‘บิ๊กตู่’แฉมีขบวนการ ปลุกต้านรบ.ขู่จัดหนักไม่ไว้หน้า

‘บิ๊กตู่’แฉมีขบวนการ ปลุกต้านรบ.ขู่จัดหนักไม่ไว้หน้า



‘บิ๊กตู่’แฉมีขบวนการปลุกต้านรบ.ขู่จัดหนัก'ไม่ไว้หน้า'ยืนยันไม่เหลิงอำนาจใช้ม.44ภาค1รับลูกจับตา5กลุ่มป่วนคุก15วันป้าเก็บขยะบึ้มปลอม'บวรศักดิ์'รับลูกลดดีกรีรธน.

เมื่อวันที่ 3 เมษายน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เป็นประธานงานสถาปนาโรงเรียนเสนาธิการทหารบก ครบ 106 ปี และพิธีเปิดอาคารโรงเรียนเสนาธิการทหารบก (แห่งใหม่) ที่อาคารโรงเรียนเสนาธิการทหารบก (แห่งใหม่) กองคลังยุทโธปกรณ์สรรพาวุธ ถนนพระรามที่ 5 เขตดุสิต กรุงเทพฯ

โดยพล.อ.ประยุทธ์กล่าวให้โอวาทตอนหนึ่งว่า วันนี้ตนนำหลักสูตรทหารที่เน้นการมองให้ลึกมาใช้ทำงาน ถือว่าเพียงพอในการขับเคลื่อนทุกอย่าง มีทั้งคนพอใจและไม่พอใจ แต่เชื่อว่าจะดีขึ้นกว่าเดิม ขณะนี้รัฐบาลต้องแก้ปัญหาที่ซับซ้อน ขับเคลื่อนและปฏิรูปประเทศที่ต้องใช้เวลา ถ้ายังไม่แก้ปัญหาต่อให้เลือกตั้งอีก 10 ชาติก็คงเป็นอยู่แบบนี้ ขณะนี้เราไม่มีปัญหากับประเทศอื่น แต่มีปัญหากันเอง ทุกประเทศยังเดินทางมาท่องเที่ยว ไม่ว่าจะยังมีกฎอัยการศึก หรือใช้มาตรา 44 ก็ตาม

ย้ำไม่ลุอำนาจชี้มีไว้แก้ปัญหา

“หลายคนห่วงว่าเราจะหลงระเริงในอำนาจ แต่ผมคิดว่ายิ่งมีอำนาจมาก ยิ่งต้องระวัง คนที่ให้ความสำคัญกับอำนาจส่วนใหญ่เป็นกลุ่มผลประโยชน์ คนที่สนใจแต่มาตราโน้นมาตรานี้ ทำไมไม่มองว่าจะทำให้คนสามัคคีกันอย่างไร ผมจำเป็นต้องมีอำนาจและจะแก้ปัญหาโดยทำให้ดีขึ้นกว่าเดิม ซึ่งทุกคนต้องช่วยกันเพื่อให้ประเทศเดินหน้าไปได้ด้วย”พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว


ซัดปท.พังเพราะทำงานด้วยปาก

และว่า วันนี้ประเทศเสียหาย เพราะทำงานด้วยปาก มีการเขียนแผน แต่ไม่ลงมือทำจริง รัฐบาลจึงต้องเข้ามาจัดระเบียบ บางคนทนไม่ได้ บอกไม่เป็นประชาธิปไตย วันนี้ตนจะไม่เกรงใจใครตราบใดที่ยังมีการพูดให้กองทัพและประเทศเสียหาย เพราะตนต้องรับผิดชอบทุกอย่าง แต่ขอให้คนไทยช่วยทำความเข้าใจ วันนี้รัฐบาลมีหน้าที่ดูแลคนไทย 60-70 ล้านคนให้ได้ ไม่ว่าใส่เสื้อสีอะไรตนไม่สนใจ เพราะเวลามีจำกัด และต้องช่วยสวดมนต์ให้รัฐบาลใหม่สานต่อให้ได้ด้วย ทุกคนต้องทำตามรัฐบาลที่มีธรรมาภิบาล ถ้าทำตามความต้องการของตัวเอง ต่อให้มีรัฐธรรมนูญหรือกฎหมายกว่า 300 ฉบับก็แก้ไม่ได้ ยิ่งทำยิ่งวุ่น บางประเทศไม่มีรัฐธรรมนูญ แต่ทำตามจารีตประเพณียังดีกว่า เพราะคนเขามีคุณภาพ มีตรรกะและมีเหตุผล

แฉพวกอ้างปชต.ล็อบบี้ต้านรบ.

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวด้วยว่า ขณะนี้มีการล็อบบี้ให้เคลื่อนไหวต่อต้านรัฐบาล โดยใช้คำว่าประชาธิปไตย และคำว่ากฎอัยการศึกคุกคามชีวิต วันนี้อ่านข่าวพาดหัวของสำนักข่าวซีเอ็นเอ็นที่ระบุว่าตนใช้อำนาจเต็มตามมาตรา 44 จะสั่งประหารนักข่าว ชึ่งตนอยากให้รู้ว่าอะไรเป็นอะไร และตนก็จะให้สัมภาษณ์น้อยที่สุด เพราะไม่มีอะไรดีขึ้น ถ้าตนปรับปรุงตัวคนเดียว แต่คนอื่นไม่ปรับปรุง หากคนเหล่านั้นยังมาปรามาส ตนก็จะพูดให้หมดว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง ทุกคนมีแผลไม่ควรออกมาพูด
ในสื่อด้วยซ้ำ

ลั่นไม่ไว้หน้าใครฉะพวกต้านมีเบื้องหลัง

“ที่ผ่านมาผมบอกกับต่างประเทศเสมอว่าขอเวลาให้คนไทย แต่พอเริ่มทำก็มีปัญหา เขาไม่รู้ เห็นเพียงว่าบ้านเมืองเราสวยงาม แต่ไม่รู้ว่าข้างในเป็นโพรง ตอนนี้เรากำลังเติมอิฐเติมทราย แต่ก็มีคนเอาน้ำมาราดตอนที่ยังไม่แห้ง คนพวกนี้ไม่ควรอยู่ในแผ่นดินนี้ จึงต้องใช้กฎหมายดำเนินการ ผมทนไม่ได้ที่จะให้ทำลายประเทศต่อไป ในเมื่อไม่เกรงใจผม ผมก็จะไม่เกรงใจใคร เพราะผมทำให้ประเทศผม ลองไปดูเบื้องหลังคนที่ต่อต้านมีเบื้องหลังทั้งนั้น ผมไม่เคยละเมิดใคร และตั้งแต่ประกาศใช้กฏอัยการศึก หรือมาตรา 44 ก็ไม่เคยมีคนตาย มีแต่คนที่ใช้อาวุธต่อสู้เจ้าหน้าที่ ฉะนั้นอย่าให้มากเกินไป ส่วนสื่อก็ไม่เคยปิดปากสักเล่ม ถ้าเขียนไม่ดีก็แค่เรียกมาคุยกัน ฉะนั้นต่อไปนี้ขอให้เขียนให้ดี ถ้าเขียนไม่ดีก็จำเป็น ผมไม่กลัวใครอยู่แล้ว ถ้าผมไม่กล้าก็ยืนอยู่ตรงนี้ไม่ได้ ถ้าคิดว่าผมไม่ดีก็บอก ผมไปให้อยู่แล้ว พอพูดไปแล้วก็มีอารมณ์นิดหน่อย เพราะเหนื่อยแทบตาย แต่ยังวิจารณ์กันเยอะมาก” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว


กร้าวอย่าเอาปชต.มาแบ่งพวก

และย้ำว่า ตนดูแลทั้งเสียงส่วนใหญ่และส่วนน้อย แต่จะเอาประชาธิปไตยมาแบ่งพวกกันไม่ได้ การต่อต้านเป็นเรื่องธรรมดาในประชาธิปไตย แต่สมัยตนจะมาชุมนุมยืดเยื้อ 6-7 เดือนไม่ได้ อย่ามาใช้คำว่าประชาธิปไตยตอนนี้ เราให้อยู่แล้ว การเลือกตั้งมีรัฐธรรมนูญตามโรดแมพ ไม่เลื่อน แต่ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ ตอนนี้ก็แทบฆ่ากันตายอยู่แล้ว ขอให้ส่งเสริมอย่าทำร้ายกันและกัน


แม่ทัพภาค1รับมี5กลุ่มจ้องป่วน

ด้านพล.ท.กัมปนาท รุดดิษฐ์ แม่ทัพภาคที่ 1 ในฐานะผู้บัญชาการกองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อย (กกล.รส.) กล่าวถึงกรณีนายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯระบุฝ่ายความมั่นคงรายงานข่าวว่ายังมีสถานการณ์เสี่ยงจาก 5 กลุ่มที่จ้องสร้างสถานการณ์ว่า สำนักข่าวกรองแห่งชาติ (สขช.)รายงานเรื่องนี้แล้ว ส่วนผู้บัญชาการทหารบกกำชับ กกล.รส.ในกองทัพภาคต่างๆศึกษารายละเอียดมาตรา 44 และคำสั่งหัวหน้า คสช.ฉบับที่ 3/2558 นั้น กกล.รส.แต่ละกองทัพภาค ก็ต้องศึกษากันอยู่แล้ว การทำงานของเจ้าหน้าที่ทหารก็ยังเหมือนเดิม เพียงแต่กฎหมายชัดเจนมากขึ้น


นายกฯงดจ้อขอเก็บไว้ในใจ

ต่อมาเวลา 15.30 น.ที่ทำเนียบรัฐบาล ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.อ.ประยุทธ์งดให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนตามที่ประกาศไว้ก่อนหน้านี้ เมื่อผู้สื่อข่าวพยายามสอบถามถึงการปรับแผนการบริหารเพื่อแก้ปัญหาการขาดทุนของบริษัทการบินไทย พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวสั้นๆว่า ให้กระทรวงคมนาคมเป็นผู้ตอบ ก่อนเดินขึ้นห้องทำงานบนตึกไทยคู่ฟ้า ระหว่างนั้น ผู้สื่อข่าวถามว่าไม่อึดอัดหรือที่ไม่พูดหรือให้สัมภาษณ์ นายกฯหันมาตอบสั้นๆว่า ทนไม่ได้หรอก พร้อมยกกำปั้นทุบไปที่อกแล้วกล่าวว่า เก็บความรักไว้ในหัวใจ จะได้เข้าใจกัน ก่อนเดินขึ้นตึกไปทันที


แจงใช้ม.44อย่างสร้างสรรค์

ทั้งนี้ ช่วงค่ำวันเดียวกัน พล.อ.ประยุทธ์กล่าวในรายการคืนความสุขให้คนในชาติ ตอนหนึ่งชี้แจงกรณีคสช.ใช้อำนาจตามมาตรา 44 อีกครั้ง โดยอธิบายว่า มาตรา 44 มีอยู่แล้วในรัฐธรรมนูญชั่วคราว เมื่อยกเลิกกฎอัยการศึกก็จำเป็นต้องเขียนให้ชัดเจนขึ้น เพื่อที่จะดูแลงานความมั่นคง ไม่ละเมิดสิทธิมนุษยชนใคร ไม่ได้มีอำนาจเหนือศาล แต่หมายความว่าถ้าสิ่งใดทำไม่ได้เพราะติดกฎหมาย ก็สามารถใช้มาตรานี้ ทำให้เดินหน้าได้ ที่เรียกกันว่าใช้อย่างสร้างสรรค์ ไม่ได้ทำความผิดอย่ากังวล


ซัดพวกหนีกม.ไปนอกให้ร้ายปท.

“การจะมีเสรีภาพสิทธิ ต้องอยู่ในกรอบไม่ทำให้คนอื่นเดือดร้อน แล้วมีช่องทางคัดค้านไม่เห็นด้วย ด้วยวิธีการของประชาธิปไตย วันนี้ หลายคนหนีกฎหมายไปอยู่ต่างประเทศ แล้วไปพูดจาให้ต่างประเทศเข้าใจเราผิด ไม่รักประเทศไทยกันเลยหรือ หรือคิดแต่เพียงว่า ถ้าไม่ได้ครองอำนาจ แล้วต้องทำให้ประเทศไทยเสียหายล่มจมไปเลย ขอให้ไปพิจารณาตัวเอง”นายกฯกล่าว และว่า ขอให้ทุกส่วนราชการทำความเข้าใจกับต่างประเทศด้วย และคนไทยก็ดูแล้วกัน คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.)พิจารณาด้วย


ยกเคสใช้แก้ปัญหาการบิน-รุกป่า

ส่วนการแก้ปัญหามาตรฐานด้านการบินของไทย ตามคำเตือนองค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ (ICAO)นั้น นายกฯกล่าวว่า ปัญหาต่างๆผ่านมา 10 ปีแล้ว ยังไม่ได้รับการแก้ไข รัฐบาลกำลังเดินหน้าเรื่องการพูดคุย ภายใน 90 วัน โดยใช้อำนาจตามมาตรา 44 เพราะกฎหมายเดิมทำไม่ได้ สิ่งที่ต้องทำให้ได้คือ จัดตั้งกรมควบคุมขนส่งทางอากาศ ไม่น่าเกิน 90 วัน เช่นเดียวกับ การแก้ปัญหาที่ดิน การบุกรุกทรัพยากรธรรมชาติ ป่าไม้ ที่นำมาตรา 44 มาใช้แก้ปัญหาบางจุดในทางสร้างสรรค์ เพราะเกี่ยวกับหลายกระทรวง อาจใช้เวลาเป็นปี ไม่เช่นนั้นทำไม่สำเร็จ


ส่ง“บิ๊กป้อม”ประเดิมแจงงานมั่นคง

ช่วงท้ายของรายการพล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า วันนี้มีการปรับรูปแบบรายการให้ประชาชนมีโอกาสได้ฟังผู้ปฏิบัติงาน จึงเชิญพล.อ. ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯดูแลด้านความมั่นคง และรัฐมนตรีที่ดูแลความมั่นคงมาชี้แจงทำความเข้าใจกับประชาชน สัปดาห์ต่อไปก็จะมีรองนายกฝ่ายอื่นๆ ผลัดกันมาพูดคุย จะได้เห็นว่า ทุกคนทำงานหนัก หากมีข้อสงสัย ติ ชม วิจารณ์ ก็ว่ามาแล้วกัน


“บิ๊กป้อม”ไม่ยุ่งกับสื่อถ้าไม่ยั่วยุ

พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหมกล่าวถึงกรณี 4 องค์กรวิชาชีพสื่อมวลชนออกแถลงการณ์แสดงความเป็นห่วงคำสั่งหัวหน้า คสช.ตามอำนาจมาตรา 44 ข้อที่ 5 จะกระทบสิทธิเสรีภาพประชาชนและสื่อมวลชน โดยยืนยันว่า คำสั่งดังกล่าวไม่กระทบสื่อ การเสนอข่าวยังเป็นไปโดยปกติ ไม่ยุ่งถ้านำเสนอตามข้อเท็จจริง ส่วนที่จะไปยุ่งเกี่ยวก็ต่อเมื่อ การเสนอของสื่อก่อให้เกิดความแตกแยก

ผู้สื่อข่าวถามว่า รัฐบาลและคสช.ต้องทำความเข้าใจการนำเสนอของสื่อต่างประเทศด้วยหรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า นี่บ้านเมืองของเรา เวลาบ้านเมืองลุกเป็นไฟต่างชาติช่วยได้หรือไม่


รบ.ฟุ้งตอบรับม.44เชิงบวก

ด้านพล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีกล่าวว่า การประกาศใช้มาตรา 44 ได้รับเสียงตอบรับเชิงบวกจากภายในประเทศ ทั้งด้านการท่องเที่ยว การค้าการลงทุนและภาคอุตสาหกรรม สะท้อนให้เห็นว่า รัฐบาลพยายามผ่อนคลายมาตราการหลายประการลงไปตามลำดับของสถานการณ์ที่พัฒนาไปในประเทศ


แนะกลุ่มวิตกอ่านให้ละเอียด

สำหรับเสียงสะท้อนจากองค์กรระหว่างประเทศ ที่วิตกกังวลว่า มาตรา 44 เป็นการให้อำนาจ คสช.มากนั้น พล.ต.สรรเสริญชี้แจงว่า ถ้าอ่านเฉพาะบทบัญญัติโดยกว้างของมาตรา 44 ก็อาจทำให้เกิดความรู้สึกเช่นนั้นได้ แต่ถ้าไปดูรายละเอียดของประกาศทั้ง 14 ข้อ เชื่อว่าจะผ่อนคลายความกังวลของต่างประเทศระดับหนึ่ง เพราะเขียนขอบเขตการใช้อำนาจชัดเจน เช่น คดีความมั่นคงขึ้นศาลทหาร 3 ศาล ยืนยันรัฐบาลจำเป็นต้องมีกฎหมายบางฉบับเพื่อจัดระเบียบสังคม สนับสนุนการปฎิรูป สร้างปรองดอง เพราะประชาธิปไตยไม่สามารถเกิดได้ท่ามกลางความขัดแย้ง


7เมย.ศาลทหารนัดแจงวิธีทำงาน

ขณะที่พ.อ.คงชีพ ตัณตระวานิช โฆษกกระทรวงกลาโหมเปิดเผยว่า สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญจะนำบุคลากรด้านคดีรัฐธรรมนูญจำนวน 50 คน เข้ารับฟังบรรยายหัวข้อเกี่ยวข้องกับวิธีพิจารณาความอาญาทหาร และเยี่ยมชมการพิจารณาคดีของศาลทหารวันที่ 7 เมษายน เวลา 08.30-12.00 น.ที่ศาลทหารกรุงเทพ กรมพระธรรมนูญ กระทรวงกลาโหม เพื่อสร้างความเข้าใจกับสาธารณะต่อองค์กรศาลทหาร และการพิพากษาคดีของศาลทหาร


บัวแก้วพร้อมแจงทูตยันไม่มีใครติดใจ

ในส่วนของกระทรวงการต่างประเทศ นายดอน ปรมัตถ์วินัย รมช.ต่างประเทศ กล่าวถึงท่าทีของต่างชาติหลังยกเลิกกฏอัยการศึก และประกาศใช้คำสั่ง คสช.ตามอำนาจมาตรา 44 ว่า เรื่องนี้คนยังไม่เข้าใจ ซึ่งตนพร้อมจะชี้แจงเรื่องนี้กับทูตประเทศต่างๆ รวมถึงองค์กรระหว่างประเทศด้วย เชื่อว่าถ้าต่างชาติรับฟังคำอธิบาย มาตรา 44 เป็นเครื่องมือส่งเสริมสนับสนุนการปฎิรูปประเทศไทย ด้านความมั่นคง ไม่ใช่เรื่องแปลกทุกประเทศมี แม้จะไม่มีการปฏิรูป เป็นความตั้งใจดี ถ้าเราอธิบายชัดเจนเขาก็เข้าใจ ส่วนเรื่องที่เขาจะคลางแคลงใจการใช้อำนาจของนายกฯนั้น ตนเชื่อว่าไม่มี เขาอยู่กับเรามาตั้งแต่วันยึดอำนาจ 22 พฤษภาคม 2557 พอมีความรู้ความเข้าใจระดับที่ดี ยืนยันทุกชาติที่เข้ามาไม่เคยมีใครบ่น ไม่มีใครติดใจ


กสม.เยี่ยมผู้ต้องหาบึ้มศาลอ้างถูกซ้อม

วันเดียวกัน นพ.นิรันดร์ พิทักษ์วัชระ กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการด้านสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมืองเปิดเผย หลังเข้าเยี่ยมผู้ต้องหาคดีวางระเบิดศาลอาญา ที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯและทัณฑสถานหญิงกลางหลังได้รับเรื่องร้องเรียน ที่กล่าวอ้างเจ้าหน้าที่รัฐซ้อมทรมานผู้ต้องหาว่า ตนพร้อมทีมแพทย์จากสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ กระทรวงยุติธรรม เข้าเยี่ยมผู้ต้องหาชาย 5 คน และผู้ต้องหาหญิง 2 คน โดยผู้ต้องหาชาย 2 คนให้ปากคำว่า ระหว่างเจ้าหน้าที่ทหารควบคุมตัวได้ทุบตีและช๊อตไฟฟ้าทำให้บาดเจ็บ พร้อมแสดงบาดแผลที่เกิดจากการถูกช็อตไฟฟ้าให้ดูด้วย จากนี้ต้องรอผลตรวจจากสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ที่จะส่งมาให้คณะอนุกรรมการฯประกอบการพิจารณา อีกทั้ง หลังสงกรานต์จะเชิญฝ่ายเจ้าหน้าที่ทหารมาชี้แจงด้วย ส่วนผู้ต้องหาทั้งหมดยืนยันว่าระหว่างถูกควบคุมในชั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจและเรือนจำ ไม่มีการซ้อมทรมานหรือใช้ความรุนแรงแต่อย่างใด


ตร.ช่วยค่าปรับคดีวางบึ้มปลอม

ขณะเดียวกัน กรมทหารม้าที่ 1 รักษาพระองค์ ควบคุมตัวนางสาระภี จันทร์หนองสรวง อายุ 54 ปี คนเก็บของเก่า ที่นำระเบิดปลอมไปวางทิ้งไว้ที่เสาไฟฟ้าบริเวณปากซอยพัฒนาการ 65 มามอบให้ตำรวจสืบสวนนครบาล เพื่อสอบปากคำและดำเนินคดี

โดนนางสาระภี ให้การรับสารภาพว่า เป็นผู้นำระเบิดปลอมไปวางไว้จุดดังกล่าวจริง เนื่องจากในวันเกิดเหตุ เห็นกล่องสุรายี่ห้อหนึ่งวางอยู่ พอเข้าไปเปิดดู พบว่าภายในมีระเบิดปลอมพร้อมนาฬิกา จึงได้นำออกจากกล่องไปวางที่โคนเสาไฟฟ้าและเก็บกล่องสุรานั้นเพื่อนำไปขาย ซึ่งนางสาระภียืนยันว่า ไม่มีเจตนาทำให้ผู้อื่นตกใจ

เบื้องต้นตำรวจแจ้งข้อหาทำให้ผู้อื่นเกิดความหวาดกลัว หรือตกใจโดยการขู่เข็ญ ระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 เดือน หรือปรับไม่เกิน 1 พันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ หลังจากนั้นตำรวจได้นำตัวนางสาระภีไปส่งฟ้องต่อศาลแขวงพระโขนงโดย ทั้งนี้พ.ต.อ.เมธา เจียมไกรศรี ผกก.สน.ประเวศ ได้มอบเงินจำนวน 1,000 บาท ให้กับนางสาระภีไปจ่ายค่าปรับในคดีดังกล่าว เนื่องจากเห็นว่านางสาระภีไม่ได้มีเจตนากระทำผิด จึงจ่ายค่าปรับแทนให้ทั้งหมด


ศาลสั่งจำคุกครึ่งเดือนป้าเก็บขยะ

ต่อมาศาลจังหวัดพระโขนงได้อ่านคำพิพากษา โดยพิเคราะห์แล้วเห็นว่า จำเลยกระทำความผิดจริง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 392 พิพากษา จำคุกจำเลยเป็นเวลา 15 วัน การกระทำของจำเลยเป็นเหตุให้ประชาชนทั่วไปเกิดความหวาดกลัวหรือตกใจ จึงไม่มีเหตุให้รอการลงโทษ

ภายหลังมีคำพิพากษาเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ได้นำนางสารภี ไปควบคุมตัวไว้ที่ทัณฑสถานหญิง กลางบางเขน ต่อไป


“บิ๊กต๊อก”พร้อมแจงเสื้อแดงคดี99ศพ

สำหรับความคืบหน้ากรณีแต่งตั้งคณะพนักงานสอบสวนชุดใหม่คดีผู้เสียเสียชีวิตจากเหตุการณ์ชุมนุมทางการเมือง 99 ศพ ปี 2553 พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รมว.ยุติธรรม เปิดเผยว่า นายกฯสั่งให้เร่งคลี่คลายคดี เหมือนคดีทุจริตทุกคดี ทั้งนี้ ไม่ว่าฝ่ายใดหากมีประเด็นข้อสงสัย สามารถเข้ามาพบเจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เพื่อสอบถามรายละเอียดได้ ส่วนกรณีสัปดาห์หน้ากลุ่มนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.)จะมาสอบถามถึงการตั้งคณะพนักงานสอบสวนชุดใหม่ และข้อเท็จจริงรายละเอียดต่างๆ รวมถึงแสดงเจตนาขอมีส่วนร่วมกับคณะทำงานฯ โดยอาจตั้งคณะทำงานขึ้นมาทำงานคู่ขนานกับดีเอสไอนั้น ตนและเจ้าหน้าที่พร้อมพูดคุยชี้แจงทุกข้อสงสัย หากเดินทางมาสอบถามข้อมูล ขอให้มาตามระบบยุติธรรม ไม่ใช่มาด้วยเทคนิคหรือวิธีทางการเมือง



เครดิต :
เครดิต : เนื้อหาข่าว คุณภาพดี หนังสือพิมพ์แนวหน้า


ข่าวดารา ข่าวในกระแส บน Facebook อัพเดตไว เร็วทันใจ คลิกที่นี่!!
กระทู้เด็ดน่าแชร์