เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 12 มิ.ย. ผู้สื่อข่าวเมืองพัทยา จ.ชลบุรี
ได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่าได้เอาสร้อยคอทองคำหนัก 3 บาทไปจำนำที่สถานธนานุบาล หรือโรงรับจำนำเมืองพัทยา แต่ทางเจ้าหน้าที่ไม่มีเงินที่จะจ่ายให้ จนสร้างความแปลกใจให้กับประชาชนคนดังกล่าวเป็นอย่างมาก
ผู้สื่อข่าวจึงเข้าพบนายสุชาติ ชุติพงศาพิสิฏฐ์ ผจก.สถานธนานุบาลเมืองพัทยา เพื่อสอบถามข้อเท็จจริง
และได้รับเปิดเผยว่า ขณะนี้ทางโรงรับจำนำเมืองพัทยาประสบปัญหาขาดสภาพคล่องทางการเงินจริง และคาดว่าโรงรับจำนำเกือบทั่วประเทศคงประสบปัญหาแบบเดียวกัน ทั้งนี้เนื่องมาจากเมื่อช่วงน้ำท่วมใหญ่ และช่วงเปิดภาคเรียนที่ผ่านมา มีประชาชนนำทรัพย์สินมาจำนำเป็นจำนวนมาก ทำให้ขาดเงินหมุนเวียนในแต่ละวัน ประกอบกับผู้บริหารเมืองพัทยาหมดวาระและมีการเลือกตั้งใหม่ ทำให้ไม่สามารถกู้เงินมาเสริมสภาพคล่องได้ และต้องรอให้มีผู้บริหารชุดใหม่เข้ามาทำงานและเปิดประชุมสภาเสียก่อน จึงจะสามารถยื่นเรื่องขอกู้เงินได้ คาดว่าน่าจะดำเนินการขอกู้ในวงเงิน 50 ล้านบาท ซึ่งถือว่าวงเงินมากกว่าเดิมจากปกติที่เคยขอกู้แค่ 20 ล้านบาท
นายสุชาติ กล่าวว่า ทุกวันนี้ทางโรงรับจำนำเมืองพัทยา ยังเปิดให้บริการตามปกติและมีเงินหมุนเวียนไม่ต่ำกว่า 100,000 บาท
แต่หากวันไหนมีคนนำของมาจำนำเยอะในขณะที่มีผู้มาไถ่ของคืนหรือมาเสียดอกเบี้ยน้อย ก็จะทำให้โรงรับจำนำไม่มีเงินหมุนเวียน ชาวบ้านที่นำของมาจำนำบางครั้งต้องเสียเวลาเงินรอบ้าง จึงฝากขออภัยประชาชนมา ณ ที่นี้ และหากการเลือกตั้งนายก-สมาชิกสภาเมืองพัทยาผ่านพ้นไป และมีผู้บริหารชุดใหม่เข้ามาทำงาน คาดว่าสถานการณ์คงเข้าสู่ภาวะปกติ