เติ้งพลิ้วไม่ตอบทำงานร่วมหมักยันตัดสินใจยึดบ้านเมืองเป็นหลัก

"บรรหาร” พลิ้วไม่ตอบทำงานร่วม “หมัก”ได้หรือไม่ บอกใบ้ให้ไปย้อนอดีตสมัยสัตยาบันก่อนเลือกตั้ง 2 เม.ย.
 

(24ธค.) นายบรรหาร ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทย ได้เดินทางไปปฎิบัติภารกิจที่บริษัท สยามเยนเนอรัลเอนจิเนียริ่งคอนซัลแตนท์ จำกัด ย่านบางขุนพรหม โดยใช้เวลาที่บริษัทประมาณ 2 ชั่วโมง จากนั้นได้เดินทางมายังที่ทำการพรรคชาติไทย ในเวลา 12.00 น.  นายบรรหาร ให้สัมภาษณ์ว่า ขอให้เห็นใจตนบ้าง เนื่องจากยังไม่มีข้อมูลอะไร เพราะเมื่อคืนนอนตี 2 ตี 3 พึ่งตื่นเมื่อ 10.00 น.ข้อมูลจึงยังไม่มีและไม่มีอะไรคืบหน้าไปกว่านั้น เพราะการประสานงานไม่ใช่ง่ายๆไม่ใช่ว่าใครต่อใครจะตอบตกลงได้ มันต้องมีการพิจารณาให้รอบคอบ ดังนั้นการจัดตั้งรัฐบาลมันจึงไม่ง่าย บางทีเกือบ 15 วันจึงจะเสร็จในการรวบรวมพรรค


ผู้สื่อข่าวถามว่า นายสมัคร สุนทรเวช หัวหน้าพรรคพลังประชาชน ติดต่อมาบ้างหรือไม่ นายบรรหาร กล่าวว่า “ไม่ทราบครับ”

เมื่อถามว่า พรรคพลังประชาชนเชิญพรรคชาติไทยมาอย่างเป็นทางการเมืองหรือไม่ นายบรรหาร กล่าวว่า ไม่มีครับ ผู้สื่อข่าวถามต่อว่า อะไรเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้ต้องคิดหนักในขณะนี้ นายบรรหาร กล่าวว่า น้องๆ คงต้องมาลงการเมืองกับตนแล้วไปด้วยกัน จะได้รู้ว่าอะไรหนักหรือไม่หนัก มันตอบยาก ไม่ง่าย ต่อข้อถามว่า เมื่อประกาศจับมือกับพรรคเพื่อแผ่นดินแล้ว จะจับมือกับพรรครวมใจไทยชาติพัฒนา และมัชฌิมาธิปไตยอีกหรือไม่ นายบรรหาร กล่าวว่า ตรงนี้แหละที่ตนบอกว่ายังไม่มีข้อมูล แต่อย่างไรก็ตามเมื่อคืนวันที่ 23 ธ.ค.ตนได้แถลงข่าวไปแล้ว


เมื่อถามว่า พล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ ประสานสายสัมพันธ์กับพรรครวมใจไทยชาติพัฒนาได้ดีหรือไม่

นายบรรหาร กล่าวว่า พล.ต.สนั่นกำลังทำงานอยู่ และตนก็ยังไม่ได้เจอกับพล.ต.สนั่น จึงยังไม่ทราบอะไร เมื่อถามถึงกระแสข่าวว่า ขณะนี้พรรคพลังประชาชน จะไม่เอาพรรคชาติไทยกับพรรคเพื่อแผ่นดิน นายบรรหาร กล่าวว่า ก็ไม่เป็นไร ก็ไปชวนใครซิ นี่เป็นการตั้งคำถามของสื่อมวลชนเองนะ ซึ่งอย่างนี้มีการตั้งคำถามให้ชนกัน ซึ่งตนไม่มีความเห็น

ถามว่า แนวทางการทำงานของพรรคชาติไทย สามารถทำงานร่วมกับนายสมัครได้หรือไม่ นายบรรหาร กล่าวว่า “เอะ ไม่ทราบนะ คืออยากให้ย้อนนึกไปถึงตอนที่เราจะทำสัญญาสัตยาบันรวมกัน 4 พรรค และเชิญทางโน้นมา โดยเชิญให้เราไปที่รัฐสภา เราก็ไม่ลงนาม ซึ่งคราวนี้ก็มาในรูปแบบเดียวกัน เอาแค่นี้พอ การตัดสินใจอะไรต้องคำนึ่งถึงบ้านเมืองเป็นหลัก และความถูกต้อง ก็ถือเป็นสำคัญ ” นายบรรหาร กล่าว


นายบรรหาร กล่าวว่า ต้องขอบคุณประชาชนทั่วประเทศ ที่กรุณาลงคะแนนให้พรรคชาติไทย ซึ่งเดิมตนประเมินไว้ว่าได้ไม่ต่ำกว่า 30 เสียง

แต่นี่ได้เกินมาก็ดีใจนิดหน่อย ได้เฉียด 40 คนก็ค่อยยังชั่ว เพราะถ้าต่ำกว่า 30 คนก็แย่ แต่เท่าที่ประเมินก็หายไปเกือบ 20 คน และเท่าที่ดูเช้านี้แม้แต่นายอนุรักษ์ จุรีมาศ ผู้สมัครร้อยเอ็ด ก็ยังหายไปอีกคน ส่วนจังหวัดชลบุรีตอบได้ยาก เป็นไปตามกระแสมากกว่า และตนก็ไม่ได้ไปปราศรัยที่นั่นด้วย ซึ่งแต่เดิมตั้งใจไว้ว่าจะไปชี้แจงให้ชาวชลบุรีได้ทราบว่าอะไรเป็นอะไร แต่ไม่มีโอกาส อย่างไรก็ตามเราอาจจะประมาทไปบ้างพอสมควร เมื่อถามถึงกรณีที่ น.ส.จณิสตา ลิ่วเฉลิมวงศ์ ผู้สมัครส.ส.ดอนเมือง สอบตกทั้งที่โพลบรรหารบอกตลอดว่าได้ นายบรรหาร กล่าวว่า ผลโพลทุกแห่งที่ออกมาก็มีชื่อ น.ส.จณิสตาติดมาด้วยกันทั้งนั้น แต่เมื่อเจอ 2 วันสุดท้าย ก็ไม่รู้จะทำอย่างไร พลิกไปแบบนี้มันก็ช่วยอะไรไม่ได้ ที่กะไว้จะได้ก็ไม่ได้ ส่วนที่คนที่กะว่าไม่ได้ก็ได้ขึ้นมา ทุกสมัยเป็นอย่างนี้เหมือนกันหมดผู้สื่อข่าวถามว่า เกี่ยวกับการซื้อเสียงหรือไม่ นายบรรหาร กล่าวว่า ตนไม่ทราบ


เมื่อถามว่า ถึงขณะนี้ได้พูดคุยกับผู้ใหญ่ที่นับถือมานานกว่า 30 ปีแล้วหรือไม่ นายบรรหาร ปฎิเสธที่จะตอบคำถามดังกล่าว แล้วเดินขึ้นห้องทำงานที่พรรคทันที

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับการทำสัญญาสัตยาบันรวมกัน 4 พรรค (ประชาธิปัตย์ ชาติไทย มหาชน ไทยรักไทย) ที่นายบรรหารกล่าวถึงนั้น หมายถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก่อนการเลือกตั้ง 2 เม.ย.2549 โดยเมื่อวันที่ 26 ก.พ.2549 อดีตพรรคร่วมฝ่ายค้าน ได้เสนอให้พรรคไทยรักไทยร่วมลงสัตยาบันแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยให้ไปร่วมลงสัตยาบันกันที่รัฐสภา ในวันที่ 27 ก.พ. แต่ปรากฎว่า พรรคไทยรักไทยไม่รับข้อเสนอดังกล่าว โดยมีเงื่อนไขว่าการลงสัตยาบันต้องทำร่วมกันทั้งหมด 20 พรรค ไม่ใช่ทำแค่เพียง 4 พรรคเท่านั้น ดังนั้นพรรคร่วมฝ่ายค้านจึงปฎิเสธ และบอยคอตการเลือกตั้งดังกล่าว


เครดิต :
ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดยหนังสือพิมพ์คมชัดลึก

ข่าวดารา ข่าวในกระแส บน Facebook อัพเดตไว เร็วทันใจ คลิกที่นี่!!
กระทู้เด็ดน่าแชร์