
ตามล้างแก๊ง‘โน๊ต'ยาบ้า ยึด150ล้าน แฉกำลังหอบเงินหนี ถูกลากคอเบ็ดเสร็จ33 อดีตสมุน‘แก๊งโอรส'เหลืออีก3ยังลอยนวล
เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 15 กันยายน ที่กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส.) พล.ต.ท.เรวัช กลิ่นเกษร ผบช.ปส. นายศิรินทร์ยา สิทธิชัย เลขาธิการ ป.ป.ส. และพล.ต.วิฑูรย์ศิริปักมานนท์ ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 21 ร่วมแถลงผลการสนธิกำลังเจ้าหน้าที่ออกปฏิบัติการโอเปอเรชั่น ทริปเปิ้ลไนท์ขุดรากถอนโคนยาเสพติดโดยปิดล้อมตรวจค้น 27 จุด ในพื้นที่กทม. จ.นนทบุรี สมุทรปราการ นครปฐม สระบุรี ชลบุรี หนองคายและชุมพร จับกุมผู้ต้องหาได้ 33 ราย ซึ่งเป็นเครือข่ายยาเสพติดของ นายศดายุ หรือโน๊ต เหลืองประดับใจ อายุ 24 ปี 1 ใน 60 เครือข่ายยาเสพติดรายสำคัญที่เจ้าหน้าที่ต้องการกวาดล้างจับกุม
จากปฎิบัติการครั้งนี้ ยึดของกลางยาบ้า 172,000 เม็ด ยาไอซ์ 6 กิโลกรัม ยาอี 1,450 เม็ด ยาเคตามีน 420 ขวด ยาเคตามีนชนิดผง 6.4 กิโลกรัม กัญชา 1 กิโลกรัม ยากระตุ้นอารมทางเพศ 50,000 กล่อง ตู้เซฟ 2 ตู้ เงินสด 33,560,970 บาท เงินสดในบัญชีเงินฝากที่ถูกอายัดไว้แล้ว 600,000 บาท สำเนาพันธบัตรเงินลาวคิดเป็นเงินไทย 56,000,000 บาท อาวุธปืน 7 กระบอก เครื่องกระสุนปืนขนาด .45 ประมาณ 800 นัด รถยนต์ และรถจักรยานยนต์ 13 คัน รวมมูลค่ากว่า 150 ล้านบาท
พล.ต.ท.เรวัตร กล่าวว่า ปฎิบัติการครั้งนี้สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ตำรวจสืบทราบมีกลุ่มวัยรุ่นอายุระหว่าง 20-25 ปี ซึ่งเป็นเครือข่ายยาเสพติดของ นายศดายุ ลักลอบจำหน่ายยาเสพติดในกรุงเทพฯและปริมณฑลรวมถึงจังหวัดใกล้เคียง โดยเงินจำนวนมากที่ได้มาจากการค้ายาเสพติดจะนำไปเที่ยวเตร่หรือนัดหมายมั่วสุมตามต่างจังหวัด จึงเฝ้าสะกดรอยติดตามพฤติกรรมมานานกว่า 6 เดือน จนทราบว่าเครือข่ายยาเสพติดของนายศดายุนัดจัดปาร์ตี้สัมมนาประจำปีผู้ค้ายาเสพติดในรีสอร์ตแห่งหนึ่ง ที่หมู่ 1 บ้านบุ่งเตย ต.หมูสี อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา เป็นเวลา 2 วัน โดยเข้ามาพักตั้งแต่เย็นวันที่ 13 กันยายน จึงนำกำลังเจ้าหน้าที่กว่า 100 นาย เข้าปิดล้อมตรวจค้น จนจับกุมผู้ต้องหาได้ 19 คน และวิสามัญคนร้าย 1 ราย ส่วนนายศดายุ ตัวการใหญ่หลบหนีไปได้
ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจขยายผลเข้าตรวจค้นบ้านพักของนายศดายุและเครือข่าย ย่าน จ.นนทบุรี และ กรุงเทพฯ จนสามารถสกัดจับกุมครอบครัวของผู้ต้องหาที่พยายามขนย้ายเงินและทรัพย์สินมีค่าหลบหนี รวมถึงจับกุมผู้ต้องหา ซึ่งเป็นเครือข่าย นายศดายุได้เพิ่มอีก 14 คน พร้อมของกลางดังกล่าว
พล.ต.ท.เรวัช กล่าวต่อว่า เครือข่ายยาเสพติดของนายศดายุ เป็นเครือข่ายใหญ่ ซึ่งแยกตัวมาจากเครือข่ายของแก๊งโอรสที่เคยรุ่งเรืองก่อนหน้านี้ มาตั้งกลุ่มเองชื่อว่าแก๊งก้านยาว มีพฤติกรรมลักลอบค้ายาเสพติดย่านนนทบุรี ฝั่งธนและปริมณฑล โดยติดต่อซื้อยาเสพติดจากผู้ค้าฝั่งประเทศลาว ใช้เส้นทางลำเลียงจากภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เข้ามาทาง จ.อุบลราชธานี เพื่อนำมาจำหน่ายในพื้นที่กรุงเทพ ปริมณฑลและจังหวัดใกล้เคียง ครั้งละไม่ต่ำกว่า 1 ล้านเม็ด ทำมาเป็นเวลานาน โดยสมาชิกของเครือข่ายดังกล่าวเป็นนักแม่นปืนและนักแข่งรถ โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจใช้เวลานานกว่า 2 เดือนในการวางแผนจับกุม ซึ่งจากปฎิบัติการดังกล่าวสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ทั้งสิ้น 33 คน ถูกวิสามัญ 1 คน ส่วนนายศดายุหรือโน๊ต ตัวการใหญ่กับพวกอีก 2 คน หลบหนีไปได้ ตำรวจอยู่ระหว่างติดตามจับกุมตัวมาดำเนินคดีต่อไป อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าการหลบหนีออกนอกประเทศคงทำได้ยาก เพราะไทยและประเทศเพื่อนบ้านร่วมมือกันปราบปรามยาเสพติดอย่างเข้มงวด
พล.ต.ท.เรวัชกล่าวอีกว่า สำหรับผู้ต้องหาทั้งหมด เจ้าหน้าที่แจ้งข้อหาร่วมกันมียาเสพติดประเภทที่1 ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต และร่วมกันมียาเสพติดประเภท 5 (กัญชา) ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต ร่วมกันมีวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาทประเภที่ 2 (เคตามีน) ไว้ในครอบครองเพื่อขายโดยไม่ได้รับอนุญาต และแจ้งข้อหาสมคบกันตั้งแต่ 2 คนขึ้นไป เพื่อกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด เพราะได้มีการสมคบกันร่วมกันฟอกเงิน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังการแถลงข่าว เจ้าหน้าที่สามารถตรวจยึดตู้เซฟสูงประมาณ 150 เซนติเมตร ได้ที่คอนโดมิเนียมลุมพินีปาร์ค ย่านรัตนาธิเบศร์ ซึ่งนายศดายุ ได้เช่าไว้เพื่อเก็บตู้เซฟดังกล่าว



กระทู้ร้อนแรงที่สุดของวันนี้
























กระทู้ล่าสุด


รูปเด่นน่าดูที่สุดของวันนี้
















































Love Attack เทศกาลความรักแบบนี้ บอกอ้อมๆให้เขารู้กัน
Chocolate Dreams สาวชั่งฝันและช็อคโกแลต กับหนุ่มหล่อ ไม่แน่คุณอาจจะได้เจอแบบนี้ก็ได้
Love You Like Crazy เพลงเพราะๆ ที่ถ้าส่งให้คนที่เรารัก โลกนี้ก็สีชมพูกันทีเดียว