ยูเอ็นเตรียมลงมติปิดท่อน้ำเลี้ยงไอเอส

ยูเอ็นเตรียมลงมติปิดท่อน้ำเลี้ยงไอเอส

ยูเอ็นเตรียมลงมติปิดท่อน้ำเลี้ยงไอเอส

ในการประชุมสุดยอดรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ 15 ชาติที่นครนิวยอร์กในวันนี้ (17 ธ.ค.) 

คาดว่าที่ประชุมจะลงมติผ่านญัตติที่เสนอให้ตัดท่อน้ำเลี้ยงกลุ่มที่เรียกตัวเองว่ารัฐอิสลาม (ไอเอส) ทั้งนี้ร่างญัตติดังกล่าวดัดแปลงมาจากญัตติเดิมที่ผ่านเมื่อปี 2542 เมื่อครั้งที่ใช้กับกลุ่มอัลไคด้า ร่างญัตติขอให้ประเทศต่าง ๆ ร่วมมืออย่างจริงจัง เพื่อขจัดเส้นทางการเงินของกลุ่มไอเอส ไม่ว่าจะเป็นการลักลอบค้าน้ำมันหรือวัตถุโบราณ หลายฝ่ายเชื่อว่ากลุ่มไอเอสเป็นกลุ่มติดอาวุธที่ร่ำรวยที่สุดในโลก จากการศึกษาล่าสุดเมื่อเร็ว ๆ นี้ พบว่าไอเอสมีรายได้ต่อเดือนสูงถึงราว 2,900 ล้านบาท

เนื้อหาของร่างญัตติดังกล่าว เสนอให้ใช้มาตรการลงโทษบุคคล กลุ่มคน หรือประเทศใดก็ตามที่พบว่า ให้การสนับสนุนกลุ่มไอเอสและอัลไคด้า 

โดยบทลงโทษรวมถึงการอายัดทรัพย์สิน การห้ามการเดินทางเข้าประเทศ และห้ามค้าขายอาวุธด้วย นอกจากนี้ร่างญัตติยังขอความร่วมมือจากประเทศสมาชิกให้เสนอชื่อประเทศที่พบว่ากระทำผิดเพื่อนำชื่อขึ้นบัญชีคว่ำบาตรต่อไป และให้มีการแบ่งปันข้อมูลเกี่ยวกับกลุ่มสุดโต่งต่าง ๆ อีกทั้งยังกำหนดให้ภาคีสมาชิกรายงานต่อสหประชาชาติ (ยูเอ็น) ภายใน 120 วัน ถึงมาตรการต่าง ๆ ที่ได้ดำเนินการไป ในการปิดเส้นทางการเงินของไอเอส และขอให้นายบัน คี-มูน เลขาธิการยูเอ็น จัดทำ “รายงานระดับยุทธศาสตร์” เกี่ยวกับแหล่งที่มาของทรัพย์สินของกลุ่มไอเอสภายใน 45 วันด้วย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเดือนก.พ. ที่ผ่าน คณะมนตรีความมั่นคงก็ผ่านมติคล้าย ๆ กันนี้ออกมา แต่ภาคีสมาชิกวิจารณ์ว่าไม่ได้มีการปฏิบัติตามอย่างจริงจัง

นายจอร์จ ออสบอร์น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังสหราชอาณาจักรกับนายฟิลิป แฮมมอนด์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ซึ่งเขียนบทความลงหนังสือพิมพ์เดลี เทเลกราฟฉบับเมื่อวันพุธ (16 ธ.ค.) ชี้ว่า การตัดท่อน้ำเลี้ยงไอเอสจากระบบการเงินโลกจะต้องเป็นกลยุทธ์สำคัญในการทำลายไอเอสให้หมดสิ้น ที่ผ่านมา ไอเอสทำเงินได้เป็นกอบเป็นกำจากบ่อน้ำมันที่ยึดมาได้ทั้งในซีเรียและอิรัก โดยไอเอสขายให้กับคนทั้งในเขตยึดครองและนอกเขต ในราคาถูกผ่านพ่อค้าคนกลาง นายออสบอร์นกับนายแฮมมอนด์ระบุว่าบ่อน้ำมันในซีเรีย สร้างรายได้ให้กับไอเอสถึงราว 54 ล้านบาทต่อวัน และการใช้กำลังทหารของฝ่ายพันธมิตรโจมตีแหล่งน้ำมันและโครงสร้างได้ช่วยตัดท่อน้ำเลี้ยงของไอเอสลง แต่เราจะต้องทำมากกว่านี้

เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว บริษัทไอเอชเอส ที่ทำงานด้านวิเคราะห์ข้อมูลข่าวสารชี้ว่า รายได้ต่อเดือนของไอเอสสูงถึงราว 2,900 ล้านบาท

 โดยร้อยละ 50 มาจากภาษีที่ไอเอสเก็บจากผู้ประกอบธุรกิจในพื้นที่ยึดครองของตน และจากการยึดสังหาริมทรัพย์และอสังหาริมทรัพย์ของประชาชน ส่วนอีกร้อยละ 43 มาจากการลับลอบขายน้ำมันและก๊าซ นอกจากนั้นไอเอสยังมีรายได้เพิ่มเติมจากการลักลอบค้ายาเสพติดและวัตถุโบราณ รวมทั้งการปล้นธนาคาร การจับคนเรียกค่าไถ่ ธุรกิจย่อย ๆ และเงินบริจาคอีกด้วย


ขอบคุณที่มาจาก บีบีซีไทย - BBC Thai 

เครดิต :
 

ข่าวดารา ข่าวในกระแส บน Facebook อัพเดตไว เร็วทันใจ คลิกที่นี่!!
กระทู้เด็ดน่าแชร์