อภิสิทธิ์ ไม่หวั่นคดียุบพรรค

"ไม่หวั่นยุบพรรค"



ทางด้านพรรคประชาธิปัตย์ วันที่ 26 พ.ค. ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีความหวั่นไหวต่อคดียุบพรรคที่คณะตุลาการรัฐธรรมจะวินิจฉัยในวันที่ 30 พ.ค.นี้ว่า

ไม่ได้วิตกหวั่นไหวอะไร เพราะตลอดระยะเวลาที่สัมผัสตุลาการรัฐธรรมนูญดูเข้าใจดีว่า

คดีนี้เป็นเรื่องใหญ่ ต้องให้ความเป็นธรรม สิ่งเหล่านี้ทำให้สบายใจ แต่แน่นอนมันมีบางกลุ่มที่ได้ประโยชน์ได้เคลื่อนไหวพยายามให้ยุบพรรคประชาธิปัตย์ ส่วนเป็นกลุ่มไหน ขอให้วิเคราะห์กันเอาเองดีกว่าว่าใครได้ประโยชน์ ส่วนที่จะเป็นกลุ่มที่ตั้งธงให้ยุบทั้งสองพรรคหรือไม่นั้น มันมีหลายกลุ่ม มีกลุ่มการเมืองด้วย

ถ้าพูดในแง่กลุ่มการเมืองก็อยากให้มีการยุบสองพรรค แต่ไม่ให้ลงโทษตามคำสั่ง คปค. เพราะอาจจะเกี่ยวกับคนของกลุ่มด้วย ถ้าออกมาในรูปนี้ สองพรรคเดิมจะเสียเปรียบคนที่จะตั้งพรรคใหม่ จุดนี้จะเป็นเรื่องนำไปใช้ต่อรองกับฝ่ายอื่นๆอีก แต่เชื่อว่าคณะตุลาการรัฐธรรมนูญไม่อยู่ภายใต้แรงกดดันพวก


ย้ำตัดสินผิดระบอบทักษิณคืนชีพ



นายอภิสิทธิ์กล่าวอีกว่า แม้มีคนมาบอกว่าต้องยุบพรรคไทยรักไทย ไม่ยุบไม่ได้ คมช.จะเสียหน้า เพราะตอบไม่ได้ว่ารัฐประหารมาทำไม ถ้าพรรคไทยรักไทยไม่ได้ทำผิดจะคิดแบบนี้ไม่ได้ คิดแบบนี้อันตรายมาก เช่น ไปบอกว่าต้องทำเพื่อกำจัดพรรคไทยรักไทย ถ้าไม่สามารถพิสูจน์ได้ว่าพรรคนี้ทำผิด

จะไปสร้างความชอบธรรมมหาศาลเลยว่าในที่สุดระบอบทักษิณคือตัวแทนของประชาธิปไตย แล้วผู้มีอำนาจในปัจจุบันเป็นผู้ที่ไม่มีหลักการและกลั่นแกล้ง
ขอยืนยัน ถ้าใครผิดต้องลงโทษ ใครไม่ผิดลงโทษไม่ได้ ถ้าไปใช้หลักอื่นจะยิ่งวุ่นวายกันไปใหญ่ อย่าลืมมีสุภาษิตกฎหมายระบุว่า ปล่อยคนผิดกี่คนก็แล้วแต่ ยังดีกว่าลงโทษคนไม่ผิด 1 คน เพราะไม่อย่างนั้นต่อไปไม่ต้องไปพึ่งใครแล้วในสังคม เพราะไม่สามารถมั่นใจในกระบวนการยุติธรรมแล้วมันจะยุ่ง


รับยุบพรรคกระทบทางเลือก ปชช.



เมื่อถามว่า ถ้ายุบพรรคประชาธิปัตย์จะกระทบต่อการพัฒนาระบอบประชาธิปไตยอย่างไร นายอภิสิทธิ์ตอบว่า ทุกพรรคมีความเป็นสถาบัน ใหญ่กว่าตัวบุคคล และกรรมการบริหารพรรค ถ้าพรรคไม่ได้ฝ่าฝืนกฎหมายจริงๆไม่ควรไปแตะต้อง ปฏิเสธไม่ได้ ถ้าพรรคประชาธิปัตย์ หรือพรรคไทยรักไทยถูกยุบพรรคก็กระทบต่อทางเลือกของประชาชน

สมมติว่าพรรคไทยรักไทย หรือพรรคประชาธิปัตย์ทำผิด คือกรรมการบริหารพรรคเป็นผู้ทำจะต้องรับผิดชอบโดยถูกลงโทษ และสิ่งที่ได้ยินที่ตลกกันไปใหญ่คือยุบพรรคแต่ไม่ลงโทษบุคคล ต้องเข้าใจเจตนารมณ์ของกฎหมาย ถ้าพรรคทำผิด กรรมการบริหารพรรคต้องรับผิดชอบ จะมาบอกว่าพรรคทำผิด แต่ลงโทษเป็นคนๆ แบบนี้สับสนแล้ว ถ้าคิดว่าควรลงโทษเป็นคน ก็อย่ายุบพรรค


ประกาศน้อมรับคำพิพากษา



นายอภิสิทธิ์กล่าวอีกว่า ส่วนกรณีที่หนังสือพิมพ์ ฉบับหนึ่งระบุคำสัมภาษณ์ของตนระบุว่าหลังจากที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีพระราชดำรัสต่อศาลปกครองสูงสุดทำให้เชื่อมั่นว่าพรรคประชาธิปัตย์จะไม่ถูกยุบอย่างแน่นอนนั้น ขอชี้แจงว่า เป็นข่าวที่คลาดเคลื่อน

ไม่ได้ให้สัมภาษณ์ข้อความดังกล่าวแต่อย่างใด พรรคประชาธิปัตย์ไม่อาจคาดการณ์ หรือทำนายผลการตัดสินของคณะตุลาการรัฐธรรมนูญ อีกทั้งไม่บังอาจตีความพระราชดำรัสไปเพื่อประโยชน์ส่วนตน ที่ผ่านมาได้ย้ำเสมอว่า พรรคประชาธิปัตย์เชื่อมั่นในความเที่ยงธรรมของคณะตุลาการรัฐธรรมนูญ และจะน้อมรับคำตัดสินคดีนี้อย่างไม่มีเงื่อนไขใดๆทั้งสิ้น


ฟุ้งผลสำรวจกระแส ปชป.แจ๋ว



เมื่อถามว่า กระแสของพรรคประชาธิปัตย์ไม่ดีขึ้น เมื่อเทียบกับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ และกลุ่มมัชฌิมา นายอภิสิทธิ์ตอบว่า รู้ได้อย่างไร เราก็มีตัวเลขอยู่ ถือว่ากระแสของพรรคใช้ได้อยู่ในระดับที่น่าพอใจ เมื่อถามว่า กระแสของพรรคดีกว่ากลุ่มมัชฌิมา นายอภิสิทธิ์ตอบว่า ล็อบบี้เก่งสู้มัชฌิมาไม่ได้ เมื่อถามว่ากระแสดีกว่ากลุ่มที่จะก่อตั้งพรรคเพื่อต่อท่ออำนาจ

และกลุ่มของนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ ที่จะเป็นหัวหน้าพรรคบางพรรคหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ตอบว่า พรรคต่อท่ออำนาจยังไม่มีตัวตนที่ชัดเจน แต่อาจจะเป็นกลุ่มนี้ก็ได้ ไม่มีอะไรน่าวิตก เมื่อถามว่า เมื่อพ้นวันที่ 30 พ.ค. พรรคประชาธิปัตย์พร้อมจะเป็นตัวเลือกของประชาชน นายอภิสิทธิ์ตอบว่า

ความพร้อมที่จะเป็นตัวเลือกอยู่ที่นโยบาย การแก้ไขปัญหาระดับชาติที่จะเสนอให้ประชาชน แต่ขณะนี้พรรคการเมืองถูกห้ามดำเนินกิจกรรมทางการเมือง ยก เว้นกลุ่มมัชฌิมาที่ไม่ถูกห้าม ส่วนกรณีที่มีข่าวว่า ม.ร.ว. จัตุมงคล โสณกุล อดีตผู้ว่าการ ธปท. จะเข้ามาช่วยงานทีมเศรษฐกิจของพรรคนั้น ได้คุยกันอยู่ ท่านเต็มใจที่จะมา ช่วยตน และยังมีคนนอกอีกหลายคนที่จะเข้ามาช่วยงานพรรค แต่รอทิศทางการเมืองหลังวันที่ 30 พ.ค.ก่อน


ซัดรัฐบาลสุรยุทธ์ทำงานอืด



นายอภิสิทธิ์กล่าวอีกว่า ส่วนกรณีที่ พล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ หัวหน้าพรรคมหาชน จะกลับเข้าพรรคประชาธิปัตย์นั้น ระยะหลังไม่ได้คุยกัน แต่ที่เคยคุยก่อนหน้านี้และพบปะกันไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง โดย พล.ต.สนั่นบอกว่าขอสร้างพรรคมหาชนก่อน ส่วนวันข้างหน้าจะร่วมมือคงต้องดูอีกที เมื่อถามว่า พรรคประชาธิปัตย์ยินดีต้อนรับหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ตอบว่า

เวลานี้ไม่มีการพูดถึงพันธมิตร จับมือ หรือการแบ่งขั้ว ได้เรียนไปอย่างเดียว เท่านั้นเองที่เคยพูดไว้ว่า ถ้า พ.ต.ท.ทักษิณอยู่พรรคไหนคงไม่ไปร่วมรัฐบาลด้วยทำแบบนั้นไม่ได้ และไม่รวมพรรค นอมินีของ พ.ต.ท.ทักษิณ ถ้ามันชัดเจนก็คงไม่ไหว อย่างไรก็ตาม ขณะนี้อยากให้ยอมรับถึงจุดหรือยังที่ต้องใช้นักการเมืองอาชีพมาบริหารประเทศ

เพราะการบริหารประเทศไม่เหมือนบริหารองค์กรอื่น เห็นได้จาก พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ มีจุดแข็งอย่างไร แต่กรอบความคิดติดอยู่ที่กำไร ขาดทุน ทำให้ทุกอย่างมันพังทลายลง ส่วน พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ เป็นคนดี ตั้งใจทุ่มเท แต่ลักษณะการบริหารงานของรัฐบาลยังติดกรอบราชการมาก ไม่สามารถตอบสนองประชาชนได้


ชี้คนเริ่มหงุดหงิดรัฐบาล



นายอภิสิทธิ์กล่าวอีกว่า ส่วนกรณีถึงเวลาปรับ ครม.หลังจากมีรัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯลาออกนั้น ขณะนี้เกินเวลาที่จะปรับ ครม.แล้ว แม้มีคนบอกให้ เปลี่ยนตัวนายกฯ ขณะนี้โจทย์มันเปลี่ยนไป สถานการณ์ มันเลยหลายๆเรื่องมาแล้ว เพราะหลังมี คปค.

จะเป็นช่วงที่มีการปรับเปลี่ยนวางฐานการเมือง เศรษฐกิจ สังคม เหล่านี้คงไม่ค่อยหวังแล้ว เวลานี้หวังแค่การประคองสถานการณ์ให้กลับไปสู่ประชาธิปไตยและเลือกตั้งได้ ดังนั้น ขณะนี้ปัญหาอยู่ที่ปรับการทำงานมากกว่า เพราะวิธีการทำงานของรัฐบาลอาจเป็นปัญหา ทำให้คนรู้สึกหงุดหงิด ไม่พอใจ และถ้ายิ่งมีการเปลี่ยนแปลง ครม.ยิ่งทำให้สภาพภายในของรัฐบาลไม่นิ่งมากยิ่งขึ้น อย่างไร ก็ตาม ต้องให้ความเป็นธรรมกับรัฐบาล จะไปเหมารวมว่าไม่ดีทั้งหมดไม่ได้



ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

เครดิต :
 

ข่าวดารา ข่าวในกระแส บน Facebook อัพเดตไว เร็วทันใจ คลิกที่นี่!!
กระทู้เด็ดน่าแชร์