จากการสอบสวนนายสถาพร ให้การรับสารภาพว่าเป็นผู้ใช้อาวุธปืนยิงสุนัข ตามที่ถูกกล่าวหาจริง โดยตนมีอาชีพเสริมเลี้ยงไก่เนื้อและไก่ชน อยู่บริเวณใกล้เคียงบ้านพักและตลาดนัดของผู้กล่าวหาจริง เมื่อวันที่ 24 ก.ค. ที่ผ่านมา เวลาประมาณ 21.00 น. มีสุนัข 4 ตัว เข้าไปไล่กัดไก่ชน 2 ตัว จนตาย ต่อมาวันที่ 25 ก.ค. เวลาประมาณ 07.00 น. ก็มีสุนัข 3 ตัว เข้าไปไล่กัดไก่พันธุ์เนื้อในเล้า ตายไป 35 ตัว
โดยจำได้ว่า เป็นหมาที่ถูกเลี้ยงไว้บริเวณตลาดนัดของนายปาน ไม่ทราบชื่อจริง ซึ่งเป็นพ่อของ น.ส.ธัญญารัตน์ จึงได้แจ้งให้นายปานทราบเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แต่เมื่อนำเรื่องไปบอกนายปาน นายปานกลับบอกให้ตนยิงสุนัขทิ้งให้หมด เมื่อนายปานบอกเช่นนั้น ตนจึงได้ออกตามหาสุนัขในบริเวณตลาดนัด จนไปพบสุนัข 1 ตัว บริเวณคาร์แคร์ของนายปาน และได้ใช้อาวุธปืนยิงจนตาย
นายสถาพร ยังให้การรับสารภาพอีกว่า ต่อมาเวลาประมาณ 20.00 น. วันเดียวกัน ยังได้มีสุนัขเข้าไปไล่กัดไก่จนตายไปอีก 3 ตัว ซึ่งได้สร้างความคับแค้นให้กับตนเป็นอย่างมาก จนกระทั่งเวลาประมาณ 17.00 น. ของวันที่ 26 ก.ค. ตนเห็นสุนัข 2 ตัว เดินอยู่บริเวณตลาดนัด จึงได้กลับไปเอาปืนมายิงจนเสียชีวิตไป 1 ตัว และบาดเจ็บ 1 ตัว และมาทราบว่าถูกแจ้งความดำเนินคดีดังกล่าว
ภายหลังการสอบปากคำ เจ้าหน้าที่ จึงได้แจ้งข้อหา เข้าไปในเคหะสถานในความครอบครองของผู้อื่น โดยไม่มีเหตุอันควร , มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครอง โดยไม่ได้รับอนุญาต , พกอาวุธปืนติดตัว โดยไม่ได้รับอนุญาต และกระทำการอันเป็นการทารุณกรรมสัตว์โดยไม่มีเหตุอันควร ก่อนนำตัวนายสถาพร ไปบันทึกประวัติ และสอบปากคำ แล้วปล่อยตัวไป โดยไม่ต้องประกันตัวตามกฎหมาย เนื่องจากผู้ต้องหาเข้าพบพนักงานสอบสวน โดยไม่มีเหตุหลบหนี
ด้าน พ.ต.ท.กรณ์ ทองปรีชา พนักงานสอบสวน เจ้าของคดี กล่าวว่า การสอบปากคำในชั้นพนักงานสอบสวน ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพทุกข้อหา ซึ่งตนจะเร่งรวบรวมพยานหลักฐาน โดยหากได้รับผลการตรวจอาวุธปืน ก็จะสามารถนำตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานอัยการ เพื่อพิจารณาส่งฟ้องศาลจังหวัดสุราษฎร์ธานีได้ทันที