นาทีระทึก!นักบินหัวใจวาย.ผู้โโยสารอาสาขับเครื่องบินแทน

นาทีระทึก!นักบินหัวใจวาย.ผู้โโยสารอาสาขับเครื่องบินแทน



หวิดตายยกลำ!เกิดเหตุนักบินของเครื่องบิน“ยูไนเต็ด ไฟลท์ 1637” หัวใจวายกระทันหันบินอยู่เหนือท้องฟ้า 30,000 ฟุต 

แต่โชคดีที่หนึ่งในผู้โดยสารเป็นนักบินของกองทัพสหรัฐจึงสามารถนำเครื่องลงจอดฉุกเฉินได้โดยไม่มีใครเป็นอันตราย

วันที่ 4 มิ.ย. เว็บไซด์ข่าวแท็บลอยด์อังกฤษ “เดอะ มิรเรอร์” รายงานจากเมืองเดนเวอร์ ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 3 มิ.ย.ว่า เกิดเหตุกัปตันเครื่องบินโบอิ้ง 737ของสายการบิน “ยูไนเต็ด แอร์ไลน์” เที่ยวบินที่1637 หัวใจวายกลางอากาศกระทันหัน ขณะเครื่องบินอยู่ที่ความสูง 30,000 ฟุต ทำให้นักบินผู้ช่วยต้องประคองเครื่องบินเพื่อลงจอดฉุกเฉินคนเดียว จนในที่สุดพนักงานต้อนรับบนเครื่องบินต้องออกมาประกาศว่า มีผู้โดยสารท่านใดขับเครื่องบินเป็นบ้างหรือไม่ ทำให้หนึ่งในผู้โดยสารในเที่ยวบินดังกล่าวคือนายไมค์ กอนกอล กัปตันเครื่องบินทิ้งระเบิดนิวเคลียร์ “บี-บี1แลนเซอร์”จากกองทัพอากาศสหรัฐออกมาแสดงตัวและอาสาขับเครื่องบินแทน จนสามารถนำเครื่องลงจอดฉุกเฉินที่ท่าอากาศยานในเมืองโอมาฮา รัฐเนแบรสกา ได้โดยไม่มีใครเป็นอันตราย

สำหรับเครื่องบินลำดังกล่าวมีผู้โดยสารทั้งสิ้น160 คน กำลังเดินทางจากเมืองดิมอยน์ รัฐไอโอวา มุ่งหน้าไปเมืองเดนเวอร์ รัฐโคโลราโด กัปตันกอนกอลกล่าวว่า เขารู้สึกถึงความผิดปกติเมื่อเครื่องยนต์ของเครื่องเกิดดับลงเป็นเวลาถึง 30 นาที จากนั้นเครื่องจึงเริ่มเอียงไปทางขวา และพนักงานบนเครื่องก็ออกมาประกาศหาคนขับเครื่องบินแทน เขาจึงรู้ว่านักบินกำลังประสบปัญหาบางอย่างร้ายแรง เขาขออนุญาตจากภรรยา และเดินเข้าไปที่ห้องควบคุมเครื่องบินจึงพบว่านักบินกำลังประสบกับอาการหัวใจวาย และปล่อยให้ผู้ช่วยนักบินซึ่งเป็นผู้หญิงทำหน้าที่เพียงลำพัง เธออยู่ในสภาพที่เครียดมาก เธอและเขาสนทนากันครู่เดียว เขาก็ได้รับอนุญาตให้นั่งในตำแหน่งนักบิน และพาเครื่องบินลงจอดฉุกเฉินทันที

นอกจากนี้พนักงานต้อนรับบนเครื่องยังประกาศหาผู้โดยสารที่เป็นหมอหรือพยาบาลเพื่อช่วยเหลืออาการของนักบินที่กำลังจะเสียชีวิตอีกด้วย จนในที่สุดก็นางลินดา ออลเวส ซึ่งมีอาชีพเป็นพยาบาลก็ออกมาแสดงตัว และช่วยเหลือนักบินที่ป่วยได้อย่างทันท่วงที นายกอนกอล กล่าวว่า เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อ 20 ธ.ค.ปีที่แล้ว 

โดยทุกคนที่อยู่บนเครื่องพยายามอยู่ในอาการสงบแม้จะทราบว่าเกิดเรื่องไม่คาดฝันดังกล่าวขึ้น.

เครดิต :
เครดิต : เดลินิวส์ (อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์)


ข่าวดารา ข่าวในกระแส บน Facebook อัพเดตไว เร็วทันใจ คลิกที่นี่!!
กระทู้เด็ดน่าแชร์