สุรยุทธ์เผยกลุ่มต้มยำกุ้งมาเลย์ ให้เงินโจรใต้ก่อความไม่สงบไทย



"กลุ่มคนร้ายได้รับการสนับสนุนจากกลุ่ม ต้มยำกุ้งในมาเลเซีย"


บิ๊กแอ้ด ระบุกลุ่มแบ่งแยกดินแดนก่อความไม่สงบในพื้นที่ภาคใต้ รับเงินสนับสนุนจากเครือข่ายร้านอาหารไทยในมาเลเซีย หรือกลุ่ม ต้มยำกุ้ง ยันขอใช้แนวทางสันติวิธีต่อ สร้างความสมานฉันท์ ชุม ครม.นัดพิเศษถก

เมื่อเวลา 15.30 น.วันที่ 21 พฤศจิกายน พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ นายกรัฐมนตรี กล่างถึงความไม่สงบพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้ว่า เท่าที่ทราบวันนี้เหตุการณ์ไม่สงบในภาคใต้เกิดขึ้นเพราะมีคนที่เขาคิดไม่ดี คิดจะแบ่งแยกดินแดนโดยใช้ความเชื่อทางศาสนา ความเชื่อทางเชื้อชาติ และความเชื่อทางประวัติศาสตร์ ต้องยืนอยู่บนความเป็นจริงว่าประเทศไทยเป็นของคนที่ต่างความเชื่อ คนที่ต่างเชื้อชาติ

เมื่อถามว่า กลุ่มคนเหล่านี้มีแรงหนุนจากต่างชาติด้วยหรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เท่าที่ตนได้มีโอกาสทำงานในระยะหลังนี้คิดว่าไม่มีแรงหนุนจากต่างชาติ เพียงแต่ต้องปรับความเข้าใจกัน ซึ่งประเทศเพื่อนบ้านกับประเทศมุสลิมทั่วโลกก็เริ่มเข้าใจประเทศไทยมากขึ้นถึงวิธีการแก้ไขปัญหา หลังจากที่อาจจะใช้วิธีการที่รุนแรงมากเกินไป ในช่วงเวลาที่ผ่านมา

"ขอบริจาคจากเครือข่ายร้านอาหาร เรียกค่าคุ้มครองนักธุรกิจในพื้นที่"


เมื่อถามว่ากลุ่มผู้ก่อความไม่สงบได้เงินสนับสนุนมาจากแหล่งใด พล.อ.สุรยุทธ์ กล่าวว่า ผมคิดว่าเป็นเรื่องที่เราสามารถติดตามได้ ไม่ได้เป็นเงินที่มากมาย เท่าที่ทราบเขาก็มีเครือข่ายร้านอาหารไทยในประเทศมาเลเซียที่เรียกว่าต้มยำกุ้ง อาศัยการบริจาคจากร้านอาหารเหล่านี้ และใช้วิธีการเรียกค่าคุ้มครองจากนักธุรกิจในพื้นที่ ไม่ว่าจะ เป็นคนเชื้อสายจีน ไทยพุทธ ไทยมุสลิม ซึ่งการแก้ปัญหาต้องค่อยๆทำ สิ่งที่สำคัญคือถ้า เราสามารถที่จะสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องได้ สร้างความเชื่อมั่นได้ ประชาชนก็จะให้ความ ร่วมมือกับฝ่ายรัฐมากขึ้น นายกรัฐมนตรี กล่าว

ผู้สื่อข่าวถามว่า จะเป็นลักษณะการทำสงครามแย่งชิงประชาชนหรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวปฏิเสธว่า ไม่ใช่เรื่องการแยงชิงมวลชน ตนพูดถึงความร่วมมือ ร่วมใจ เราไม่ได้ทำสงครามแม้ตนจะเป็นทหารแต่ไม่ชอบทำสงคราม และไม่ทำสงครามเพื่อแย่งชิงประชาชน เพียงแต่ขอความเห็นใจ ขอความเข้าใจ และเข้ามาร่วมมือกันเพื่อชาติแก้ปัญหาชาติบ้านเมือง

"วอนสื่อช่วยสร้างความเข้าใจให้ชาวไทยพุทธและมุสลิม"


ต่อข้อถามว่า กระบวนการที่นายกรัฐมนตรีปรับปรุงกำลังพลและงบประมาณในพื้นที่เดินหน้าไปถึงไหนแล้ว นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ในการประชุม ครม.ฯนัดพิเศษ ในวันที่ 23 พ.ย.นี้ ก็จะพิจารณษลึกลงไปในรายละเอียดว่ามีปัญหาเรื่องของการบริหารอย่างไรบ้าง เพราะบางกระทรวงอาจมีข้อขัดข้องในการลงไปทำงานก็จะได้มีการปรับ เพราะน่าจะมีเอกภาพ มีศูนย์รวมในการที่จะนำนโยบายลงไปปฏิบัติ

เมื่อถามว่าดูเหมือนกลุ่มก่อความไม่สงบไม่ต้องการให้ชาวไทยพุทธอยู่ในพื้นที่ และไม่ต้องการใช้ชาวมุสลิมติดต่อกับทางราชการได้ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า สื่อมวลชนต้องเข้ามาช่วยสร้างความเข้าใจทั้งชาวไทยพุทธและชาวไทยมุสลิมว่ามีคนที่คิดไม่ดี พยายามที่จะทำตรงนี้ ทำอย่างไรจึงจะหันมาให้ความช่วยเหลือและร่วมมือกัน เหมือนกรณีที่มีชาวไทยมุสลิมจาก อ.บันนังสตา จ.ยะลา มาเยี่ยมกลุ่มชาวไทยพุทธ ที่อพยพมาอยู่ที่วัดนิโรธสังฆาราม ซึ่งเป็นการแสดงออกให้เห็นถึงความผูกพันและความร่วมมือของคนไทย ไม่ว่าจะมีความเชื่ออะไร สื่อน่าจะช่วยทำให้เห็นได้ว่าสิ่งที่ผู้ก่อความไม่สงบได้ทำนั้น ไม่มีผลกระทบต่อความสัมพันธ์ของคนในพื้นที่

ต่อข้อถามว่ารัฐบาลจะแก้ปัญหาอย่างไรที่กลุ่มผู้ก่อความไม่สงบใช้มวลชนใน พื้นที่ออกมากดดันให้ถอนกำลังทหารออกจากพื้นที่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ส่วนนี้ได้ใช้วิธีการเจรจาไปแล้ว ซึ่งเหตุการณ์ล่าสุดที่เกิดขึ้นที่บ้านมาแป อ.ยะหา จ.ยะลา ก็ใช้วิธีการเจรจาให้เกิดความเข้าใจว่าสิ่งที่เข้าใจคลาดเคลื่อนนั้นไม่เป็นความจริง อาจมีการปล่อยข่าว

เพื่อทำให้เกิดความแตกแยก รัฐบาลไม่ได้ใช้กำลังและวิธีการรุนแรง


พล.อ.สุรยุทธ์ กล่าวถึงการประชุม ครม.นัดพิเศษ ในเย็นวันที่ 23 พ.ย.ที่บ้านพิษณุโลก ว่า คงไม่มีวาระพิเศษอะไร เป็นการพูดคุยกันในเรื่องต่างๆ ที่ทุกกระทรวงจะได้แสดงความคิดเห็นเป็นการระดมความคิด ที่บางครั้งไม่มีเวลาพูดคุยกันมากนัก ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการเมือง หรือสถานการณ์ภาคใต้ซึ่งครั้งนี้เป็นการระดมความคิดเพื่อให้เกิดเอกภาพในการทำงาน ทำให้การใช้งบประมาณเป็นไปอย่างราบรื่น

นายกรัฐมนตรี ยังกล่าวถึงแนวความคิดการส่งตัวแทนไปเจรจากับแกนนำกลุ่มก่อความไม่สงบในพื้นที่ภาคใต้ ว่า ขณะนี้ยังไม่มีความคืบหน้าเพราะยังไม่มีคณะบุคคลใดที่แสดงออกว่าจะขอมาเจรจากับทางรัฐบาล ทั้งนี้ตนคิดว่าแนวทางสันติวิธีคือการแก้ไขปัญหา โดยการพูดคุยกัน ตนพูดมาตั้งแต่ต้น คงไม่ต้องมาบอกว่าเห็นด้วยหรือไม่เห็นเพราะตนเป็น คนเปลี่ยนมาใช้แนวทางสันติวิธี ทำความเข้าใจกันไม่ว่าจะเป็นใคร ทั้งแกนนำกลุ่มก่อความไม่สงบ หรือประชาชนธรรมดาที่อาจมีความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน และมีการขยายความนั้นออกไป

"ผลสรุปยังไม่ทราบ"


เมื่อถามว่าเห็นด้วยหรือไม่ที่จะมีการรื้อฟื้นคดีวิสามัญฆาตกรรมที่ อ.สะบ้าย้อย จ.สงขลา และเหตุการณ์กรือเซะ พล.อ.สุรยุทธ์ กล่าวว่า เรื่องนี้ทางกระทรวงยุติธรรมดำเนินการอยู่ก็คงต้องรอเพราะเรื่องที่เกี่ยวข้องกับหลักฐานและการสืบสวนสอบสวนต้องใช้เวลาถ้าพูดไปก่อนก็จะทำให้เกิดความเสียหาย ทาง รมว.ยุติธรรม ได้แจ้งให้ทราบแล้วว่าขณะนี้อยู่ระหว่างการดำเนินการ ส่วนจะสรุปออกมาในรูปแบบตนยังไม่ทราบ แต่คงไม่ใช่การออกหนังสือปกขาว คงเป็นเรื่องของการดำเนินการเพื่อให้เกิดความโปร่งใส ความเคารพต่อสิทธิมนุษยชนของเราที่จะต้องทำให้เกิดความชัดเจน

นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงข้อเสนอของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ (คมช.) โดยคณะที่ปรึกษาฝ่ายการเสริมสร้างสมานฉันท์ และความเป็นธรรมในสังคม ว่า เป็นการศึกษามาตั้งแต่รัฐบาลชุดที่ผ่านมา ซึ่งข้อเสนอบางส่วนรัฐบาลได้ดำเนินการไปแล้ว บางอย่างก็จะได้ดำเนินการต่อไป ซึ่งกรอบความคิดก็ตรงกันคือเรื่องการใช้สันติวิธี


แหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

เครดิต :
 

ข่าวดารา ข่าวในกระแส บน Facebook อัพเดตไว เร็วทันใจ คลิกที่นี่!!
กระทู้เด็ดน่าแชร์