษาที่สถานพยาบาลใกล้บ้านทันที สำหรับผู้เสียชีวิตได้นำศพมาตรวจพิสูจน์ที่ รพ.ย่านตาขาว ส่วนใหญ่จะพิสูจน์เอกลักษณ์ บุคคลได้ทั้งหมด เนื่องจากญาติแสดงหลักฐานได้ครบถ้วน และรับศพไปประกอบพิธีทางศาสนาแล้ว ยังเหลืออีกเพียง 1 ศพ อยู่ที่ รพ.ตรัง เป็นชาวลาว ชื่อนางซายะ วงษา อายุ 18 ปี

เหยื่อเผยนาทีชีวิต-ขยาดน้ำตก

น.ส.พิศสมาน ทองชู อายุ 21 ปี ผู้บาดเจ็บรายสุดท้ายที่รักษาตัวอยู่ที่ รพ.ย่านตาขาว เปิดเผยนาทีชีวิตว่า ขณะกำลังนั่งเล่นน้ำตกอยู่นั้น ได้เห็นน้ำตกไหลมาแรงและเชี่ยวกราก จะหนีก็หนีไม่ทัน จึงตัดสินใจกอดก้อนหินไว้ เห็นนักท่องเที่ยวหลายคนจมน้ำหายไปต่อหน้าต่อตา เสียงร้องดังระงมไปหมด ผ่านไปนับชั่วโมงจึงมีคนมาช่วยและรอดชีวิตมาได้ โดยส่วนตัวเข็ดขยาดน้ำตกไปจนตาย และคงไม่กล้าไปเที่ยวน้ำตกอีกแล้ว เพราะครั้งนี้เกือบเอาชีวิตไปทิ้ง เดชะบุญที่รอดชีวิตมาได้แบบฉิวเฉียด คงจะจำฝังใจไปอีกนาน

พริบตาเดียวน้ำป่ากวาดเกลี้ยง

นายช่วงบุญ ทองชู อายุ 21 ปี อยู่บ้านเลขที่ 20/1 หมู่ 2 ต.กันตังใต้ อ.กันตัง จ.ตรัง เล่าถึงช่วงเกิดเหตุน้ำป่าถล่มว่า ตนกับญาติๆรวม 22 คน ขี่รถ จยย.มากันกว่า 10 คัน เพื่อมาเล่นน้ำตกสายรุ้ง ขณะที่ญาติๆแยกย้ายกันเล่นน้ำเป็นกลุ่มๆ และส่วนหนึ่งนั่งอยู่ริมฝั่ง ทันใดนั้นก็เห็นคลื่นน้ำขนาดมหึมาไหลทะลักลงมาจากยอดเขาเหนือน้ำตกอย่างรวดเร็ว พริบตาเดียวกระแสน้ำก็ทะลักท่วมกลุ่มนักท่องเที่ยวที่เล่นน้ำอยู่หลายร้อยคนทันที ตนสามารถคว้ากิ่งไม้ได้ทัน ขณะคลื่นน้ำพัดผ่านทำให้รอดตายหวุดหวิด เมื่อหันไปดูก็เห็นพรรคพวกจมน้ำหายไปกับคลื่นยักษ์ต่อหน้าต่อตา และปรากฏว่าญาติๆเสียชีวิตไปถึง 6 คน

มากัน 16 แต่ตายไป 9 คน

ด้านนางละออง นิลพันธ์ อายุ 35 ปี อยู่บ้านเลขที่ 181/1 หมู่ 2 ต.วังมะปรางเหนือ อ.วังวิเศษ จ.ตรัง มารดาของ ด.ญ.พัชรพร มุสิกะ อายุ 6 ขวบ ผู้เสียชีวิต เปิดเผยทั้งน้ำตาว่า ลูกสาวได้มาเที่ยวน้ำตกสายรุ้งกับญาติๆที่อยู่บ้านใกล้เรือนเคียงกัน โดยขึ้นรถกระบะคันเดียวมาด้วยกันรวม 16 คน เหตุการณ์ครั้งนี้ทำให้ลูกสาวและญาติเสียชีวิตรวม 9 คน ขณะนี้ญาติพากันมารับศพกลับไปเกือบหมดแล้ว รู้สึกเสียใจมากและยังทำใจไม่ได้ ไม่คิดว่าลูกสาวจะจากไปเร็วเพียงนี้

สูญหายที่ ไพรสวรรค์ อีก 1

สำหรับ น.ส.วิไลวรรณ จิตบุญ อายุ 17 ปี อยู่บ้านเลขที่ 4/1 หมู่ 3 ต.หนองบ่อ อ.ย่านตาขาว จ.ตรัง ซึ่งญาติติดตามหา เพราะคิดว่าถูกกระแสน้ำพัดสูญหายไปนั้น ปรากฏว่าเจ้าหน้าที่ไปพบ น.ส.วิไลวรรณกลับบ้านแล้วโดยปลอดภัย สำหรับผู้สูญหายรายสุดท้ายที่ไม่ทราบว่ายังมีชีวิตอยู่หรือไม่ คือนางยุวดา ชูศรีรักษ์ อายุ 30 ปี อยู่บ้านเลขที่ 200 หมู่ 7 ต.ยางดี อ.ห้วยยอด จ.ตรัง โดยญาติระบุว่า นางยุวดาไปเที่ยวที่น้ำตกไพรสวรรค์ แล้วสูญหายไปยังไม่ทราบชะตากรรม เจ้าหน้าที่เร่งติดตามค้นหาแล้ว

37 รายชื่อเหยื่อน้ำตกมรณะ

สำหรับรายชื่อผู้เสียชีวิตทั้ง 37 ศพ ประกอบด้วย นางจิรนันท์ โตไดย์ อายุ 37 ปี นายพิชัย โตไดย์ อายุ 43 ปี และ ด.ญ.ณัฐชา โตไดย์ อายุ 12 ปี พ่อแม่ลูกชาว จ.ยะลา, นางเสริมศรี พลฤทธิ์, ด.ช.อภิชาติ พลฤทธิ์, น.ส.พัชวรรณ กิตติคุณ อายุ 20 ปี, ด.ญ.พัชรี แก้วพิทักษ์ อายุ 13 ปี, ด.ช.วงศ์ธร ธรรมสุวรรณ์ อายุ 7 ขวบ, น.ส.ซายะ วงษา (เชื้อชาติลาว) อายุ 18 ปี, ด.ช.ณัฐพงศ์ ตุลยสุข อายุ 9 ขวบ, นายสุริยา ตุลยสุข อายุ 19 ปี, น.ส.สุดารัตน์ ตุลยสุข อายุ 15 ปี, ด.ช.วรายุทธ ตุลยสุข อายุ 6 ขวบ, นางมาวดี เกียรติเมธา อายุ 53 ปี, น.ส.โสพิศ หนูเรือง, ด.ช.รัฐธรรมนูญ แต่งสวน อายุ 11 ขวบ, น.ส.กุหลาบ บัวชุม, นางพวงยุภา จันทร์ประกอบ อายุ 36 ปี, ด.ช.ศรัญ จันทร์ประกอบ อายุ 7 ขวบ, ด.ช.อนุพงษ์ เฮ่าลี่ อายุ 14 ปี, ด.ช.ธีระพล เฮ่าลี่ อายุ 11 ขวบ น้องชาย น.ส.ศศิมาพร นิลพันธ์ อายุ 17 ปี, ด.ญ.ลักษ์ศิริ นิลพันธ์ อายุ 7 ขวบ, ด.ญ.ปรางทิพย์ นิลพันธ์ อายุ 14 ปี, น.ส.อุทัยทิพย์ ชูทอง อายุ 19 ปี, ด.ช.อธิป แก้วอ่อน อายุ 3 ขวบ 6 เดือน, นางอารีย์ นิยมราช, ด.ช.ธนายุทธ ชัยทอง อายุ 8 ขวบ, ด.ช.กัณฐิกา ชัยทอง อายุ 5 ขวบ, น.ส.กนกวรรณ กาลมุล อายุ 16 ปี, ด.ญ.อรชนก รัตนจิตพงษา อายุ 8 ขวบ, นางวาสนา รัตนจิตพงษา อายุ 32 ปี, น.ส.สุจิรัตน์ ใจกระจ่าง อายุ 17 ปี, ด.ญ.พัชรพร มุสิกะ อายุ 6 ขวบ, นายนิด อรรถสุวรรณ อายุ 29 ปี, ด.ช.ยุกตนันท์ ละโว้ อายุ 13 ปี และน.ส.จุรีย์ แก้วพิทักษ์ อายุ 26 ปี

อุตุฯตื่นเตือนภัยฝนตกหนัก

เย็นวันที่ 15 เม.ย. กรมอุตุนิยมวิทยาประกาศเตือนภัยสถานการณ์ฝนตกหนักหลายพื้นที่ในประเทศไทยตอนบน ฉบับที่ 1 ว่า หย่อมความกดอากาศต่ำปกคลุมอ่าวมะตะบัน ประกอบกับมีแนวพัดสอบของลมตะวันตกเฉียงใต้และลมใต้พาดผ่านประเทศไทยตอนบน ส่งผลกระทบทำให้เกิดฝนฟ้าคะนองกับลมกระโชกแรงและมีฝนตกหนักหลายพื้นที่ โดยเริ่มทางด้านตะวันตกของภาคเหนือและภาคกลางก่อน ซึ่งอาจเกิดสภาวะน้ำป่าไหลหลากและน้ำท่วมฉับพลันที่ภาคเหนือบริเวณจังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง พะเยา แพร่ น่าน ตาก สุโขทัย อุตรดิตถ์ พิษณุโลก พิจิตร และเพชรบูรณ์ ส่วนภาคกลางบริเวณจังหวัดกาญจนบุรี ราชบุรี นครสวรรค์ อุทัยธานี ชัยนาท สุพรรณบุรี อ่างทอง สิงห์บุรี ลพบุรี และสระบุรี และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ บริเวณจังหวัดเลย ชัยภูมิ และนครราชสีมา จึงขอให้ประชาชนรวมทั้งนักท่องเที่ยวระมัดระวังอันตรายจากสภาวะน้ำป่าไหลหลากและน้ำท่วมฉับพลัน ที่อาจจะเกิดขึ้นตามเทือกเขา โดยเฉพาะแหล่งท่องเที่ยวที่เป็นน้ำตกไว้ด้วย อนึ่ง ในระยะ 1-2 วันที่ผ่านมา (12-14 เม.ย.) ได้เกิดฝนตกหนักสะสมอยู่ตามบริเวณแนวเทือกเขา อาทิ เทือกเขาสันกาลาคีรี นครศรีธรรมราช ตะนาวศรี ถนนธงชัย และเทือกเขาอื่นๆ โดยยังคงมีโอกาสที่จะมีฝนตกต่อเนื่องไปได้อีก

สื่อต่างชาติตีข่าวไปทั่วโลก

สำนักข่าวต่างประเทศ ทั้งเอพี เอเอฟพี และรอยเตอร์ พากันรายงานนับตั้งแต่เกิดเหตุน้ำป่าไหลหลากคร่าชีวิตนักท่องเที่ยวอย่างน้อย 37 ราย ที่กำลังเพลิดเพลินกับการเล่นน้ำตก 3 แห่ง ประกอบด้วย น้ำตกสายรุ้ง น้ำตกไพรสวรรค์ และน้ำตกลำปลอก จ.ตรัง ของไทย ในช่วงวันหยุดสงกรานต์ เมื่อ 14 เม.ย. และยังติดตามรายงานการค้นหาศพและผู้รอดชีวิตจากเหตุการณ์ เมื่อ 15 เม.ย. เอเอฟพีรายงานว่า แหล่งท่องเที่ยวสำคัญดังกล่าว มีนักท่องเที่ยวจำนวนมากในช่วงนี้ เนื่องจากตรงกับเทศกาลวันขึ้นปีใหม่ของไทย และผู้เสียชีวิตส่วนใหญ่เกิดจากน้ำพัดพาจนร่างกระแทกโขดหินเสียชีวิต ซึ่งสาเหตุโศกนาฏกรรมดังกล่าว เจ้าหน้าที่ไทยเปิดเผยว่า เกิดจากฝนที่ตกหนักต่อเนื่องหลายวันก่อนหน้านี้ สำนักข่าวต่างประเทศ ยังรายงานว่า บรรยากาศของบริเวณที่บรรดาญาติผู้เสียชีวิตรอรับศพเป็นไปด้วยความเศร้าสลด

น้ำป่าไหลท่วม ถ.มิตรภาพ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 20.10 น. วันเดียวกัน ขณะที่ถนนมิตรภาพคลาคล่ำไปด้วยรถรานานาชนิดที่เดินทางจากภาคอีสานสู่ภาคกลาง โดยเฉพาะคนกรุงเทพฯเริ่มทยอยกลับ กทม. หลังเที่ยวสงกรานต์กันจนชุ่มฉ่ำแล้วนั้น ปรากฏว่าได้เกิดน้ำป่าจากเทือกเขายายเที่ยง ไหลบ่าลงท่วมถนนมิตรภาพ บริเวณช่วงหลัก กม.ที่ 182-185 เขต ต.ลาดบัวขาว อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา โดยมีระดับน้ำสูงกว่า 1 เมตร ทำให้รถเก๋งและรถปิกอัพไม่ สามารถผ่านไปได้ ส่วนรถบรรทุกขนาดใหญ่ต้องค่อยๆคลานอย่างช้าๆไปตามเลนขวาของถนน เป็นเหตุให้รถติดยาวเหยียดเป็นระยะทางยาวกว่า 7 กม. ซึ่ง พ.ต.อ.สุวัฒน์ พุ่มพันธ์ ผกก.สภ.อ.สีคิ้ว ได้ระดมกำลังตำรวจ ร่วมกับหน่วยกู้ภัยฮุก 31 และหน่วยกู้ภัยพรหมธรรมสีคิ้ว รวมทั้งเทศบาลตำบลลาดบัวขาว ออกขุดลอกท่อระบายน้ำที่อุดตันตามจุดต่างๆ พร้อมอำนวยความสะดวกให้กับผู้ใช้รถใช้ถนน โดยนำสิ่งของ เช่น น้ำดื่มและผ้าเย็นไปบริการ กระทั่งเวลา 21.00 น. ระดับน้ำลดลงจนกลับสู่ภาวะปกติ รถเล็กที่ติดค้างบนถนนมิตรภาพจึงเคลื่อนตัวต่อไปได้

เครดิต :
 

ข่าวดารา ข่าวในกระแส บน Facebook อัพเดตไว เร็วทันใจ คลิกที่นี่!!
กระทู้เด็ดน่าแชร์