อย่ายอมความกับเรื่องชั่ว / เปลวสีเงิน

อย่ายอมความกับเรื่องชั่ว

เปลวสีเงิน 6 เมษายน 2549 กองบรรณาธิการ

พ.ต.ท.ทักษิณ นี่ท่านเป็นคน ๒ อารมณ์ จะเรียกว่าเป็น "นายกฯ ศิลปิน" ก็คงไม่ผิด อารมณ์หนึ่งจะเต็มไปด้วยความกล้า บ้าบิ่น ก้าวร้าว ดื้อรั้น แต่ในอีกอารมณ์หนึ่งเหมือน "สาวเครือฟ้า"

พร้อมจะสร้างอารมณ์เศร้า แล้วบิดน้ำตาสำออยได้ทุกขณะ


ดูอย่างคืนวานซืนนี้..เห็นมั้ย พอช่างกล้องทีวีพูลบอกว่า..แอคชั่น..เท่านั้นแหละ ท่านระบายแววหม่นทั่วกรอบหน้าเหลี่ยม เหมือนตะวันยามโพล้เพล้เห็นแล้วชวนร้องไห้

ท่านประกาศ "สละตำแหน่งนายกฯ" ในอนาคตทิ้งไป

แต่สงวนตำแหน่ง "นายกฯ รักษาการ" ในปัจจุบันไว้

ผู้คนทั้งบ้านทั้งเมืองฟังแล้ว บ้างก็กอดกันร่ำไห้ด้วยสงสาร บ้างก็กอดกันรำพรรณพร่ำ แล้วทีนี้ใครจะเอาเงินมาแจก

สรุปความได้ว่า การประกาศ "เว้นวรรค" ตำแหน่งนายกฯ ของทักษิณคืนวันที่ ๔ เมษายน ๒๕๔๙ ครั้งนี้นั้น

ลงความเห็นกันว่า เป็นการเสียสละเพื่อบ้าน-เพื่อเมือง!?

แต่สำหรับผม ไม่สงสารซักนิด และไม่คิดแม้แต่น้อยว่า..นี่คือการเสียสละเพื่อชาติของท่าน

บางคนฟังแล้วอาจทำตาเขียวใส่ แต่ผมรู้ว่า-อย่างน้อยก็มีคนหนึ่งละที่รู้ คือรู้ว่าที่ผมพูดนั้น..มันจริง

คนนั้นก็คือ พ.ต.ท.ทักษิณ!

ถ้าท่านจะเสียสละเพื่อชาติด้วยการเว้นวรรคอย่างนี้จริงๆ ละก็ ท่านเว้นไปให้ตั้งนานแล้ว

การเว้นวรรคนี้ เป็นการเสียสละเพื่อเซฟตัวเองและครอบครัวชัดๆ เพียงแต่ท่านฉลาดเลือกทำในจังหวะที่ดูแล้วกลมกลืน เหมือนเปิดตำราพิชัยสงครามของ "ปราชญ์ซุนวู" ในหมวดว่าด้วยการถอยทัพ

ถอยอย่างนี้แหละที่เรียกว่า "ถอยอย่างมียุทธศาสตร์" และศัตรูก็ไม่กล้าไล่ล่า

แต่สังคมอารยะ จะอารยะขัดขืน หรืออารยะครับนาย ก็ตามเถอะ เป็นสังคมที่ให้เกียรติคู่ต่อสู้เสมอ ฉะนั้น เมื่อท่านตีหน้าเศร้าเล่าผลงานแล้วประกาศเว้นวรรคการเมือง

ก็ต้องให้เกียรติ และยกให้ท่านเป็น "ผู้เสียสละเพื่อชาติ"

ทั้งที่จริงๆ แล้ว ชาติสูญเสียไปเพราะท่านมากต่อมาก ชนิดต่อให้เว้นถึง ๑๐ วรรคก็ยังชดเชยกันไม่คุ้ม!


แต่ครอบครัวนายกฯ ท่านน่ารัก ไปไหน-ไปกัน สุข ก็สุขด้วยกัน ทุกข์ ก็ทุกข์ด้วยกัน คุณหญิงอ้อท่านเป็นเมียที่ "ใจกว้าง" และมีความเข้าใจคนเป็นผัวได้ลึกซึ้ง

อย่างนี้ สมแล้วที่เป็น "ยอดนารีศรีสยาม"

แต่..ในสูญเสียก็ยังมีสิ่งได้ชดเชยเข้ามานะครับ เพราะเท่าที่ผมสังเกต หลังจากประกาศเว้นวรรคเสร็จ ปรากฏว่าหลังจอมีบรรดารัฐมนตรีและลูก-เมียท่านนายกฯ เป็นกองหนุนให้อุ่นหลังอยู่เพียบ

ก่อนที่ "คุณหญิงอ้อ" จะโผเข้ากอดเป็นกำลังใจให้นายกฯ เป็นคิวแรก แต่ปรากฏว่าลูกชายคนโต "คุณทองปากบาน" จากบุรีรัมย์แหวกคิว โผเข้ากอดเป็นคนแรกด้วยอินสุดๆ


"ลูกโอ๊ค" ยังต้องเป็นคิวที่ ๓ ด้วยซ้ำ!

เรียกว่าเรียงกันกอดให้กำลังใจพ่อไปตามฐานานุรูป ดังนี้ คุณทองปากบาน คุณพานทองแท้ คุณแพทองธาร และคุณพิณทองทา

และเมื่อวานได้ข่าวว่า มีการประชุม ครม.นัดพิเศษ ถ้าจะให้ตรงตัวน่าจะเรียกว่า "ประชุม ครม.นัดสั่งเสีย" มากกว่า นายกฯ รักษาการท่านทำพิธีมอบกระบี่มือหนึ่งให้ พล.ต.อ.ชิดชัย วรรณสถิตย์ ทำหน้าที่นายกฯ รักษาการนับจากนี้ไป จนกว่าจะมีรัฐบาลใหม่

ส่วนนายกฯ รักษาการตัวจริง ขอลาพักผ่อนตลอดกาล!

ลาไม่ลาเปล่า ทำเป็นลางด้วยการเก็บข้าวของเครื่องใช้ในสำนักงานที่ทำเนียบฯ กลับไปบ้านเรียบ

ตัวท่านหยิบภาพถ่ายครอบครัวที่ใส่กรอบบรรจงตั้งไว้บนโต๊ะทำงานถือติดมือลงไปชิ้นเดียว อำลาบรรดาข้าราชการ อำลาบรรดาช่างภาพ-นักข่าว เรียกว่าภาพนี้..เข้าถึงบทแฟมิลี่แมนตัวจริง!

นี่พูดกันจริงๆนะครับ คนที่กินไม่ได้ นอนไม่หลับ ถ่ายไม่ออกตอนนี้ ไม่ใช่ท่านนายกฯ แต่เป็น ๔ ทหารเสือแห่งกกต.เพราะทำท่าว่า เลือกตั้งกันให้ตายไปข้าง ยังไงๆภายใน ๑ เดือนเห็นจะคลอดสส.ได้ไม่ครบ ๕๐๐

แล้วจะเปิดสภา ควานหาตัวนายกฯคนใหม่กันได้อย่างไร คิดแล้วปวดหัว?

และที่ปวดยิ่งกว่านั้น หนังสือร้องทุกข์กล่าวโทษของคณาจารย์นิติศาสตร์ และของพรรคประชาธิปัตย์ที่ยื่นให้กกต.สอบสวนดำเนินคดีพ.ต.ท.ทักษิณว่ามีการกระทำเข้าข่ายผิดกฎหมายเลือกตั้งในระหว่างตระเวณหาเสียงหลายต่อหลายครั้งนี่ซิ

เผลอๆจะเป็น"ปลาตายน้ำตื้น"เอาง่ายๆ เพราะพยานหลักฐานที่เขารวบรวมมาก็น่าเสียว เผลอๆการประกาศเว้นวรรคของนายกฯจะหมดความหมายไปเลย

ถ้ามีคำวินิจฉัยออกมาว่านายกฯทำผิดกฏหมายเลือกตั้งจริง มันจะไม่แค่เว้นวรรค แต่ถึงขั้นให้ออกไปนอกสนามการเมืองเลยทีเดียว!

การเมืองไม่ใช่ละครหลังข่าว มันจะใช้แค่"คราบน้ำตา"จากบทสงสารมาชดเชยความเสียหายของชาติไม่ได้

การเมืองอย่าเสพอย่างฉาบฉวย และสรุปอย่างฉาบฉวย ความดีกับความชั่ว,ความผิดกับความถูก.สิ่งขาวกับสิ่งดำ เป็นสิ่งที่จะนำมาประนีประนอมกันไม่ได้ ในสังคมชาติ ประชาธิปไตย ที่ไม่มี คุณธรรม-ศีลธรรม-จริยธรรม กำกับควบคู่ มันก็คือ..สังคมอนาธิปไตย บ้านเมืองที่ไร้ขื่อ ไร้แป

คุณธรรม-ศีลธรรม-จริยธรรม ที่ไม่มีระบอบประชาธิปไตยเป็นส่วนผสมเพื่อการใช้ร้อยรัดสังคมชาติ มันก็คือ ความอ่อนแอชนิดเหลวเป๋ว คำก็บาป..สองคำก็บาป..จะยังประโยชน์อะไรให้สำเร็จในทางปฏิบัติไม่ได้เลย

ฉะนั้น ส่วนผสมเพื่อการดำรง วิถีคน,วิถีสังคม,และวิถีชาติ สู่จุดสร้างสรรค์เพื่อสังคมรวม เราต้องแยกแยะ ผสมผสานกันให้ถูกส่วน มาตรการนั้นถึงจะพร้อมด้วยคุณค่าในทางปฏิบัติอันยอมรับกันได้ทุกฝ่าย

ถ้าสงสาร-อภัย ตะพึดตะพือ แบบไร้สติแยกแยะ นั่นจะกลายเป็น"สังคมแหย"และต้องพบกับความยับเยินซ้ำซาก

ถ้าหยาบกร้าน จองเวร ไม่อภัย ตะพึดตะพือ คนดีก็ฉิบหาย คนร้ายก็จะฮึดสู้ สังคมก็เหมือนตกอยู่ในกองเพลิง คนที่มีชีวิตอยู่รอดเท่านั้น คือคนถูก ส่วนคนที่ถูกทำให้ล้มไป คือคนผิด


สิ่งที่ผมอยากจะบอกต่อท้ายนับจากนี้ก็คือ การเว้นวรรคของนายกฯทักษิณ ยังไม่ใช่ความสิ้นสุดแห่งความยุ่งยากของแผ่นดินจากระบอบประชาธิปไตย-ไร้จริยธรรม

อย่าลืม..ระบอบทักษิณ ยังครอบคลุม-ยึดครองอยู่เหนือระบอบประชาธิปไตยคุณธรรมของแผ่นดินไทยวันนี้


"ความยึดโยงของผลประโยชน์"ระหว่างอาณาจักรบริวาร กับศูนย์กลางอำนาจรัฐ ขณะนี้ยังเชื่อมต่อกันแบบสนิท เมื่อประโยชน์มันยังลงตัว และอำนาจนั้น ต้องสืบสานกันไว้เป็นอำนาจคุ้มหัว

ฉะนั้น ใครที่คิดว่า"เมื่อประกาศเว้นวรรค"แล้วระบอบทักษิณจะสลายไป พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิไตยควรปลดระวางเป็น"ซากหลังสงคราม"ทิ้งไป

โปรดเข้าใจเสียใหม่...

เชื้อชั่วเพียงพักการขยายพันธุ์ชั่วคราวเท่านั้น!


อย่าลืมนะครับ..นายกฯทักษิณไม่ใช่ศัตรูชาติ และนายกฯทักษิณ ไม่มีความจำเป็นที่ใครจะไปไล่ท่าน สิ่งที่เป็นศัตรูของชาติ และคนไทยทุกคนควรช่วยกันไล่เลียงก็คือ เรื่องซื้อเครื่อง CTX ที่สนามบินหนองงูเห่า เรื่องแปรรูปกฟผ.ผิดกฎหมาย เรื่องซุกหุ้น ภาค ๒ เรื่องขนสัมปทานชาติไปขายสิงคโปร์ เรื่องผิดกฎหมายเลือกตั้ง เรื่องขายหวยบนดินเข้ากระเป๋า เรื่องเหล่านี้แหละที่..ประนีประนอมกันไม่ได้เด็ดขาด!

เครดิต :
 

ข่าวดารา ข่าวในกระแส บน Facebook อัพเดตไว เร็วทันใจ คลิกที่นี่!!
กระทู้เด็ดน่าแชร์